‘เอกนิติ’ สั่งลุย Risk Map เรียลไทม์รับมือซูเปอร์เอลนีโญ จี้ตั้งศูนย์บัญชาการจังหวัดสู้ภัย
วันนี้ (10 ส.ค. 69) ที่ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง ครั้งที่ 1/2569 เพื่อติดตามการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์และแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง
นายเอกนิติ ระบุว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยสถานการณ์ภัยพิบัติ จึงแต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งระดับภูมิภาค 5 คณะ เพื่อรวมศูนย์การทำงานให้มีเอกภาพและลดขั้นตอนการสั่งการ สำหรับพื้นที่ภาคกลางเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำและรับน้ำหลากจากภาคเหนือ รวมถึงเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ จึงต้องเตรียมพร้อมรับมือทั้งอุทกภัยและภัยแล้งอย่างรัดกุม
นายเอกนิติ สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศมาร่วมจัดทำแผนที่เสี่ยงภัย (Risk Map) เพื่อประเมินจุดเสี่ยงแบบเรียลไทม์ พร้อมให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจัดทำรายการตรวจสอบ (Checklist) ปฏิบัติงานสำหรับผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อนำไปใช้เตรียมความพร้อมรับมือและจัดทำแผนเผชิญเหตุให้ครอบคลุมทุกระยะ
สำหรับการเผชิญเหตุและช่วยเหลือ กำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดเป็นศูนย์กลางบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วน โดยให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก พร้อมสั่งการให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขเตรียมพร้อมดูแลประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง และวางมาตรการป้องกันผลกระทบในพื้นที่เศรษฐกิจอย่างเข้มงวด ตลอดจนให้จังหวัดเร่งสำรวจความเสียหายและจ่ายเงินเยียวยาอย่างรวดเร็ว
ส่วนการบริหารจัดการ รัฐบาลแบ่งพื้นที่รับผิดชอบภาคกลางเป็น 17 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร โดยมอบหมายคณะรัฐมนตรีดูแลเป็นรายลุ่มน้ำ พร้อมเน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเร่งสื่อสารข้อมูลสถานการณ์น้ำที่ถูกต้องผ่านทุกช่องทางแบบสองทาง (Two-way Communication) เพื่อสร้างความตระหนักรู้และไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนก
“ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ภาวะซูเปอร์เอลนีโญ การเตรียมพร้อมรับมือล่วงหน้าจะช่วยลดความเสี่ยงจากสาธารณภัยที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะการจัดทำ Risk Map ซึ่งแต่ละจังหวัดมีความเสี่ยงแตกต่างกัน จึงต้องวิเคราะห์ให้ตรงกับบริบทของพื้นที่” นายเอกนิติ กล่าว
นายเอกนิติ ระบุทิ้งท้ายว่า ขอให้ประชาชนมั่นใจการทำงานของรัฐบาล โดยคณะกรรมการฯ จะติดตามสถานการณ์อุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลางอย่างใกล้ชิด เพื่อปกป้องชีวิต ทรัพย์สิน พื้นที่การเกษตร และสร้างความปลอดภัยให้ประชาชน













