‘ทนายอั๋น’ บุกร้อง ป.ป.ช. สอบปม ตชด. 43 อนุญาตเอกชนใช้พื้นที่ความมั่นคงเอื้อกลุ่มทุนพลังงาน
‘ทนายอั๋น’ บุกร้อง ป.ป.ช. สอบปม ตชด. 43 อนุญาตเอกชนใช้พื้นที่ความมั่นคงเอื้อกลุ่มทุนพลังงาน อ้างมีสายปริศนาโทรจากกรุงเทพฯ ก่อนไฟเขียวรื้ออาคารในพื้นที่ ซัดยุค ‘อนุทิน’ หลายคดีดูง่ายไปหมด พร้อมจี้ ป.ป.ช. อย่ารีบตีตกคำร้องเหมือนที่ผ่านมา
วันนี้ (14 พ.ค. 69) เวลา 10.30 น. ที่สำนักงาน ป.ป.ช. จังหวัดนนทบุรี นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ เดินทางเข้ายื่นเรื่องร้องเรียน ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่อาจส่อไปในทางทุจริตของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งอาจเอื้อประโยชน์ให้บริษัทเอกชนเข้าดำเนินการในพื้นที่ความมั่นคงของกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 หรือ ตชด. 43
นายภัทรพงศ์กล่าวว่า มีหลายประเด็นที่น่าตั้งข้อสังเกตในช่วงที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยยกตัวอย่างหลายกรณีที่ผ่านมา ทั้งคดีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ คดีฮั้ว สว. และกรณีเขากระโดง ก่อนจะเชื่อมโยงมาสู่ประเด็นที่นำมายื่นร้องในวันนี้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับบริษัทพลังงานรายหนึ่งที่ต้องการเข้าร่วมประมูลงานสำรวจแหล่งพลังงานบริเวณอ่าวไทย จ.สงขลา
นายภัทรพงศ์ระบุว่า หนึ่งในเงื่อนไขของการเข้าร่วมประมูลคือ บริษัทจะต้องมีพื้นที่จอดเฮลิคอปเตอร์ จึงได้ยื่นขอใช้พื้นที่กับกองทัพเรือภาค 2 แต่ถูกปฏิเสธ โดยให้เหตุผล 3 ประการ ได้แก่ พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ยุทธภูมิ มีความสำคัญด้านความมั่นคง ใช้รองรับบุคคลสำคัญของชาติ และพื้นที่ดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของกรมธนารักษ์ ไม่สามารถอนุญาตให้ใช้ได้
อย่างไรก็ตาม หลังจากไม่ได้รับอนุญาตจากกองทัพเรือ บริษัทดังกล่าวได้เปลี่ยนไปยื่นขอใช้พื้นที่ของ ตชด. 43 ในจังหวัดสงขลา ซึ่งท้ายที่สุดกลับได้รับอนุญาตจากนายตำรวจระดับพันตำรวจเอก พร้อมตั้งข้อสงสัยว่า มีข่าวลือเรื่องสายปริศนาจากกรุงเทพฯ โทรศัพท์ไปประสานหรือไม่
“ทหารเรือไม่อนุญาต โดยอาศัยหลักวิชาการ ผ่านการประชุมหลายครั้ง แต่ทาง ตชด. 43 กลับอนุญาต โดยไม่ได้คำนึงถึงเรื่องพื้นที่ยุทธภูมิ การดูแลบุคคลสำคัญของชาติ รวมถึงเรื่องกรรมสิทธิ์ในพื้นที่” นายภัทรพงศ์กล่าว
นายภัทรพงศ์ตั้งคำถามว่า การอนุญาตของเจ้าหน้าที่ตำรวจในกรณีนี้ เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบ หรือเป็นการเอื้ออำนวยความสะดวกให้กับบริษัทเอกชนหรือไม่ พร้อมขอให้ ป.ป.ช. เรียกพยานหลักฐานทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการไต่สวน นอกจากนี้ หลังได้รับอนุญาต มีการรื้อถอนอาคารราชการในพื้นที่ไปแล้ว เพื่อเตรียมก่อสร้างอาคารใหม่ ทั้งที่ยังมีข้อสงสัยเรื่องอำนาจในการอนุญาตใช้พื้นที่
พร้อมกันนี้ยังพาดพิงถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยนายภัทรพงศ์ ระบุว่า ไม่ทราบว่ามีความเกี่ยวข้องกับบุคคลที่ถูกกล่าวถึงในข่าวลือเรื่องการโทรศัพท์สั่งการหรือไม่ แต่ต้องการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่าพื้นที่ของ ตชด. 43 อยู่ห่างจากจุดที่กองทัพเรือไม่อนุญาตมากน้อยเพียงใด นายภัทรพงศ์กล่าวว่า “เข้าใจว่ารั้วชนรั้ว” และย้ำว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ติดทะเล
ส่วนความคืบหน้าของการก่อสร้างในพื้นที่ นายภัทรพงศ์กล่าวว่า อาคารเดิมถูกรื้อถอนแล้ว และมองว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ ป.ป.ช. ควรเร่งตรวจสอบต่อไป
“ผมท้า ป.ป.ช. นะ ทุกครั้งที่ผ่านมาไม่ว่าผมมายื่นเรื่อง คุณสมบัตินายอนุทิน นายไชยชนก หรือเรื่องอื่น ๆ ป.ป.ช. น่าจะใช้ระเบียบแบบง่าย ก็คือดูแล้วคำร้องไม่อยู่ในอำนาจ หรือไม่มีมูล แล้วโยนคำร้องผมทิ้งขยะ… ลองโยนคำร้องฉบับวันนี้ทิ้งอีกสักครั้ง” นายภัทรพงศ์กล่าวย้ำ












