POLITICS

ทูตไทยในอินเดีย ชูการท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนา เล็งอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานที่ไทย

ทูตไทยในอินเดีย ชูการท่องเที่ยวเชิงพระพุทธศาสนา เล็งอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานที่ไทย ฉลองครบรอบความสัมพันธ์ 80 ปี หวังฟื้นโครงการทางด่วนสามฝ่าย ไทย-เมียนมา-อินเดีย เชื่อมระบบพร้อมเพย์-UPI รุกตลาดออนไลน์ เชื่อปรับลดฟรีวีซ่าไม่กระทบ นทท. อินเดีย

วันนี้ (15 พ.ค. 69) นางสาวชวนาถ ทั่งสัมพันธ์ เอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐอินเดีย ให้สัมภาษณ์ถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับอินเดีย หลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศ BRICS และประเทศหุ้นส่วน เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ที่ผ่านมา

นางสาวชวนาถ เปิดเผยว่า ตอนนี้มีพัฒนาการในทางบวกเป็นอย่างมาก โดยเมื่อเดือน เม.ย. 68 นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีของอินเดียได้เดินทางไปเยือนไทยอย่างเป็นทางการเพื่อประกาศความสัมพันธ์ยกระดับเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ โดยทั้งสองฝ่ายเล็งเห็นความสำคัญของกันและกัน ทั้งในด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความมั่นคง และเศรษฐกิจในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก อินเดียเห็นว่าไทยมีศักยภาพในการเป็นประตูสู่ภูมิภาคอาเซียนและลุ่มน้ำโขง ไทยก็มองว่าอินเดียเป็นศักยภาพในการเป็นประตูเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ดังนั้นเราจึงเป็นหุ้นส่วนในห่วงโซ่อุปทาน ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมยานยนต์ พลังงานสะอาด และเทคโนโลยี

ในปีที่ผ่านมาเรามีมูลค่าการค้าระหว่างกัน 21.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 67 ถึง 25% เราตั้งเป้าไว้ว่าจะมีมูลค่าการค้าระหว่างกัน 35 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 70 ดังนั้นจึงต้องเร่งทบทวนข้อตกลงการค้าเสรีอาเซียน-อินเดีย (AITIGA) เพื่อเอื้อต่อการทำธุรกิจระหว่างกัน โดยขณะนี้อินเดียห่วงเรื่องการสวมสิทธิ์และสินค้าลอกเลียนแบบ เราจึงต้องมีมาตรการเยียวยานักธุรกิจและกำหนดเรื่องแหล่งกำเนิดสินค้าให้ชัดเจนรอบคอบ

นอกจากนี้เรายังให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงทั้งทางกายภาพและดิจิทัลผ่านโครงการไทย เมียนมา อินเดีย (Thailand Trilateral Highway) หากเหตุการณ์ในเมียนมาดีขึ้นน่าจะฟื้นโครงการนี้ขึ้นมาได้ ในแง่ดิจิทัลอินเดียมีดิจิทัลเพย์เมนต์ที่ใช้แพร่หลาย เช่น UPI (United Payment Infrastructure) หากมีการเชื่อมกับระบบพร้อมเพย์ของไทย เชื่อว่าตลาดการค้าออนไลน์ของไทยก็จะใหญ่มากยิ่งขึ้น

ไทยกับอินเดียยังมีศักยภาพสูงในการเป็นหุ้นส่วนทางพลังงาน อินเดียมีกรอบความร่วมมือพันธมิตรพลังงานแสงอาทิตย์ระหว่างประเทศ (International Solar Alliance) ซึ่งจะเป็นหน่วยงานที่ช่วยสนับสนุนการระดมทุนการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรและการให้ทุนช่วยเหลือในด้านเทคโนโลยีเกี่ยวกับการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งไทยก็มีศักยภาพด้านนี้สูงมาก จึงควรมีความร่วมมือกัน เพื่อทำให้การค้าและการลงทุนมีความคึกคักมากยิ่งขึ้น ไทยกับอินเดียอยู่ระหว่างการทำแผนปฏิบัติการร่วมกัน คาดว่าจะได้ข้อสรุปในช่วงที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มาร่วมประชุม BRICS Summit เดือน ก.ย. นี้

ส่วนโครงการแลนด์บริดจ์ของไทย ซึ่งยังมีข้อถกเถียงว่าอาจจะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อินเดียก็มีโครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกที่คล้ายกัน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาเกี่ยวกับท่าเรือสีเขียว (Green Port) เชื่อว่าหากมีการแลกเปลี่ยนผลการศึกษาระหว่างกันก็อาจจะทำให้ไทยกลับมาศึกษาความเป็นไปได้ในโครงการแลนด์บริดจ์ หรืออาจจะเชื่อมต่อระหว่างทะเลอันดามัน อ่าวไทย กับทะเลแปซิฟิก

ขณะที่การท่องเที่ยวเชิงพระพุทธศาสนา (Buddhist Circuit) ในประเทศอินเดีย คนไทยยังนิยมมาเที่ยว 4 สังเวชนียสถาน โดยปีที่ผ่านมามีคนไทยมาท่องเที่ววกว่า 70,000 คน ซึ่งสายการบินไทยกำลังจะเปิดเที่ยวบินตรงมาที่เมืองคยา เดือน ต.ค. นี้ ดังนั้นอาจจะมีการขยายการท่องเที่ยวนี้ไปยังพุทธสถานอื่น ๆ เพราะเพิ่งมีการค้นพบโบราณสถานใหม่ที่รัฐคุชราต ซึ่งนายกรัฐมนตรีของอินเดียระบุว่าหากไทยต้องการเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาประดิษฐานที่ประเทศไทยก็มีความยินดี กระทรวงการต่างประเทศและสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐอินเดีย จึงมีแนวคิดว่าในปีหน้าที่จะฉลองครบ 80 ปีความสัมพันธ์ไทย-อินเดีย อาจจะอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุไปประดิษฐานที่ประเทศไทยอีกครั้ง

นางสาวชวนาถ กล่าวต่อว่า ตนเองได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมวัดนิกายเถรวาทที่เลห์ลาดักซึ่งเจ้าอาวาสมีความตั้งใจที่จะเผยแพร่พระพุทธศาสนานิกายเถรวาทให้มีความเจริญรุ่งเรืองมากยิ่งขึ้น จึงมีแนวคิดที่จะทำกฐินพระราชทานไปยังวัดดังกล่าว เพราะเมืองเลห์ลาดักเป็นที่นิยมของคนไทย และเคยจัดกฐินพระราชทานมาแล้วเมื่อ 15-16 ปีก่อน

ส่วนนโยบายของรัฐบาลที่จะมีการฟรีวีซ่า 93 ประเทศ จาก 60 วัน เหลือ 30 วัน นางสาวชวนาถ กล่าวว่า ไม่น่ามีผลกระทบเพราะโดยปกตินักท่องเที่ยวอินเดียใช้เวลาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพียงแค่ 10-14 วัน ส่วนใหญ่มักจะไปท่องเที่ยวกับครอบครัว หรือไปจัดงานแต่งงาน โดยปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางไปยังประเทศไทย 2.59 ล้านคน โดยในปีนี้ที่เกิดวิกฤตน้ำมัน นายกรัฐมนตรีของอินเดียก็มีนโยบายให้คนอินเดียท่องเที่ยวในประเทศ เพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวภายในประเทศ แต่ไม่ได้เป็นการห้ามออกนอกประเทศ ทั้งนี้คนอินเดียมีกำลังซื้อสูง เมื่อพิจารณาดูแล้วเดินทางไปประเทศไทยค่าใช้จ่ายถูกกว่าประกอบกับมีสายการบินที่บินตรง ประเทศไทยจึงยังเป็นตัวเลือกที่คนอินเดียนิยม

Related Posts

Send this to a friend