‘ป.ป.ช.’ แจงคืบหน้าคดีทุจริตสอบท้องถิ่น ลุยตรวจกระดาษคำตอบ 8 แสนใบ
วันนี้ (14 ส.ค. 69) นายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบคดีทุจริตสอบท้องถิ่น ว่า ภายหลังตั้งคณะกรรมการไต่สวนร่วมกับบุคลากรผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก ขณะนี้คณะทำงานอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานซึ่งมีจำนวนมากและแบ่งเป็นหลายกลุ่ม จึงต้องกระจายกำลังทำงานในหลายพื้นที่ สิ่งที่ดำเนินการคู่ขนานคือการตั้งคณะทำงานชุดเฉพาะเพื่อตรวจสอบกระดาษคำตอบว่าแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ส่วนกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้ 3-6 เดือนยังคงเดิม คณะกรรมการไต่สวนประชุมเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนเพื่อกระจายงาน อย่างไรก็ตาม การรวบรวมพยานหลักฐานเป็นเรื่องละเอียดอ่อนเนื่องจากผู้เกี่ยวข้องบางส่วนเป็นผู้กระทำความผิด จึงต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังและรอบคอบ
สำหรับพยานหลักฐานจาก ป.ป.ช. และตำรวจ เพียงพอต่อการดำเนินคดีหรือไม่ นายเกียรติศักดิ์ ยอมรับว่ายังไม่เพียงพอ เนื่องจาก ป.ป.ช. ต้องพิจารณาภาพรวมและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงกลุ่มที่ได้รับการบรรจุจากการแก้คะแนน จึงต้องใช้เวลาคัดกรองหาผู้กระทำความผิดจริง
ส่วนการตรวจกระดาษคำตอบทั้งหมด นายเกียรติศักดิ์ ระบุว่า ป.ป.ช. มีกระดาษคำตอบต้นฉบับ การตรวจสอบสามารถใช้หลักวิทยาศาสตร์ซึ่งไม่น่ากังวล แต่เพื่อให้เกิดความโปร่งใสจึงตั้งคณะทำงานหลายฝ่ายเข้ามาตรวจสอบ โดยจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุดแม้ยังไม่มีกำหนดเวลาชัดเจน
การเชิญข้าราชการระดับสูงเข้าไต่สวน ขณะนี้ยังไม่เรียกบุคคลใดเข้ามา โดยมุ่งดำเนินการกับกลุ่มพยานหลักฐานขนาดใหญ่ในระดับล่างก่อน เนื่องจากโครงสร้างหน้าที่ของผู้บริหารระดับบนมีความชัดเจนอยู่แล้ว
ประเด็นหลักในการไต่สวนมุ่งเน้นไปที่การตรวจสอบว่าทุจริตสอบหรือไม่ และใครคือผู้เกี่ยวข้อง
กรณีข้อสังเกตว่าจะตรวจสอบไปถึง นายธีรุฒม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นหรือไม่ นายเกียรติศักดิ์ ชี้แจงว่าขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน โดยกระบวนการตรวจสอบครอบคลุมถึงการจัดทำเงื่อนไขการประกวดราคา (TOR) ว่าเอื้อประโยชน์หรือไม่ และหากพบข้อพิรุธจะขยายผลไปถึงอดีตอธิบดีอย่างแน่นอน
นายเกียรติศักดิ์ ชี้แจงถึงข้อกังวลเรื่องความล่าช้าและโอกาสในการทำลายหลักฐาน ว่าพยานหลักฐานที่มีอยู่สอดรับกันอย่างเป็นเหตุเป็นผล โอกาสเปลี่ยนแปลงแก้ไขเกิดได้ยาก ขอให้ประชาชนอดทนรอ เนื่องจาก ป.ป.ช. ตั้งคณะทำงานจำนวนมากและยกระดับเป็นคดีพิเศษเพื่อให้เห็นผลโดยเร็ว
ส่วนการขยายผลไปถึงนักการเมืองและรัฐมนตรี นายเกียรติศักดิ์ ระบุว่า ป.ป.ช. ไม่ได้ตั้งเป้าหมายเจาะจงบุคคลใด หากพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงใครจะดำเนินการตามกระบวนการ พร้อมยอมรับว่าขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงถึงรัฐมนตรี
กรณีตำรวจสอบสวนกลางจับกุมพิชิต วิน และน้องสาว ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีทุจริตสอบท้องถิ่น นายเกียรติศักดิ์ ระบุว่ายังไม่สามารถให้ข้อมูลรายละเอียดได้ แต่ ป.ป.ช. กำลังดำเนินการอยู่ เช่นเดียวกับกรณีส้มและกฤต บุคคลที่ปรากฏในคลิปเสียง ยืนยันว่าทุกคนที่เกี่ยวข้องต้องถูกไต่สวน โดย ป.ป.ช. สามารถเชิญผู้เชี่ยวชาญหรือพยานบุคคลมาให้ปากคำประกอบสำนวนควบคู่กับการลงพื้นที่หาหลักฐาน
นายเกียรติศักดิ์ ตอบกรณีสังคมวิจารณ์ว่าคดีนี้อาจเป็นมวยล้มต้มคนดู ว่าทุกอย่างเป็นไปตามพยานหลักฐาน กระบวนการไต่สวนของ ป.ป.ช. ต้องอาศัยพยานหลักฐานที่มั่นคงและรอบคอบก่อนแจ้งข้อกล่าวหา เมื่อถามย้ำว่าจะไม่มีการเจอตอใช่หรือไม่ นายเกียรติศักดิ์ ยืนยันว่า “ไม่เจอ ไม่เคยเจอตอ”
สำหรับกรณีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเตรียมส่งรายชื่อผู้ทุจริตการสอบ 5,925 คน ให้ ป.ป.ช. นายเกียรติศักดิ์ ระบุว่า หากพบการกระทำความผิดและทุจริตสามารถส่งเรื่องมายัง ป.ป.ช. เพื่อนำหลักฐานมารวมในคดี
กรณีความเชื่อมโยงกับคดีทุจริตสอบท้องถิ่นที่เมืองพัทยาเมื่อปี 2564 ขณะนี้ ป.ป.ช. มุ่งเป้าไปที่การสอบท้องถิ่นปี 2568 แต่หากพบข้อมูลเชื่อมโยงจะนำมาพิจารณาอีกครั้ง โดยยังไม่ยืนยันว่าคดีที่พัทยามีมติดำเนินการแล้วหรือไม่













