POLITICS

‘ปิยบุตร’ กรีด บริหารเวลาไม่ได้จะมาเป็นนายกฯ เหน็บแคนดิเดตฯ บางพรรค บอกไม่ดีเบตเพราะเอาเวลาหาเสียง

‘ปิยบุตร’ กรีด บริหารเวลาไม่ได้จะเป็นนายกฯได้อย่างไร เหน็บแคนดิเดตฯ บางพรรค บอกไม่ขึ้นดีเบตเพราะเอาเวลาหาเสียง ไล่บี้นักการเมืองย้ายค่าย งงปีก่อนชมประยุทธ์ ปีนี้บอกปิดสวิตซ์ 3 ป.

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2566 คาราวานพรรคก้าวไกลสายภาคอีสานทั้ง 2 สายและสายตะวันออก นำโดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียง นายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ช่วยหาเสียง หาเสียงมาบรรจบกันที่จังหวัดปทุมธานี โดยเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ก่อนจะเข้ากรุงเทพฯในวันพรุ่งนี้ โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก แม้ไม่มีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค มาขึ้นเวที แต่มีประชาชนเข้าร่วมหลักพันคน

นายปิยบุตร กล่าวปิดท้ายเวทีว่า ก้าวไกลมาแน่ คาราวานพรรคก้าวไกลกำลังจะจอดประตูเข้ากรุงเทพฯพรุ่งนี้ วันที่ 14 พ.ค. ขอให้ไปใช้สิทธิว่าเราต้องการรัฐบาลแบบใด อยากให้ประเทศเป็นแบบไหน ตนเชื่อว่าตอนนี้ประเทศมีฉันทามติแล้วว่า ทุกคนจะเชิญพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

“เวลาเขาออกไปอย่าให้เขาออกไปคนเดียว ให้เขาเอาพี่ชายที่แสนดีที่ชื่อประวิตร วงษ์สุวรรณ ออกไปพร้อมๆกัน และถ้าออกไปได้ก็จะเกิดรัฐบาลใหม่ขึ้นมาคือรัฐบาลก้าวไกล และมีนายกชื่อพิธา” นายปิยบุตรกล่าว

นายปิยบุตร กล่าวต่ออีกว่า เหตุผลที่ต้องเลือกพรรคก้าวไกลเนื่องจากมีความใหม่ สด สภาพของปัญหาประเทศไทยสะสมเรื้อรังยาวนาน ทุกคนสะท้อนว่าอยากเปลี่ยนแปลง แต่การเปลี่ยนแปลงจะต้องใช้คนใหม่ วิธีคิดแบบใหม่ เพราะถ้าใช้คนเดิมกลุ่มเดิม ก็จะมีวิธีแบบเดิมๆ เพราะคนใหม่มีข้อจำกัดน้อยกว่าและมีความกล้าหาญที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาที่ต้นตอ

“…เขาโจมตีกันว่าคนใหม่จะไร้ประสบการณ์ จะปล่อยให้เด็กพวกนี้ไปลองของกันได้หรือ พรรคก้าวไกลไม่มีประสบการณ์เรื่องทุจริตคอรัปชั่น ไม่มีประสบการณ์เรื่องซื้อสิทธิ์ขายเสียงเข้ามามีอำนาจ ไม่มีประสบการณ์บริหารประเทศพังมาจนถึงทุกวันนี้ ไม่มีประสบการณ์ย้ายข้างไปอยู่กับพรรคทหารจำแลง ถึงเวลางวดนี้ย้ายกลับข้างมาอีกแล้ว ถึงเวลาต้องเป็นรัฐมนตรีตลอดกาล พรรคก้าวไกลไม่มีคนแบบนี้ มันอะไรกัน เมื่อเดือนที่แล้วยังปกป้องประยุทธ์อยู่เลย ยังชื่นชมรัฐธรรมนูญ 60 อยู่เลย เผลอแป๊บเดียวย้ายมาอีกข้างหนึ่ง มาบอกว่าจะปิดสวิตซ์ 3 ป. จะปิดก็ไม่ยอมปิดตั้งแต่งวดที่แล้ว แล้วตอนที่พวกพี่อยู่ในรัฐบาลชุดที่แล้วไม่ช่วยกันปิดล่ะ…” นายปิยบุตร

นายปิยบุตร กล่าวอีกด้วยว่าเหตุผลที่สองคือ พรรคก้าวไกลมีความพร้อม มีนโยบาย 300 ข้อ ครอบคลุมปัญหาทุกกลุ่ม หากเป็นรัฐบาลก็พร้อมทำงานทันที รวมถึงยังมีโรดแมพให้เห็น ถึงกับประกาศล่วงหน้า การเมืองแบบใหม่ๆ ต้องบอกพี่น้องประชาชนให้หมด

นอกจากนี้พรรคก้าวไกลยังจุดยืนชัดเจนตรงไปตรงมา พูดอย่างไรก็ทำแบบนั้น ตั้งแต่หัวหน้าพรรคจนถึงผู้สมัคร ส.ส. และผู้ช่วยหาเสียง ไม่มีวันนี้พูดอย่างหนึ่ง พรุ่งนี้พูดอีกอย่าง ไม่มีตายไมค์

“…เวทีอภิปราย ดีเบต แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล ไปทุกเวที ไปมากที่สุด จนวันนี้ก็ยังไปอยู่ การออกดีเบต ไม่ใช่การโต้วาทีสนุกๆ ไม่ใช่จะบอกว่าเอาเวลาไปหาเสียง พิธา หาเสียงก็หา ไปต่างจังหวัดก็ไป ถึงเวลาขึ้นดีเบตก็ไป นี่คือตัวอย่างการบริหารเวลาให้เป็น ถ้าแคนดิเดตนายกฯบอกว่า โอ้ย อยากไปรับฟังปัญหาประชาชนไม่มีเวลามาดีเบต แล้วพี่ทำไมไม่ไปรับฟังปัญหามาก่อนหน้านั้น บริหารเวลายังไม่ได้เราจะมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้อย่างไร…” นายปิยบุตร กล่าว

นายปิยุบตร กล่าวต่อว่าการดีเบตคือการเคารพประชาชน ให้พี่น้องประชาชนรู้ล่วงหน้า ว่าเลือกนายพิธาแล้วเป็นแบบไหน ใครสงสัยก็ถามเขา พรรคการเมืองตรงข้ามไม่พอใจก็โต้แย้งมา ก็ตอบคำถามได้ทั้งหมด พอตอบแล้วพี่น้องประชาชนก็รู้จุดยืน จะได้ตัดสินใจถูก

“…คนที่เตรียมไปเป็นนายกรัฐมนตรี แค่ดีเบตมันต้องตอบ เดี๋ยวคุณเป็นนายกฯจะต้องตอบคำถามทุกวันทุกเรื่องกว่านี้อีก แค่เวทีดีเบต ยังไม่ไปกัน จะตอบปัญหาประชาชนไหวกันได้อย่างไร…” นายปิยบุตรกล่าว

ส่วนเหตุผลข้อต่อมา นายปิยุบตร กล่าวว่า พรรคก้าวไกลเป็นพรรคการเมืองของมวลชน เมื่อเขาไปมีอำนาจ จะกล้าจัดการเรื่องยากๆแก้ปัญหาที่ต้นตอ เบื้องหลังพรรคก้าวไกลไม่มีนายทุนผูกขาดสนับสนุน ทุกคนคือเจ้าของพรรค ดังนั้นหนี้บุญคุณมีเพียงคนเดียวคือประชาชน

ส่วนข้อที่ 4 นายปิยบุตร กล่าวว่า พรรคก้าวไกลมีนโยบายที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้าง โดยต้องการปรับโครงสร้างอำนาจใหม่ ทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจ พรรคก้าวไกลจำเป็นต้องได้ ส.ส.อันดับหนึ่ง ไม่เช่นนั้นพรรคอื่นจะเลือกกระทรวงก่อน เขาจะเอานโยบายของเขาไปผลักดันเป็นนโยบายรัฐบาล เเล้วเราจะเสียโอกาส

Related Posts

Send this to a friend