‘พิศาล’ ตั้งโต๊ะชี้แจงหลัง ‘อาม่า มารีน’ ถูก ส.ส. พรรคประชาชนพาดพิง
ปมกว้านซื้อที่ดิน 500 ไร่รับแลนด์บริดจ์ ยืนยันไม่เคยซื้อที่ดินในระนอง-ชุมพร ไม่ใช่นอมินีใคร ชี้รายได้ 100% ยังมาจากธุรกิจโลจิสติกส์ หวั่นข้อมูลคลาดเคลื่อนกระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน พร้อมเปิดให้ตรวจสอบทุกขั้นตอน
วันนี้ (12 พ.ค. 69) เวลา 10.00 น. นายพิศาล รัชกิจประการ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) แถลงชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณชน ภายหลังบริษัทถูกพาดพิงจากกรณีการอภิปรายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคประชาชน เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีการกล่าวอ้างถึงการกว้านซื้อที่ดินในพื้นที่อ่าวเคย จังหวัดระนอง ประมาณ 500 ไร่ ผ่านบริษัทนอมินีที่คนในพื้นที่เรียกกันว่า “อาม่า” เพื่อรองรับโครงการแลนด์บริดจ์
นายพิศาลระบุว่าบริษัท อาม่า มารีน เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ดำเนินธุรกิจด้านการขนส่งและโลจิสติกส์มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการขนส่งทางบกและทางน้ำ โดยมีรายได้หลักจากธุรกิจขนส่งน้ำมัน เคมีภัณฑ์ สินค้าเหลว และบริการโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทมาโดยตลอด พร้อมยืนยันว่าบริษัทไม่ได้ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และไม่มีนโยบายกว้านซื้อที่ดินเพื่อเก็งกำไรจากโครงการภาครัฐแต่อย่างใด โดยเฉพาะกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่าบริษัทเข้าไปซื้อที่ดินกว่า 500 ไร่เพื่อรองรับโครงการ Land Bridge นั้น “ไม่เป็นความจริง” และไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในการดำเนินธุรกิจของบริษัท
นายพิศาลย้ำว่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันบริษัทไม่เคยเข้าไปซื้อที่ดินในจังหวัดระนอง จังหวัดชุมพร หรือพื้นที่ใดในภาคใต้ โดยที่ดินที่บริษัทถือครองในนามบริษัทมีเพียง 1 แปลง อยู่ในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เนื้อที่ประมาณ 21 ไร่ ซึ่งซื้อไว้ตั้งแต่ประมาณปี 2559 ในช่วงที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อใช้ประกอบกิจการด้านการซ่อมบำรุงรถและบริหารจัดการการขนส่งทางรถของบริษัท
ส่วนข้อกล่าวหาว่าบริษัทเกี่ยวข้องกับนักการเมืองหรือถือครองทรัพย์สินแทนบุคคลอื่นนั้น นายพิศาลระบุว่าบริษัทขอปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าไม่ได้เป็นนอมินีหรือถือหุ้นแทนบุคคลใด โดยโครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัทเปิดเผยต่อสาธารณะ สามารถตรวจสอบได้ตามระบบของบริษัทจดทะเบียนและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
นายพิศาลยอมรับว่าในโครงสร้างผู้ถือหุ้นอาจมีบุคคลที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่เป็นการถือหุ้นที่ถูกต้องตามกฎหมายและไม่ได้มีผลต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท ซึ่งทุกขั้นตอนอยู่ภายใต้หลักธรรมาภิบาลและการกำกับดูแลตามกฎหมายของบริษัทมหาชน
นอกจากนี้ยังชี้แจงว่าหากบริษัทมีการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หรือสินทรัพย์ที่มีนัยสำคัญจะต้องผ่านขั้นตอนอนุมัติภายในและหากเข้าข่ายรายการสำคัญก็ต้องมีการเปิดเผยข้อมูลต่อตลาดหลักทรัพย์ตามกฎเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีนโยบายเข้าไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หรือซื้อที่ดินในพื้นที่ที่มีการกล่าวอ้าง
นายพิศาลกล่าวว่าบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่ปี 2559 และดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบของกฎหมายมาโดยตลอด โดยรายได้ของบริษัท 100% มาจากธุรกิจให้บริการขนส่งและโลจิสติกส์ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้จากงบการเงินของบริษัท รวมถึงการถือครองทรัพย์สินต่าง ๆ ก็สามารถตรวจสอบได้ผ่านหน่วยงานของรัฐ
สำหรับเหตุผลที่บริษัทออกมาชี้แจงในครั้งนี้ นายพิศาลระบุว่าเริ่มมีการนำชื่อบริษัทไปเชื่อมโยงกับประเด็นดังกล่าวในสื่อออนไลน์ จึงมีความกังวลว่านักลงทุนและสาธารณชนอาจเกิดความเข้าใจผิดว่าบริษัทมีการขยายธุรกิจไปเกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์หรือโครงการภาครัฐ ซึ่งไม่เป็นความจริง
นายพิศาลกล่าวว่าขณะนี้ยังไม่เห็นผลกระทบที่ชัดเจนต่อธุรกิจ แต่เริ่มมีข้อมูลที่ไม่ถูกต้องในสื่อออนไลน์ จึงจำเป็นต้องออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงก่อน ส่วนการดำเนินการทางกฎหมายจะเป็นขั้นตอนต่อไป แต่ในเวลานี้สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจให้ถูกต้องตรงกัน
พร้อมยืนยันว่าหากมีหน่วยงานใดต้องการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม บริษัทพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ภายใต้กระบวนการที่ถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน












