‘พริษฐ์’ ซัด ‘อนุทิน‘ ไร้ความจริงใจ หยุดปัดความรับผิดชอบแก้รัฐธรรมนูญ
หลังปล่อยร่างเดิมค้าง-ไร้วี่แววร่างใหม่ ตอกย้ำข้อสงสัยได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญปี 60
วันนี้ (13 พ.ค. 69) เวลา 14.23 น. ที่อาคารอนาคตใหม่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่าผลประชามติที่ประชาชนกว่า 21 ล้านเสียงลงมติเห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ได้ผูกพันกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเดิม และหากจะเดินหน้าแก้ไขอีกครั้งก็ต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมด
นายพริษฐ์กล่าวว่าท่าทีโดยรวมของนายกรัฐมนตรีสะท้อนให้เห็นถึงความไม่จริงใจของรัฐบาลในการเดินหน้ากระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทั้งที่เป็นผลลัพธ์จากการลงมติของประชาชนในการทำประชามติที่ผ่านมา พร้อมมองว่าแม้นายกรัฐมนตรีจะพยายามอธิบายว่าเรื่องดังกล่าวเป็นหน้าที่ของรัฐสภา ไม่ใช่ของคณะรัฐมนตรีหรือฝ่ายบริหาร แต่รัฐบาลไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้
นายพริษฐ์ให้เหตุผล 3 ประการ ประการแรก ผลประชามติที่ประชาชนกว่า 21 ล้านคนลงคะแนนเห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ถือเป็นคำสั่งของประชาชนที่ผูกพันทุกองค์กร แม้กระบวนการแก้ไขจะต้องดำเนินการผ่านรัฐสภา แต่คณะรัฐมนตรีมีอำนาจทั้งในการยืนยันร่างเดิม หรือเสนอร่างใหม่เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา
ประการที่สอง ในระบบรัฐสภา ฝ่ายบริหารกับพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลในสภาไม่สามารถแยกออกจากกันได้อย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะในกรณีของนายกรัฐมนตรี ซึ่งนอกจากดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว ยังเป็นหัวหน้าพรรคพรรคภูมิใจไทยที่มีจำนวน ส.ส. มากที่สุดในฝ่ายรัฐบาล จึงไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้เช่นกัน
ประการที่สาม การทำประชามติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก็เกิดจากมติคณะรัฐมนตรีชุดก่อน ซึ่งมีองค์ประกอบสำคัญหลายส่วนต่อเนื่องมาจนถึงรัฐบาลชุดปัจจุบัน อย่างน้อยที่สุดคือนายกรัฐมนตรีคนเดิม
นายพริษฐ์กล่าวว่าคณะรัฐมนตรีมีอยู่ 2 ทางเลือก คือ 1. มีมติยืนยันให้ร่างเดิมเดินหน้าต่อ ซึ่งขณะนี้มีทั้งร่างของพรรคประชาชนและร่างของพรรคภูมิใจไทย และหากเดินหน้าต่อก็ต้องตั้งกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณาร่วมกัน หรือ 2. หากไม่ยืนยันร่างเดิม ก็ควรมีโรดแมปและคำมั่นสัญญาที่ชัดเจนว่าจะเสนอร่างใหม่เมื่อใด และมีเนื้อหาอย่างไร
“สิ่งที่เราเห็นคือรัฐบาลไม่ทำทั้งสองอย่าง จะยืนยันร่างเดิมก็ไม่ทำ จนเลยเส้นตายมาแล้ว จะสัญญกับประชาชนว่าจะเสนอร่างใหม่เมื่อไหร่ อย่างไรก็ไม่มี มันตอกย้ำถึงความไม่จริงใจของรัฐบาล” นายพริษฐ์กล่าว
พร้อมระบุว่าท่าทีดังกล่าวอาจทำให้ประชาชนตั้งคำถามว่าเหตุใดรัฐบาลจึงไม่ต้องการให้กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เดินหน้า และอาจนำไปสู่ข้อสงสัยว่านายกรัฐมนตรี พรรคภูมิใจไทย หรือเครือข่ายทางการเมือง ได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญปี 2560 หรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นระบบการได้มาของสมาชิกวุฒิสภา การทำงานขององค์กรอิสระ หรือกระบวนการตรวจสอบทางการเมือง
เมื่อถูกถามถึงกรณีที่มีความเห็นว่าควรเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจก่อน และค่อยแก้รัฐธรรมนูญในภายหลัง นายพริษฐ์กล่าวว่าปัญหาทั้งสองเรื่องสามารถเดินหน้าควบคู่กันได้ และรัฐบาลควรมีศักยภาพเพียงพอที่จะดำเนินการมากกว่าหนึ่งเรื่องในเวลาเดียวกัน
“ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้อง เป็นเรื่องเร่งด่วน แต่กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็สามารถเดินหน้าควบคู่กันได้ ยิ่งรัฐธรรมนูญปัจจุบันมีปัญหาเรื่องการตรวจสอบและการปราบโกง ก็ยิ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมต้องเร่งแก้ไข” นายพริษฐ์กล่าว
ส่วนกรณีหากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกเสนอหลายครั้งแต่ยังไม่ผ่านความเห็นชอบ นายพริษฐ์ระบุว่าเสียงของประชาชนได้แสดงออกอย่างชัดเจนแล้วว่าต้องการให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ดังนั้นทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ รวมถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ควรเคารพมติของประชาชน
สำหรับท่าทีของพรรคประชาชนหลังจากนี้ นายพริษฐ์กล่าวว่าเบื้องต้นพรรคจะใช้เวทีประชุมร่วมรัฐสภาในวันศุกร์นี้ เพื่อติดตามทวงถามความชัดเจนจากรัฐบาลว่าจะเดินหน้ากระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างไร พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลกำหนดโรดแมปและกรอบเวลาที่ชัดเจน
“ในฐานะที่เราเป็นพรรคการเมืองที่มี ส.ส. เกือบ 120 คน เราสามารถเสนอร่างได้อยู่แล้ว และพร้อมพิจารณาร่างจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะมาจาก ครม. สมาชิกรัฐสภา หรือภาคประชาชน แต่เฉพาะหน้าตอนนี้ สิ่งที่เราต้องการคือความชัดเจนจากรัฐบาลว่าจะเดินหน้าต่ออย่างไร” นายพริษฐ์กล่าว












