POLITICS

‘อภิสิทธิ์’ จี้ กกต.เร่งเปิดเผยข้อมูลคะแนนหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ สร้างความโปร่งใส

‘อภิสิทธิ์’ จี้ กกต.เร่งเปิดเผยข้อมูลคะแนนหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ สร้างความโปร่งใส หวั่นเกิดการลุกลามกระทบภาพลักษณ์การเมืองไทย ย้ำเงื่อนไขร่วมรัฐบาลชัดตั้งแต่หาเสียง “ไม่ต้องรอสายใคร” พร้อมเร่งรัดรัฐ-หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดการทุนเทาสแกมเมอร์ก่อนครบเส้นตายอายัติทรัพย์

วันนี้ (11 ก.พ. 69) เวลา 12.30 น. ที่อาคาร ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช พรรคประชาธิปัตย์ นำโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค และ ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรค ร่วมถึงคณะกรรมการผู้บริหารพรรค ได้ร่วมประชุมแนวทางการขับเคลื่อนพรรคหลังการเลือกตั้ง

นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคว่า วันนี้ได้เชิญผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดในเขตเลือกตั้ง รวมถึงผู้ที่คาดการณ์ว่าจะเป็น สส.บัญชีรายชื่อ เข้าหารือ โดยระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีการรับรองสถานะ สส. จึงเป็นการประชุมในเชิงบริหารพรรค วิเคราะห์ผลการเลือกตั้ง และกำหนดทิศทางการทำงานในหลายด้าน

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า มีเรื่องเร่งด่วน 2 เรื่อง คือ 1. กระแสข่าวปัญหาการจัดการเลือกตั้งในหลายพื้นที่ ซึ่งดูรุกลามจนเกิดข้อกังขาต่อกระบวนการจัดการเลือกตั้ง พรรคเห็นว่า กกต.ต้องเร่งสร้างความโปร่งใส ด้วยการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดที่สุด ไม่ว่าจะเป็นคะแนนรายหน่วยเลือกตั้ง จำนวนบัตรทั้งสองระบบ โดยข้อมูลที่ปรากฏมีข้อสังเกตและความแตกต่างกันในหลายพื้นที่ ซึ่งบ่งชี้ว่ามีความผิดปกติ

“กรณีจำเป็นต้องลงคะแนนใหม่ตามอำนาจ กกต. กระบวนการนี้จะสร้างความชอบธรรมให้ระบอบประชาธิปไตย หากปล่อยข้อกังขาแบบนี้ และทอดเวลาออกไปจนทำให้คนจำนวนมากไม่เชื่อมั่น จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพการเมือง ต้องการให้ กกต.สร้างความโปร่งใสเร็วที่สุด” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

พร้อมระบุว่า พรรคเข้าใจกลุ่มคนที่ไม่พอใจกับความผิดปกติที่พบ แต่ขอทุกฝ่ายระมัดระวัง ไม่อยากให้สถานการณ์บานปลายจนกระทบภาพลักษณ์การเมืองไทย โดยพรรคยินดีรับข้อมูลร้องเรียน และผู้สมัครของพรรคบางส่วนได้ยื่นร้องเรียนไปแล้ว เพื่อให้ความจริงปรากฏอย่างชัดเจนที่สุด

ส่วนประเด็นที่ 2. คือ การจัดการปัญหาทุนเทาและสแกมเมอร์ โดยนายอภิสิทธิ์ ระบุว่า วันนี้คือวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ซึ่งหมายความว่า เหลือระยะเวลาอีกเพียง 17 วัน นับตั้งแต่ที่รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ออกมาตรการยึดอายัดทรัพย์ไว้ เพราะว่าตามกฎหมายนั้น จะมีเวลา 90 วัน ในการดำเนินการในเรื่องนี้ สิ่งที่เราอยากจะเรียกร้องก็คือว่ารัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องเร่งรัดเรื่องนี้ อย่าปล่อยให้ระยะเวลา 90 วัน มันผ่านพ้นไป จนสุดท้ายมาตรการที่เป็นการยึดอายัดทรัพย์ชั่วคราว ไม่ได้ส่งผลอะไร ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมา เรายังเห็นว่า มีบุคคล หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้ เช่น สถาบันการเงินที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเดิมด้วย และไปเกี่ยวข้องกับโครงการอื่น เช่น การสแกนม่านตา ซึ่งเรามองว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้ดำเนินการเท่าที่ควร ในการที่จะยึดอายัดทรัพย์ หรือป้องกันไม่ให้เกิดการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน ไปจนถึงเรื่องของการที่จะทำให้สามารถขยายผลไปยังกลุ่มบุคคลต่าง ๆ ได้

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ตนทราบดีว่าตอนนี้ก็เป็นรัฐบาลรักษาการ และก็อำนาจหน้าที่ตรงนี้ก็เป็นของหน่วยงานอย่างเช่น ปปง. หรือ กลต.แต่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องเร่งรัดเรื่องนี้ เพราะว่า มิฉะนั้นแล้ว ถ้าปล่อยระยะเวลาตรงนี้ผ่านไป และยิ่งมีรัฐบาลที่เป็นรัฐบาลรักษาการไปอีกยาว ในที่สุดมาตรการทั้งหลายในการปราบปรามก็จะไม่ได้เกิดผล อยากให้เร่งทำตรงนี้แล้วก็ขยายผลต่อ

สำหรับการร่วมรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ ยืนยันว่า “ยังไม่มีการติดต่อใด ๆ ทั้งสิ้น” และพรรคได้แสดงท่าทีชัดเจนเกี่ยวกับเงื่อนไขการร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล โดยยึดตามเงื่อนไขที่ประกาศไว้ทุกประการ “ไม่ต้องรอสาย”

เมื่อถูกถามว่าเงื่อนไขดังกล่าวจะปิดโอกาสทางการเมืองหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ หากจะร่วมต้องมีเรื่องนโยบายและเงื่อนไขอื่นประกอบ

ส่วนประเด็นความเห็นต่างของสังคมภายหลังการเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งย่อมมีความเห็นแตกต่าง แต่หากกระบวนการเลือกตั้งมีความชอบธรรม ทุกพรรคการเมืองและประชาชนก็จะยอมรับได้

“สันติสุขต้องเริ่มจากความโปร่งใสดีที่สุด ถ้าทุกอย่างตรงไปตรงมา เราจะเห็นด้วยเห็นต่างก็ไม่เป็นปัญหา แต่เมื่อใดมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบธรรม มันจะเป็นปัญหาอยู่เสมอ”

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงกระแสเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ทั่วประเทศว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่ามีกระบวนการทุจริตหรือไม่ แต่ภาพที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทำให้ประชาชนสงสัย จึงยิ่งต้องให้ กกต.เร่งเปิดเผยข้อมูล โดยเฉพาะกรณีคะแนนสองระบบไม่ตรงกันในหลายพื้นที่

“ถ้า กกต.มั่นใจกระบวนการต่าง ๆ กกต.ต้องเร่งนำข้อมูลออกมาให้คนเห็น ยิ่งเร็วเท่าไร ก็จะทำให้ประชาชนร่วมตรวจสอบได้มากขึ้น ถ้าไม่เร่งรัดอาจจะเกิดการรุกลาม”

ด้าน นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หลังการเลือกตั้ง พรรคต้องเอาจริงเอาจังกับการจัดการทุนเทา โดยเฉพาะกลุ่มที่ถูกอายัติทรัพย์ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม ซึ่งหากปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยไม่จัดการ จะส่งสัญญาณเชิงลบต่อทั้งคนไทยและต่างประเทศ

นายกรณ์ ระบุว่า กลุ่มที่ถูกอายัติทรัพย์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเครือข่าย และการดำเนินการของกลุ่มทุนเหล่านี้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ หากไม่มีคนไทยสมรู้ร่วมคิด พร้อมยืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์จะเดินหน้าประเด็นนี้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะร่วมรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน

Related Posts

Send this to a friend