POLITICS

‘ป.ป.ช.’ รับสอบข้อสงสัยบัญชีทรัพย์สิน ‘สุชาดา–สามี’ พบข้อสงสัยรายได้ไม่สัมพันธ์การชำระหนี้

‘ป.ป.ช.’ รับสอบข้อสงสัยบัญชีทรัพย์สิน ‘สุชาดา–สามี’ พบข้อสงสัยรายได้ไม่สัมพันธ์การชำระหนี้–ไม่ระบุอาชีพสามี เข้าข่ายบัญชีผิดปกติ ยันตรวจสอบก่อนเป็นข่าว รอเจ้าตัวชี้แจงที่มาทรัพย์สิน จ่อเรียกแจงปมนาฬิกาหรูที่ไม่ปรากฏในบัญชี ย้ำหากพบยื่นเท็จดำเนินการตามขั้นตอน

วันนี้ (12 ต.ค. 69) ที่สำนักงาน ป.ป.ช. จ. นนทบุรี นายศักดิ์ชัย จันทร์แสงวัฒนา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. กำกับดูแลด้านการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน กล่าวถึงกรณีสังคมตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ น.ส. สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส. ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย และนายไท่หยาง ซาง สามีสัญชาติออสเตรเลียว่า ป.ป.ช. ตรวจสอบประเด็นที่เป็นข่าวอยู่ก่อนแล้ว โดยตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของ น.ส. สุชาดา ในสมัยดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนตามระเบียบของ ป.ป.ช. และถือเป็นบัญชีผิดปกติ ยืนยันว่า ป.ป.ช. ไม่ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยเริ่มตรวจสอบก่อนที่จะมีการแถลงข่าว ประเด็นที่ ป.ป.ช. สงสัย ได้แก่ รายได้ที่นำมาชำระหนี้และการชำระหนี้เงินกู้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นการตรวจสอบการยื่นบัญชีทรัพย์สิน จึงต้องให้ความสำคัญกับผู้ยื่นบัญชีด้วย ขณะนี้ยังไม่มีการยื่นคำชี้แจงต่อ ป.ป.ช. จึงต้องรับฟังข้อเท็จจริงจากผู้ยื่นว่ามีประเด็นอย่างไร และมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนหรือไม่ นอกจากนี้ ยังตรวจสอบรายการทรัพย์สินอื่น ๆ ที่ไม่ได้ปรากฏเป็นข่าวด้วย ยืนยันว่าไม่ได้ตรวจสอบเฉพาะบัญชีทรัพย์สินของ น.ส. สุชาดา เพียงคนเดียว แต่ยังมีอีกหลายราย

ส่วนกรณีที่มีการยื่นตรวจสอบนาฬิกาหรูของ น.ส. สุชาดา ซึ่งไม่ได้อยู่ในรายการทรัพย์สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. นายศักดิ์ชัยกล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบและเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาแล้ว โดย ป.ป.ช. กำลังพิจารณาว่านาฬิกาเรือนดังกล่าวปรากฏเป็นข่าวในช่วงที่ น.ส. สุชาดา ดำรงตำแหน่งใด เนื่องจากอาจเป็นช่วงเวลาที่คาบเกี่ยวระหว่างตำแหน่งและช่วงที่ยังไม่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สิน ทั้งนี้ ในตำแหน่งเลขานุการอนุกรรมการก็มีการยื่นบัญชีทรัพย์สินและนาฬิกาบางส่วนแล้ว แต่กรณีนาฬิกาเรือนที่เป็นข่าวจะต้องให้ น.ส. สุชาดา มาชี้แจงเพิ่มเติม

ด้านนายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวเพิ่มเติมถึงขั้นตอนการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินว่า ป.ป.ช. กำหนดการตรวจสอบไว้ 3 ขั้นตอน ได้แก่ 1. ตรวจปกติ 2. ตรวจยืนยัน และ 3. ตรวจเชิงลึก โดยปัจจุบันมีการตรวจยืนยันและตรวจเชิงลึกด้วย ส่วนบัญชีปกติหมายถึงบัญชีที่ตรวจสอบภายใน 60 วันแล้วไม่พบความผิดปกติ แต่หากพ้น 60 วัน หรือ ป.ป.ช. พบเหตุอันควรสงสัยและต้องตรวจสอบยืนยันว่าทรัพย์สินนั้นมีอยู่จริงหรือไม่ จะถือเป็นบัญชีผิดปกติ แต่ยังไม่ถือว่าเป็นการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ เพราะต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงอีกหลายประการก่อนดำเนินการ

นายเกียรติศักดิ์กล่าวว่า การตรวจสอบในกรณีนี้ไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกรอบ 60 วันได้ เนื่องจากมีประเด็นที่ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยผู้ยื่นมีหน้าที่แสดงบัญชีทรัพย์สิน ทั้งนี้ ประเด็นที่ ป.ป.ช. สงสัยมีทั้งกรณีทรัพย์สินไม่สัมพันธ์กับรายได้ การยื่นบัญชีไม่ตรงกับข้อเท็จจริง การยื่นบัญชีเท็จ การไม่ยื่นบัญชี หรือการปกปิดข้อเท็จจริง โดยสามีของ สส. ก็มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินด้วย และพบว่า น.ส. สุชาดา ไม่ได้ระบุอาชีพของสามี

เมื่อถามถึงกรณีบัญชีทรัพย์สินมีการระบุการถือหุ้นในเว็บพนันที่ประเทศคูราเซาหรือไม่ นายศักดิ์ชัยกล่าวว่า ต้องตรวจสอบข้อมูลก่อน โดยประเด็นที่พบในเบื้องต้นคือการชำระหนี้และศักยภาพของผู้ที่จะชำระหนี้ ส่วนกรณีการถือหุ้นเว็บพนันต้องตรวจสอบเพิ่มเติมว่ามีสัดส่วนการถือหุ้นมากน้อยเพียงใด รวมถึงเอกสารประกอบการยื่นบัญชีแสดงที่มาของทรัพย์สินไว้มากน้อยเพียงใด

นายศักดิ์ชัยกล่าวว่า หากพบว่ามีการยื่นบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ ป.ป.ช. จะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาตามขั้นตอน โดยต้องให้ผู้ยื่นชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาก่อน ซึ่งกระบวนการดังกล่าวแตกต่างจากการไต่สวน เมื่อชี้แจงแล้วจะดำเนินการไต่สวนและแจ้งข้อกล่าวหา โดยผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาเช่นเดียวกับขั้นตอนการไต่สวนตามปกติ ยืนยันว่า ป.ป.ช. จะดำเนินการตามระเบียบ ซึ่งกำหนดระยะเวลาตรวจสอบ 60 วัน และขยายได้อีก 30 วัน หากพบความผิดปกติจะเข้าสู่ขั้นตอนดำเนินการในชั้นตรวจสอบบัญชีผิดปกติ โดยมีกรอบระยะเวลาอีก 180 วันตามที่ระเบียบกำหนด

อย่างไรก็ตาม นายศักดิ์ชัยกล่าวว่า โดยหลักการ หากมีทรัพย์สินก่อนช่วงเวลาที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สิน ป.ป.ช. จะไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากบุคคลดังกล่าวยังไม่มีหน้าที่ยื่นบัญชีในช่วงเวลานั้น

Related Posts

Send this to a friend