POLITICS

‘เอกนิติ’ เผย อาจเห็นเงินเฟ้อขึ้นสูงสุด 4-5% หลังราคาต้นทุนสินค้า-อาหารขึ้น

‘เอกนิติ’ เผย อาจเห็นเงินเฟ้อขึ้นสูงสุด 4-5% หลังราคาต้นทุนสินค้า-อาหารขึ้น เหตุจากวิกฤตราคาน้ำมัน และเชื้อเพลิง ยัน ไทยต้องเร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน รับมือวิกฤตที่อาจลุกลาม

วันนี้ (11 พ.ค. 69) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาชนยื่นศาลรัฐธรรมนูญประเด็นเงินกู้ 2 แสนล้านบาท สำหรับเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งอยู่ใน พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ไม่เข้าข่ายจำเป็นเร่งด่วน

นายเอกนิติ กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญวิกฤตที่ซับซ้อน และไม่สามารถคาดการณ์จุดสิ้นสุดได้ ต้นเหตุมาจากต้นทุนราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในสัดส่วนที่สูง การประชุมอาเซียนก็มีการพูดกันเรื่องนี้

การพึ่งพาพลังงานสูงของไทยส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น เงินเฟ้อเดือนล่าสุดอยู่ที่ 2.9 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสูงสุดขยับขึ้นไปถึง 4-5% เนื่องจากเงินเฟ้อเกิดจากต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้น กระทบต่อค่าครองชีพและราคาสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะราคาอาหารที่ปรับตัวสูงขึ้นเกือบ 10% ในขณะนี้ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปียังใกล้เคียงกับกรอบที่วางไว้ไม่เกิน 3% แต่ได้หารือกับ ธปท. ในการประชุมร่วม 4 หน่วยงานเศรษฐกิจอยู่แล้ว

นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า การออก พ.ร.ก. มีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อเตรียมพร้อมรับมือวิกฤตที่อาจลุกลาม วิกฤตครั้งนี้แตกต่างจากปี 2540 ที่เป็นวิกฤตสถาบันการเงิน หรือช่วงแผนไทยเข้มแข็งที่เป็นวิกฤตจากภายนอก แต่ครั้งนี้คือวิกฤตปากท้องและค่าครองชีพ รัฐบาลต้องเตรียมพร้อมไม่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชนในวงกว้าง

นายเอกนิติ ยังกล่าวถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์บอกสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Moody’s ชื่นชมไทยเศรษฐกิจดี แต่รัฐบาลจะกู้เงินว่า การที่ Moody’s ชื่นชมไทย เป็นเพราะตนเองอธิบายว่าประเทศไทยมีเสถียรภาพเรื่องเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่แข็งแกร่ง แต่เป็นคนละประเด็นกับปัญหาความเดือดร้อนภายในประเทศที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข

Related Posts

Send this to a friend