POLITICS

‘สีหศักดิ์’ ชี้ กัมพูชาไม่ทันตั้งตัว หลังไทยกล่าวถ้อยแถลงเวที UNCLOS

‘สีหศักดิ์’ ชี้กัมพูชาไม่ทันตั้งตัว หลังไทยกล่าวถ้อยแถลงเวที UNCLOS ยกปมคลิปเสียง-ยิงพลเรือน-ทหารเหยียบกับระเบิด ย้อนถามทำตรงข้ามคำพูด “เคารพกฎหมายระหว่างประเทศ” ซัดยังกล่าวหาไทยไม่หยุด ล่าสุดเวทีระเบิดพวงที่ สปป. ลาว ย้ำไทยต้องปักปันเขตแดนทางทะเลให้ชัด ก่อนคุยแบ่งทรัพยากร ปัดยังตอบไม่ได้กระบวนการจะสำเร็จหรือไม่ รอหารือต่อกรุงเฮก ต.ค. นี้

วันนี้ (15 ก.ย. 69) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะตัวแทนไทยในกระบวนการประนอมภาคบังคับ ให้สัมภาษณ์หลังกล่าวถ้อยแถลงการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับ ในกระบวนการประนอมระหว่างไทยกับกัมพูชาภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (United Nations Convention on the Law of the Sea: UNCLOS) ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ ว่าดูเหมือนกับว่ากัมพูชาไม่ได้ตั้งตัวที่เรากล่าวแบบนั้น เพราะเราก็กล่าวตรงไปตรงมา ประเด็นการประนอมภาคบังคับจะแยกจากความสัมพันธ์ไม่ได้ ต้องคำนึงถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ซึ่งมีผลกับกระบวนการนี้ กระบวนการนี้ออกมาอย่างไรก็มีผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งสอง เจตนาของไทยเราต้องอยู่ด้วยกัน เรามีปัญหาความขัดแย้งเราก็ต้องก้าวข้าม ต้องมีความจริงใจและจริงจัง

“แต่สิ่งที่เราเห็นกัมพูชาจะพูดเสมอว่าเขาเป็นฝ่ายที่ชอบธรรม ยึดมั่นกฎหมายระหว่างประเทศ ไทยเป็นฝ่ายละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอยู่ตลอดเวลา แต่ข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นแบบนั้น เราต้องยกตัวอย่างให้คณะกรรมาธิการประนอมฯ เช่น การปล่อยคลิปเสียงคุยทางโทรศัพท์ ซึ่งเป็นการพูดคุยกันส่วนบุคคล แล้วปล่อยเพื่อเจตนาอะไร เพื่ออะไร เพื่อที่จะบั่นทอนรัฐบาลไทยในขณะนั้น สร้างความแตกแยกในประเทศ รวมถึงการยิงเข้าไปในสถานที่พลเรือน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการต่อสู้ มีคนเสียชีวิต ทรัพย์สินถูกทำลาย และที่สำคัญทหารไทยเหยียบกับระเบิด ขาขาด ได้รับบาดเจ็บ โดยฝั่งกัมพูชาไม่ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบใด ๆ นี่คือการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศหรือไม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราตั้งข้อสงสัย”

นายสีหศักดิ์กล่าวว่า สิ่งที่นายปรักพูดเสมอว่าจะต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจเพื่อจะได้เดินหน้า แต่สิ่งที่เราเห็นทุกวันในเวทีต่าง ๆ การใส่ร้ายกล่าวหาประเทศไทยไม่หยุดยั้ง เช่น เวทีคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ รวมถึงขณะนี้ในเวทีที่ประเทศลาวเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมทบทวนอนุสัญญาว่าด้วยระเบิดพวง ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 13-18 กันยายน 2569 ก็มีการกล่าวหาประเทศไทย มันไม่สิ้นสุด แล้วเราจะสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจได้อย่างไรในการจะเข้าสู่กระบวนการประนอม

ส่วนที่กัมพูชาบอกว่าไม่มีทางเลือกอื่น หลังไทยยกเลิก MOU 2544 ต้องดูว่าเหตุใดจึงยกเลิก เพราะไปไม่ได้ เขาก็รู้ว่าไปไม่ได้ มีการประชุมอย่างเป็นทางการแค่สองรอบ หลังจากนั้นก็ไม่มีความคืบหน้า ส่วนหนึ่งมาจากที่เขาเผาสถานทูตไทย ทำไมไม่พูดตรงนี้ ดังนั้นสิ่งที่เราเสนอยกเลิก MOU 2544 ให้มาเริ่มกันใหม่ เพราะกัมพูชาเป็นภาคี UNCLOS แล้ว ก็มาคุยในระดับทวิภาคีกัน ที่จริงคณะผู้นำสองประเทศเจอกันที่เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ในการประชุมสุดยอดอาเซียน ก็ตกลงว่าจะพยายามพูดคุยทวิภาคี ทั้งประเด็นทางบก ทางทะเล สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน แล้วเราจะสามารถเดินหน้าในประเด็นต่าง ๆ นี่เป็นวิธีการที่ประเทศเพื่อนบ้านปฏิบัติระหว่างกัน

ทั้งนี้ ตนจำได้ว่าเคยเสนอกับนายปรัก สุคน ครั้งสุดท้ายในที่ประชุม UN ว่าเรามาคุยกันสองฝ่าย ประมาณ 6 เดือน ถ้าบรรยากาศมันดี เราอาจจะเริ่มพูดคุยกันได้บ้าง ทั้งเขตแดนทางบก ปัญหาชายแดนที่ค้างอยู่ และหลังจากนั้นที่เราพูดคุยกันเรื่องเขตแดนทางทะเลภายใต้ UNCLOS ถ้าคืบหน้าก็อาจจะตกลงร่วมกัน เพื่อไปสู่กลไกการประนอมก็ได้ โดยเป็นการตกลงกันทั้งสองประเทศ อย่างน้อยประชาชนทั้งสองฝั่งจะได้เห็นว่าเราพยายามแล้ว ไม่ได้เล่นเกมอะไรระหว่างกัน ถ้าไปไม่ได้ เราก็ตกลงเข้าสู่กระบวนการนี้

“ที่สำคัญเรามีข้อสงสัยว่า การเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับ เขามีเจตนาอะไร ตามหลักหน้าที่ของ UNCLOS คือการแบ่งเขตทางทะเล แต่เท่าที่สังเกตจากการนำเสนอของผู้เชี่ยวชาญฝ่ายกฎหมายต่างประเทศฝั่งกัมพูชา เห็นชัดว่าเขาอยากจะเอาทรัพยากรทางทะเล แต่ตรงนี้จะเกิดขึ้นได้ต้องมีการปักปันเขตแดนเสียก่อน ให้ถึงที่สุด เราก็จะรู้ว่าตรงไหนเป็นพื้นที่ทับซ้อนกัน ตรงไหนที่เราจะมีการพัฒนาร่วมกัน แบ่งปันผลประโยชน์ ตรงนี้เราบอกแล้วสำหรับประเทศไทย เส้นตายคือเรื่องปักปันเขตแดน ขอยืนยันว่า เกาะกูด ยังไงก็ตามเป็นของประเทศไทย ไม่ว่าด้วยหลักกฎหมายทางทะเล เขตแดนทางทะเล รวมถึงสนธิสัญญาที่เรามีอยู่ ที่ทำกันมาตั้งแต่สมัยกัมพูชาเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส ประเด็นเรื่องเกาะกูดไม่เกี่ยว จึงเชื่อว่าการขีดเส้น หรือการอ้างสิทธิต่าง ๆ ไม่สอดคล้องกับกฎหมายทางทะเล”

นายสีหศักดิ์ยืนยันอีกว่า ประเทศไทยเราเข้าสู่กระบวนการ UNCLOS ด้วยความตั้งใจ อยากจะร่วมมือกับคณะกรรมาธิการประนอมฯ เพื่อให้เขาทำงานอย่างเต็มที่ หวังว่าผลสุดท้ายจะเป็นอะไรที่สร้างสรรค์ ไทยกับกัมพูชาจะเดินหน้าร่วมกันเจรจา หาทางออกที่ยั่งยืน

นายสีหศักดิ์ยังเล่าว่า หลังจากที่ไทยกล่าวถ้อยแถลง กัมพูชาไม่ได้ชี้แจงหรือแก้ต่าง เพราะเขามุ่งมาเรื่องเขตแดนทางทะเลว่าเป็นปัญหาอย่างไร แต่เห็นได้ชัดว่าเขาจะพูดเรื่องการพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ส่วนที่กัมพูชามุ่งเน้นจะให้มีการแบ่งปันทรัพยากรทางทะเล ขณะที่ไทยต้องการให้มีความชัดเจนเรื่องเขตแดนทางทะเล จะทำให้การประนอมล้มเหลวหรือไม่ นายสีหศักดิ์ย้ำว่าต้องมีการยืนยัน เพราะนี่เป็นการประชุมรอบแรก และต้องหารืออีกหลายครั้ง โดยในเดือนตุลาคมนี้จะไปประชุมที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ต่อจากนั้นก็จะกลับมาที่สิงคโปร์หรือประเทศอื่นในภูมิภาคที่มีสำนักงานศาลประจำอนุญาโตตุลาการ (Permanent Court of Arbitration: PCA)

Related Posts

Send this to a friend