POLITICS

‘อลงกต’ ยอมรับมติ กกต. พร้อมสู้ตามกระบวนการกฎหมาย

‘อลงกต’ ร้อง “โอ้มายก๊อด” หลังเจอสื่อรุมถามคดีฮั้ว ยอมรับมติ กกต. พร้อมสู้ตามกระบวนการกฎหมาย ปัดตั้งกลุ่มไลน์ สว. ถูกฟ้อง บอก แค่ปรับทุกข์ ผูกมิตรให้กำลังใจกัน ถามกลับ “คุณจะให้ผมหัวเราะเขาหรือไง” บอก เฉย ๆ ชีวิต 62 ปี เจอมาเยอะ แต่ไม่ได้แปลว่าไม่กลัว

วันนี้ (15 ก.ย. 69) นายอลงกต วรกี สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ซึ่งเป็น 1 ใน 26 สว. ที่ถูกคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติส่งฟ้องไปยังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งในคดีฮั้ว สว. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีจะเตรียมข้อโต้แย้งต่อสู้คดีว่า ไม่มีความเห็น

ส่วนในที่ประชุมวุฒิสภาวันนี้ ได้มีการพูดคุยกับเพื่อน สว. ที่ถูกส่งฟ้องด้วยใช่หรือไม่ นายอลงกตกล่าวว่า เป็นการปรับทุกข์ผูกมิตร พร้อมปฏิเสธว่าไม่ได้มีการสร้างกลุ่มไลน์ไว้พูดคุยกัน ก่อนจะถามกลับสื่อมวลชนว่า “ไปฟังจากใครมา”

เมื่อถามว่ายอมรับผลการตัดสินของ กกต. ใช่หรือไม่ นายอลงกตกล่าวว่า เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย ไม่ได้มีอะไรมากมาย เรายอมรับคำวินิจฉัยของ กกต. อยู่แล้ว ต้องไปดูในกระบวนการของศาลต่อไป

เมื่อถามว่าไม่เสียกำลังใจในการทำงานใช่หรือไม่ นายอลงกตย้ำว่า เป็นไปตามระเบียบกฎหมายเท่านั้นเอง

เมื่อถามย้ำว่าแปลว่ามั่นใจใช่หรือไม่ นายอลงกตกล่าวว่า ไม่ใช่ ทั้งมั่นใจ และไม่มั่นใจ แต่เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย ตามระเบียบกฎหมายว่าอย่างไรก็อยู่ในกระบวนการ เมื่อ กกต. มีคำสั่งฟ้องก็ต้องไปที่ศาลฎีกา ก็ว่ากันไปตามกระบวนการ

เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตหรือไม่ กรณีที่ผู้ถูกกล่าวหามี 427 คน แต่ถูกฟ้องไม่กี่คน และ สว. ถูกสั่งฟ้อง 26 คน นายอลงกตระบุว่า เป็นหน้าที่ของ กกต. ตนเองยอมรับในการตัดสินใจของ กกต. จะส่งฟ้องกี่คนก็เป็นเรื่องของ กกต. เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย

เมื่อถามว่าหากศาลฎีกาเรียกชี้แจงก็พร้อมใช่หรือไม่ นายอลงกตกล่าวว่า เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย ก่อนจะถามกลับว่า “คุณจะละเมิดอำนาจศาลหรือ ก็เป็นไปไม่ได้ ว่าตามกฎหมาย คนที่ใช้กฎหมายคือศาล ก็ต้องว่ากันไปตามกระบวนการของศาล ส่วนอนาคตจะเป็นอย่างไร ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือหยุดปฏิบัติหน้าที่ก็เป็นไปตามคำสั่งศาล”

“ผมไม่ได้เป็นผู้สูงศักดิ์ การที่ผมให้ข่าวตอนนั้น คนไปตีความว่าผมอยู่เหนือกฎหมาย ผมว่าไปตามระเบียบกฎหมาย ท่าน กกต. มีอำนาจ เพราะเราอยู่ใต้การวินิจฉัยของ กกต. ไม่มีปัญหาอะไร” นายอลงกตกล่าว

เมื่อถามย้ำว่า 26 สว. ได้พูดคุยกันหรือไม่ นายอลงกตย้ำว่า “ปรับทุกข์ ผูกมิตร” ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ปรับทุกข์กันอย่างไร เพราะเห็นมีการกอดให้กำลังใจกันในห้องประชุมวุฒิสภา นายอลงกตถามกลับว่า “คุณจะให้ผมหัวเราะเขาหรือไง” ก็ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เราก็ยึดระเบียบกฎหมายเท่านั้นเอง ตนเป็นตัวเล็ก ๆ ไม่ใช่ตัวใหญ่ ตนไม่ได้เป็นประธานกรรมาธิการแล้ว ทำไมไม่ถามประธานกรรมาธิการคนอื่นบ้าง มีอีก 4 คนที่เหลือ ก่อนจะย้ำกับสื่อมวลชนว่า “ลงข่าวให้เป็นนะ ว่าผมปฏิบัติตามกฎหมาย ยึดถือตามกฎหมายที่กำหนดไว้ และยอมรับการวินิจฉัยของ กกต. ต้องยอมรับสภาพตามกระบวนการ คือส่งฟ้องศาลฎีกา”

เมื่อถามว่าระหว่างรอกระบวนการศาล พร้อมเดินหน้าทำงานต่อใช่หรือไม่ นายอลงกตกล่าวว่า ตนเองกำลังจะไปประชุมคณะกรรมาธิการการทหารฯ พวกคุณขวางอยู่ เดี๋ยวไปลงข่าวอีกว่า มีเรื่องมาก็ยิ้มอีก จะให้ร้องไห้หรือ ก็ว่าไปตามกระบวนการ ตนเองอายุ 62 ปีเจออะไรมาเยอะ ตั้งแต่เป็นนายอำเภอ ปลัดอำเภอ ปลัดจังหวัด เป็นรองผู้ว่าฯ ผู้ตรวจราชการของกระทรวง เจออะไรมาเยอะ ก็ว่ากันไปตามกฎหมาย

เมื่อถามว่าคดีนี้ถือว่าหนักที่สุดในชีวิตหรือไม่ นายอลงกตกล่าวว่า หากย้อนดูข่าว ตนเองเคยโดนม็อบขับไล่ที่จังหวัดอุบลราชธานี แต่กรณีนั้นตนเองก็ฟ้องกลับแกนนำม็อบ ถูกจำคุกหนึ่งปีไม่รอลงอาญา ตนเองมีทั้งเรื่องสอบวินัย โดนม็อบขับไล่ แต่ทุกอย่างก็เคลียร์ไปตามกฎหมาย เราทุกคนอยู่ใต้กฎหมาย ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย รวมทั้งตนเองก็ไม่ได้บอกว่าอยู่เหนือกฎหมาย องค์กรที่มีอำนาจตามกฎหมายคือ กกต. วินิจฉัยแบบนี้มา ก็เป็นไปตามระเบียบกฎหมายแค่นั้นเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากให้สัมภาษณ์ นายอลงกตได้สอบถามผู้สื่อข่าวว่า “รอพบผมคนเดียวเลยหรือนี่” พร้อมอุทานว่า “โอ้มายก๊อด” ก่อนจะย้ำว่า ตนเองตอบว่าเป็นไปตามระเบียบกฎหมาย ไม่ได้ไม่สะทกสะท้าน ยอมรับคำตัดสินของ กกต. แต่ปฏิบัติตามที่ กกต. มีคำวินิจฉัยแค่นั้นเอง หากถามว่าดีใจหรือไม่ เสียใจหรือไม่ ตนเองเฉย ๆ เพราะชีวิตผ่านมาเยอะแล้ว 62 ปี เจออะไรมาเยอะ 62 ปีแล้วเฉย ๆ ไม่ได้แปลว่าไม่กลัวนะ แต่ว่าไปตามระเบียบกฎหมาย “แค่นี้เขาก็ว่าแล้วบอกว่าอย่าไปเจอนักข่าว”

ผู้สื่อข่าวจึงถามว่า ใครว่าที่ไม่ให้ไปเจอนักข่าว นายอลงกตจึงตอบว่า เขาไม่อยากให้เจอ ก่อนจะเดินเข้าห้องไปประชุมคณะกรรมาธิการฯ

Related Posts

Send this to a friend