POLITICS

‘เท้ง’ นำทีม ครม. เงา จี้รัฐบาลแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ

‘เท้ง’ นำทีม ครม. เงา จี้รัฐบาลแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ เสนออัดฉีด 4 หมื่นล้านช่วยตรงถึงมือ ขอ ครม. จริงยืนยันร่างแก้ รธน. รับรองสูตร CARE ดึง 7 ร่าง กม. เข้าสภาฯ ก่อนเส้นตาย 14 พ.ค. นี้

วันนี้ (11 พ.ค. 69) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แถลงข่าวภายหลังการประชุม ครม. เงา ครั้งที่ 2 ถึงข้อเสนอต่อมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรจากภาวะขาดแคลนปุ๋ย และราคาผลผลิตการเกษตรตกต่ำ

ตัวแทนเกษตรกร ได้สะท้อนปัญหาราคาข้าวที่ตกต่ำและต้นทุนสูงที่สุดเท่าที่เคยเป็นมา จากราคาน้ำมันที่แพงมาก ปุ๋ยจึงแพงตาม ซึ่งยังไม่เห็นความจริงใจในการช่วยเหลือของรัฐบาล จึงอยากถามไปยังรัฐมนตรีและรัฐบาลว่าท่านทำนาเองใช่หรือไม่ รู้ได้อย่างไรว่าต้องใช้ปุ๋ยสูตรอะไร เพราะวันนี้ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและพื้นที่ใกล้เคียงไม่สามารถใช้ปุ๋ยชีวภาพได้ต้องใช้ปุ๋ยเคมีเป็นหลัก พร้อมกับตั้งคำถามว่ายากเย็นหรือไม่ที่รัฐบาลจะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรแบบตรง ๆ แต่เป็นเพราะจะขัดผลประโยชน์กับใครหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาเป็นการช่วยเหลือแบบไม่ได้ประโยชน์

“เหตุใดถึงไม่เข็ดไม่หลาบไม่จดไม่จำ หรือเป็นพี่น้องชาวนาที่ไม่เข็ด ไม่หลาบ ไม่จด ไม่จำ ทำให้ไม่เคยเข้าถึงปุ๋ยคนละครึ่ง ปุ๋ยธงเขียว หนำซ้ำยังทำให้ปุ๋ยในตลาดแพงขึ้น”

ตัวแทนเกษตรกร ยังกล่าวถึงคำสัญญาที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีเคยไว้ให้กับชาวอยุธยาเมื่อครั้งน้ำท่วมที่ผ่านมา เป็นนายกฯ สมัยที่สองแล้วเมื่อไรจะเอาเงินมาให้พี่น้องชาวนา เพราะไม่มีเงินจะทำนาต่อแล้ว

ด้านผู้ประกอบการสวนมะพร้าว กล่าวว่า อยากตะโกนดัง ๆ แต่จุกอกเหลือเกิน พร้อมทวงถามความคืบหน้ากับการจัดการนอมินีล้งมะพร้าว การจัดตั้งล้งกลางตามนโยบายรัฐบาล มาตรฐานการตรวจสอบน้ำมะพร้าว และการยกระดับโรงงานแปรรูปมะพร้าว

นางสาววริสา มีเจริญ อดีตผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงปุ๋ยสูตรต่าง ๆ ที่ทยอยปรับตัวสูงขึ้น มาตรการที่รัฐบาลนำมาช่วยเหลือเกษตรกรโครงการปุ๋ยธงเขียวราคาประหยัดพลัส ลดราคาปุ๋ยและเคมีภัณฑ์ เมื่อดูรายละเอียดพบว่าช่วยเหลือได้ค่อนข้างน้อย แต่เดิมตั้งเป้าไว้ 10 ล้านกระสอบ แต่สุดท้ายเหลือ 6 แสนกระสอบเท่านั้น คิดเป็นแค่ 0.5% ของความต้องการใช้ปุ๋ยทั้งประเทศทั้งปี ที่เหลือให้เกษตรกรไปหาเองตามมีตามเกิด สิทธิ์ที่จะเข้าถึงปุ๋ยลดราคาก็ไม่ครอบคลุมเกษตรกรทุกคน เพราะต้องเดินทางไปซื้อที่โครงการปุ๋ยธงเขียวเท่านั้น แต่ละงานที่จัดขึ้นจะมีปุ๋ยมาจำหน่ายเพียงแค่ 1 หมื่นกระสอบเท่านั้น สิ่งที่น่าตกใจคือปุ๋ยที่นำมาขายในโครงการดังกล่าว ราคาสูงไม่ตรงตามประกาศของกระทรวงพาณิชย์ สะท้อนว่าโครงการปุ๋ยธงเขียวพลัสไม่ครอบคลุมและไม่สามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้มากเพียงพอ

นายเดชรัต สุขกำเนิด ที่ปรึกษาพรรค และผู้อำนวยการ Think Forward Center กล่าวถึงกรณีที่การเจรจาปุ๋ยยูเรียจากประเทศรัสเซีย ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เคยแถลงข่าวว่าจะนำเข้ามา 1-2 ล้านตัน แต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมารัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์ว่าติดขัดไม่สามารถดำเนินการได้ มาไม่ทันฤดูกาลเพาะปลูกที่จะถึงนี้ คาดว่าจะยกเลิกโครงการนี้ไป หลายฝ่ายก็บอกว่าเป็นเพราะราคาดีลสูงเกินไปหรือไม่ ทำให้เอกชนไม่อยากแบกรับ นอกจากนี้ยังมีการของบกลาง 5-6 พันล้านบาท เพื่อทำปุ๋ยชีวภาพแจกเกษตรกร ซึ่งมีคำถามว่าจะแจกทันในช่วงฤดูกาลเพาะปลูกนี้หรือไม่ รวมถึงการบริหารจัดการโครงการจะโปร่งใส มีมาตรฐานหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาเคยมีการทุจริตคอร์รัปชัน และมีความเหมาะสมในแต่ละสภาพพื้นที่ที่แตกต่าง

พรรคประชาชนเสนอว่ารัฐบาลควรพยายามจะเจรจาหาปุ๋ยที่มีความต้องการและมีความขาดแคลน เช่น ปุ๋ยยูเรียจากแหล่งอื่นต่อไป ควรนำบทเรียนกรณีปุ๋ยรัสเซียมาปรับปรุงเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิผลมากขึ้น ส่วนการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรควรช่วยเหลือเกษตรกรโดยตรง จะได้ไม่ต้องรอโครงการปุ๋ยธงเขียวหรือปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพสามารถบริหารจัดการได้ทันช่วงเวลาเพาะปลูก คาดว่าจะใช้วงเงินประมาณ 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งไม่ใช่วงเงินที่มากเกินไปเมื่อเทียบกับการกู้เงิน 4 แสนล้านบาท เสนอให้ช่วยเหลือแบบครอบคลุม ทันการณ์ และทั่วถึง

นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุว่ากระทรวงพาณิชย์ต้องตั้งหลักให้ดี โดยภารกิจเร่งด่วนมี 2 ภารกิจ เรื่องแรกคือต้องกล้าเข้าไปคุมราคาเพื่อจัดการต้นทุน กระทรวงพาณิชย์ต้องประกาศราคาควบคุม ไม่ใช่ปล่อยให้ราคาแนะนำเป็นเสือกระดาษ อย่าใช้เหตุผลว่าวันนี้มีโครงการปุ๋ยธงเขียวเพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงปุ๋ยราคาถูกได้ เพราะวันนี้ปุ๋ยธงเขียว มีจำนวนไม่ถึง 1% เมื่อเทียบกับจำนวนปุ๋ยที่เกษตรกรต้องใช้

เรื่องที่สอง กระทรวงพาณิชย์ต้องกำกับควบคุมการนำเข้าเพื่อบริหารปริมาณสินค้าเกษตรภายในประเทศ กระทรวงพาณิชย์ต้องตรวจสอบว่าสินค้าเหล่านี้มีมาตรฐานหรือไม่ หรือเข้ามาทำลายสินค้าในประเทศหรือไม่ ยกตัวอย่างข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐอเมริกา ปีนี้รัฐบาลเปิดโควตานำเข้า 1 ล้านตัน กระทรวงพาณิชย์เตรียมรับมือเรื่องนี้อย่างไร จะให้มีการนำเข้าหรือจะขยายเวลาหรือไม่

นายสิทธิพล เสนอมาตรการเซฟการ์ด ห้ามนำเข้าราคาสินค้าเกษตร หากราคาสินค้าเกษตรในประเทศอยู่ในภาวะวิกฤต ซึ่งมาตรการดังกล่าวเป็นมาตรการสากลเป็นไปตามหลักการค้าระหว่างประเทศ พร้อมยืนยันว่าเราต้องการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่กล้าหาญ กล้าทำเรื่องที่ยาก เพื่อดูแลผลประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกร

นายณัฐพงษ์ ระบุว่า หากรัฐบาลประชาชนมีอำนาจในการบริหารจัดการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะนำเข้าปุ๋ยจากต่างประเทศอย่างเป็นระบบ หากเรามีอำนาจในการบริหารกระทรวงพาณิชย์เราจะประกาศควบคุมราคาปุ๋ย ไม่ใช่เพียงแค่ราคาแนะนำแต่จะทำให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯ ทำงานร่วมกันได้เพื่อแก้ปัญหาให้กับเกษตรกร ไม่เกิดภาพข่าวอย่างที่เป็นมาว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ให้ข่าวต่างกัน ทั้งที่อยู่ในรัฐบาลเดียวกัน

ทั้งนี้รัฐบาลต้องเปิดเผยข้อมูลสต็อกปุ๋ยทุกอย่างให้โปร่งใส สนับสนุนเกษตรกรในการตรวจสอบคุณภาพดิน หากจำเป็นจะต้องกู้เงิน ต้องกู้เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรผู้ที่เดือดร้อนมากที่สุด ใช้วงเงินเพียงแค่ 40,000 ล้านบาท ก็ให้ความช่วยเหลือได้อย่างครอบคลุมเกษตรกรทั้งประเทศ จึงขอส่งข้อเรียกร้องไปถึงรัฐบาลให้ดำเนินการเร่งด่วน ดังนี้

1.คณะรัฐมนตรีต้องยืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 15/1 ทั้ง 2 ฉบับ ให้กลับเข้าสู่การพิจารณาของสภา ภายในวันที่ 14 พ.ค. 69 เพื่อแสดงความเคารพต่อเจตจำนงของประชาชนกว่า 21 ล้านเสียงที่เห็นชอบประชามติให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา

2.เรียกร้องให้รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานเร่งออกกฎกระทรวงรับรองสูตร CARE (Career Average Revalued Earnings) เพื่อปรับสูตรคำนวณบำนาญชราภาพให้เป็นธรรมต่อแรงงานโดยเร็วที่สุด

3.คณะรัฐมนตรีต้องยืนยัน 7 ร่างกฎหมายที่ค้างจากสภาชุดที่แล้ว ภายใน 12 พ.ค. นี้ ได้แก่ พ.ร.บ. PRTR, พ.ร.บ. โรงงาน, พ.ร.บ. นิรโทษกรรมคดีทวงคืนผืนป่า, พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน, พ.ร.บ. ธรรมนูญศาลทหาร และร่าง พ.ร.บ. สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา ร่าง พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา หากไม่ดำเนินการในกำหนดนี้ ร่างทั้งหมดจะตกไป และต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่เสียโอกาสของประเทศในการแก้ปัญหาทั้งในด้านเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของคนไทย

Related Posts

Send this to a friend