‘สุชาติ’ ระบุมีชื่อถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นเรื่องปกติ
ชี้ฝ่ายค้านมุ่งดิสเครดิต-แหย่พรรคร่วมแตกคอ ทำได้แค่สร้างสีสันทางการเมือง ชี้ “ฝ่ายค้านจองกฐินผมทุกรอบ ก็แสดงว่าผมคงมีอภินิหารเยอะ”
วันนี้ (14 ต.ค.69) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีรายชื่อในการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคฝ่ายค้าน ว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจถือเป็นเรื่องปกติทางการเมืองและเป็นหน้าที่ของพรรคฝ่ายค้าน สำหรับผู้ที่มีรายชื่อถูกอภิปรายก็ถือเป็นเรื่องปกติเช่นกัน ซึ่งตั้งแต่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีก็มีรายชื่อถูกอภิปรายทุกครั้ง เปรียบเหมือนการทอดกฐินที่มักเลือกวัดที่มีอภินิหาร พรรคฝ่ายค้านคงมองว่าตนเองมีอภินิหารเยอะจึงจองกฐินทุกครั้ง หากไม่มีรายชื่อถือเป็นเรื่องแปลก ทั้งนี้พร้อมชี้แจงทุกประเด็น และต้องการให้ประชาชนรับฟังข้อมูลทั้งสองด้านเพื่อป้องกันการบิดเบือนข้อเท็จจริงในสภา
สำหรับการเตรียมข้อมูลชี้แจง นายสุชาติ กล่าวว่า ทราบอยู่แล้วว่าผู้ยื่นญัตติต้องการหยิบยกประเด็นที่คิดว่าสร้างปัญหาทางการเมืองมาอภิปราย ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ต้องเตรียมข้อมูล รูปภาพ และหลักฐานที่เป็นความจริงมาหักล้าง ส่วนกรณี นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน จะร่วมอภิปรายด้วยหรือไม่นั้น ประเมินว่าไม่น่าจะมีประเด็นใหม่ เนื่องจากที่ผ่านมามีการพาดพิงถึงอยู่เป็นประจำ
ส่วนทิศทางการลงมติของพรรคเพื่อไทย นายสุชาติ มองว่า เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ในพรรคร่วมรัฐบาลหารือกัน ไม่ควรตั้งคำถามในลักษณะที่อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรคเพื่อไทย
สำหรับการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเฉพาะบางกลุ่มก้อนเพื่อดิสเครดิตและหวังสร้างความแตกแยกในพรรคร่วมรัฐบาล รวมถึงกรณีเชื่อมโยงกับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายสุชาติ ประเมินว่า การกระทำดังกล่าวอาจมาจากปมในใจมากกว่าการอภิปรายด้วยข้อมูลและหลักฐาน พร้อมเปรียบเปรยพฤติกรรมดังกล่าวว่ายังมีวุฒิภาวะทางการเมืองน้อย การอภิปรายครั้งนี้จึงเป็นเพียงการสร้างสีสันทางการเมืองและไม่สามารถล้มรัฐบาลได้
กรณีความสัมพันธ์กับพรรคกล้าธรรม นายสุชาติ ระบุว่า ขอบคุณพรรคกล้าธรรมที่ไม่ได้ร่วมลงชื่อในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นเพื่อนที่รู้จักกันมานานนับสิบปี การอภิปรายไม่ไว้วางใจต้องอาศัยข้อมูลที่ชัดเจน หากเป็นการกล่าวหาเลื่อนลอยก็ไม่มีเหตุผลที่จะลงโทษเพื่อนร่วมงาน ส่วนการตัดสินใจทางการเมืองในภาพใหญ่เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีมีหน้าที่ทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย เช่น การแก้ปัญหามลพิษและน้ำท่วม
นายสุชาติ ย้ำว่า ในการอภิปรายจะใช้หลักฐานชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อไม่ให้เกิดการบิดเบือนที่ทำให้สถาบันการเมืองเสื่อมเสียและประชาชนเบื่อหน่าย นักการเมืองควรเป็นที่พึ่งของประชาชน ไม่ควรเล่นการเมืองรายวันแบบขาดสาระเพียงเพื่อสร้างกระแสในสื่อสังคมออนไลน์ หากกระทำผิดพร้อมยอมรับ แต่ที่ผ่านมามั่นใจว่าชี้แจงด้วยข้อมูลที่ถูกต้องเสมอ พร้อมเตือนนักการเมืองบางส่วนที่ทำให้สถาบันการเมืองขาดความน่าเชื่อถือด้วยการเล่นการเมืองรายวันโดยไม่มีสาระ














