POLITICS

‘พลพีร์’ สวนอดีตปลัด มท. “เป็นผมก็คงอาย ถูกเรียกปลัดหมื่นล้าน” ด่า ขรก. กลางที่ประชุม

‘พลพีร์’ สวนอดีตปลัด มท. “เป็นผมก็คงอาย ถูกเรียกปลัดหมื่นล้าน” ด่า ขรก. กลางที่ประชุม แถมเอี่ยวโครงการ EEC คา ป.ป.ช. ด้วย ชี้ผลงาน 3 รมช. รุ่นใหม่ ยก ‘เจเศรษฐ์–วรศิษฎ์’ ลุยช่วยน้ำท่วมเท้าไม่ทันแห้ง ยันคดีโกงสอบท้องถิ่นไม่ฟาวล์แม้ ป.ป.ช. ปล่อยตัว 3 ผู้ต้องหา บอกเรียกมาสอบเพิ่มได้

วันนี้ (13 ต.ค. 69) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีอดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กระทรวงมหาดไทยในช่วงนี้เกี่ยวกับคดีโกงสอบท้องถิ่นว่า “เป็นผมก็คงอายที่ดูถูกข้าราชการในการประชุมใหญ่ เป็นผมก็คงอายที่มีคนเรียกว่าปลัดหมื่นล้าน รวมถึงโครงการต่าง ๆ ที่ทำในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มีปัญหา และอยู่ระหว่างการตรวจสอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพราะอาจทำให้องค์กรของรัฐเสียหาย และตนยังได้ข่าวว่าขายบริษัทดังกล่าวไปแล้ว แต่เรื่องยังคาราคาซังอยู่ เป็นผมก็คงอาย”

เมื่อถามว่า หมายความว่าบริษัทดังกล่าวเกี่ยวข้องกับอดีตปลัดใช่หรือไม่ นายพลพีร์กล่าวว่า “ลองไปดูสิ บริษัทชื่อ SP อะไรสักอย่าง”

เมื่อถามว่า ในคดีโกงสอบท้องถิ่น อดีตปลัดคนดังกล่าวต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วยหรือไม่ นายพลพีร์กล่าวว่า “เรื่องนี้ตนน่าจะเป็นคนที่รู้น้อยที่สุด ต้องไปดูว่าสมัยนั้นใครเป็นผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ซึ่งตนคิดว่าการทำตามนโยบายของรัฐบาลเป็นการยกศักดิ์ศรีและจัดระเบียบกระทรวงมหาดไทย อะไรที่หย่อนไปหรือเรามองว่าต้องทำความสะอาดครั้งใหญ่ (Big Cleaning) ต้องฟื้นฟูกระทรวงและจิตใจของข้าราชการที่ถูกคนในและผู้บริหารดูถูกมาโดยตลอด และขณะนี้มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยที่เป็นคนรุ่นใหม่ 3 คน 3 บุคลิก แต่ละคนมีเนื้องานและแผนงาน รวมถึงนโยบายของตัวเอง ขนาดนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เท้าไม่เคยแห้ง ตั้งแต่เกิดอุทกภัยมา ลงพื้นที่วันละ 3 จังหวัด ตนไม่เคยเห็นรัฐมนตรีช่วยหรือผู้บริหารในอดีตทำเหมือนนายเจเศรษฐ์ หรือแม้แต่นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่เป็นคนใต้ ก็ทุ่มเทศักยภาพและทุกกำลังเพื่อระบายน้ำออกจาก กทม. และบินไปบูรณาการแผนภาคใต้เพื่อรับมือน้ำฝน”

ส่วนการที่ ป.ป.ช. ปล่อยตัวผู้ต้องหาคดีโกงสอบท้องถิ่น 3 คน จะทำให้สิ่งที่กระทรวงมหาดไทยดำเนินการมาฟาวล์หรือไม่นั้น นายพลพีร์กล่าวว่า “เป็นขั้นตอนของหน่วยงาน ซึ่งในส่วนของกระทรวงมหาดไทย เราทำครบถ้วนทุกกระบวนความ แม้วันนี้เขาจะถูกปล่อยตัว ก็ไม่ได้หมายความว่าจะหลุดรอดจากคดี เมื่อส่งสำนวนมาเมื่อใด ก็สามารถเรียกตัวมาสอบถามอีกได้ และปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย”

เมื่อถามว่า สังคมตั้งข้อสงสัยในเรื่องนี้ นายพลพีร์กล่าวว่า “เขาก็คงข้องใจ ตนก็ข้องใจ เพราะเป็นเรื่องขององค์กรอิสระ ก็ว่าไป”

นายพลพีร์ยังกล่าวถึงกรณีที่อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทยระบุว่า การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมไม่ควรเปลี่ยนม้ากลางศึกว่า “เรื่องนี้ผม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ก็ลงพื้นที่และไม่ได้มีปัญหาอะไร เรื่องเป็นเช่นนี้เพราะคนที่ไม่ได้มาช่วย พูดเยอะ เสียงดัง แต่คนที่อยู่หน้างานจริง ๆ พอพูดก็อาจจะไม่กังวานเท่า ซึ่งหากวันนี้ลงไปดูก็จะเห็นทั้งทรัพยากรและเจ้าหน้าที่ ทั้งฝ่ายท้องถิ่น กลาโหม คมนาคม ทุกคนอยู่หน้างานหมด และระดับน้ำก็ลดลง ซึ่งการลงพื้นที่ ประชาชนได้เสนอข้อร้องเรียนต่าง ๆ สำหรับยารักษาโรคก็ได้จัดส่งลงไปในพื้นที่นับ 100,000 ชุด รวมถึงเรือและเครื่องผลักดันน้ำ ซึ่งไม่มีช่องว่างที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน มีการทำงานเชื่อมโยงกัน ส่วนอดีตนายอำเภอจะดีหรือไม่ดี ประชาชนและข้าราชการในพื้นที่เป็นผู้ตัดสิน ข้อคิดเห็นต่าง ๆ หากไม่อยู่ในพื้นที่ก็ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ส่วนตัวพูดมาตลอดว่าเหรียญมี 2 ด้าน คนที่ชอบก็มี คนที่ไม่ชอบก็มี ดังนั้น อยู่ที่ว่าจะเลือกฟังใคร เพราะโลกทุกวันนี้ก็เป็นเช่นนั้น จะไปดูที่โซเชียลมีเดียก็คงไม่ได้ เมื่อความเป็นจริงสะท้อนมาแบบนี้ ผมขอยืนยันว่าทุกหน่วยงานไม่มีใครละเลยการช่วยเหลือประชาชน โดยไม่อยากให้ประชาชนอยู่ในน้ำเกิน 3–4 วัน หรือแม้กระทั่งวันเดียวก็ไม่ยอม แต่เมื่อสภาพเป็นเช่นนี้ ก็ต้องดูในเรื่องของความช่วยเหลือและการฟื้นฟูต่อไป”

นายพลพีร์กล่าวด้วยว่า ล่าสุดที่ จ. ปราจีนบุรี มีการลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยาประมาณ 70,000 คน โดยจะมีการประชุมหน่วยงานในวันที่ 16 ต.ค. นี้ ซึ่งตนได้ท้วงติงไปว่า เหตุใดจึงไม่เริ่มประชุมทันที เพื่อช่วยเหลือประชาชนก่อน ไม่ควรรอให้ครบทั้งจังหวัด

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีมีท่าทีขึงขังต่อพฤติกรรมของนายอำเภอ ทางกระทรวงได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบตามที่นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการหรือไม่ นายพลพีร์ระบุว่า เรื่องนี้อธิบดีกรมการปกครองได้ดำเนินการตามขั้นตอน โดยย้ายนายอำเภอคนดังกล่าวไปอยู่ที่ อ. ลำสนธิ จ. ลพบุรี ส่วนจะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบหรือไม่ ขึ้นอยู่กับอธิบดีและปลัดกระทรวงมหาดไทย ตนขอโฟกัสที่การช่วยเหลือประชาชน ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นก็แล้วแต่ผู้บังคับบัญชาของกระทรวงมหาดไทยจะพิจารณาตั้งคณะกรรมการตรวจสอบหรือไม่

Related Posts

Send this to a friend