โฆษก ปชป. จ่อฟ้อง กกต. หากเมินส่งสำนวนฮั้ว สว.
วันนี้ (14 ส.ค. 69) นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการตรวจสอบการฮั้วสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า หาก กกต. มีมติไม่ส่งสำนวนให้ศาลฎีกาพิจารณาตามความเห็นของอนุกรรมการไต่สวนชุดที่ 36 ฝ่ายกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์จะติดตามและดำเนินการฟ้องร้องเอาผิด กกต.
นายพงศกร อธิบายว่า ก่อนหน้านี้อนุกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ซึ่งเป็นข้าราชการประจำสรุปสำนวนเสนอให้ส่งฟ้องแล้ว แต่ กกต. กลับตั้งอนุกรรมการไต่สวนชุดที่ 36 ขึ้นมาใหม่และมีข้อสรุปไม่ส่งฟ้อง หาก กกต. ยึดตามอนุกรรมการชุดที่ 36 อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายเพราะขัดแย้งกับข้อสรุปเดิม พรรคประชาธิปัตย์จึงเตรียมยื่นเอาผิดในกรณีดังกล่าว
นายพงศกร ระบุเพิ่มเติมว่า พรรคประชาธิปัตย์จะรวบรวมหลักฐาน สว. ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับเงิน ฟอกเงิน หรือกระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่งคะแนนเสียง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. กำหนดชัดเจนห้ามพรรคการเมืองเข้ามามีส่วนร่วมหรือแทรกแซง หากพรรคการเมืองใดพยายามควบคุมหรือครอบงำ สว. ถือว่าผิดกฎหมาย พรรคประชาธิปัตย์จะดำเนินการตรวจสอบ รวบรวมหลักฐาน และยื่นเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ นายพงศกร ตั้งข้อสังเกตถึงท่าทีของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ในการตรวจสอบคดีฮั้ว สว. ว่า ช่วงปีที่ผ่านมา DSI กระตือรือร้นในการสอบสวนหลังรับเป็นคดีพิเศษจากมูลฐานความผิดอั้งยี่และฟอกเงิน แต่ปัจจุบันท่าทีกลับเปลี่ยนไปเป็นการรอดูสำนวนคดีจาก กกต. พรรคประชาธิปัตย์จึงมอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายติดตามคดีนี้เป็นพิเศษ เนื่องจาก DSI มีอำนาจดำเนินการสอบสวนได้เองเมื่อรับเป็นคดีพิเศษ หากรับคดีแล้วไม่ดำเนินการและรอเพียงสำนวนจาก กกต. อาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งพรรคจะรวบรวมหลักฐานเอาผิด DSI เช่นเดียวกัน
สำหรับความมั่นใจในหลักฐานที่ฝ่ายค้านเปิดเผยและกรณีที่ผู้ถูกพาดพิงออกมาปฏิเสธนั้น นายพงศกร ย้ำว่า คดีส่งไปยังอัยการพิเศษแล้วซึ่งชี้ให้เห็นว่ามีความผิด แต่ตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใด DSI จึงเปลี่ยนท่าทีและต้องรอดูสำนวนจาก กกต. ทั้งที่ตามกฎหมาย DSI มีอำนาจดำเนินการสอบสวนตามความผิดมูลฐาน พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่าขออย่าให้มีการฮั้ว DSI เกิดขึ้น













