กกต.เตือนผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. – นายกเมืองพัทยา เช็กคุณสมบัติต้องห้ามก่อนลงสมัครเลือกตั้ง
กกต.เตือนผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. – นายกเมืองพัทยา เช็กคุณสมบัติต้องห้ามก่อนลงสมัครเลือกตั้ง ชี้หากรู้ตัวไร้คุณสมบัติ แต่ยังดื้อลง เสี่ยงคุก 1-10 ปี เพิกถอนสิทธิ 10 ปี พร้อมยกตัวอย่างแนวคดี ‘พิธา-ไอทีวี‘ ถือหุ้นสื่อ
วันนี้ (15 พ.ค. 69) ที่โรงแรมทรีซิ้กตี้ไฟว์ พัทยา จ.ชลบุรี ว่าที่ร้อยตรีภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) บรรยายในหัวข้อขั้นตอนและกระบวนการเลือกตั้งกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา ว่า วันที่ 21 พ.ค. 69 จะถือว่าเป็นวันทำงานสุดท้ายของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร นายกเมืองพัทยาและสมาชิกสภาเมืองพัทยา โดยกรณีของเมืองพัทยาปลัดเมืองพัทยาจะทำหน้าที่รักษาการแทนนายกเมืองพัทยา แต่ กทม.จะไม่เหมือนกันบริหารราชการระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร 2528 กำหนดให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่อยู่ครบวาระปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ซึ่งถ้านายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ไม่ลาออก ก็จะมีลักษณะต้องห้ามตาม (13) ของ พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ทำให้ลงสมัครไม่ได้ดังนั้นหากนายชัชชาติ จะลงสมัครจะต้องลาออกก่อนครบวาระ ซึ่ง กกต.ได้มีมติเห็นชอบให้มีการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย.2569 โดย วันดังกล่าวถือเป็นวันที่ 38 ของกรอบระยะเวลา 45 วัน เหตุที่กกตกำหนดเช่นนั้นเนื่องจาก ถ้าไปกำหนดเป็นวันอาทิตย์ที่ 5 ก.ค.2569 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของกรอบระยะเวลา 45 วัน
ว่าที่ร้อยตรีภาสกร กล่าวต่อว่า หากมีเหตุที่ทำให้การจัดการเลือกตั้งไม่แล้วเสร็จจะเกิดปัญหาถูกร้องให้มีการตีความ แล้วถ้าหากขยับให้เลือกตั้งในวันเสาร์แทน เหมือนกันเลือกตั้ง อบจ.ที่ผ่านมาก็อาจถูกโจมตี เพราะบริบทของเมืองพัทยาและกรุงเทพมหานคร แตกต่างจาก อบจ.เนื่องจากเป็นชุมชนเมืองที่วันเสาร์ที่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งยังคงทำงานอยู่ กกต.จึงถอยทุกวันเข้ามา 1 สัปดาห์ จึงเป็นวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย. และมั่นใจว่าจะไ่ม่ทำให้ผู้สมัครมีระยะเวลาการหาเสียงที่น้อยลง ประกาศ timeline เพราะกกตมีการประกาศไทม์ไลน์กำหนดวันเลือกตั้ง มาก่อนหน้านี้นานแล้ว
ส่วนที่กำหนดการรับสมัครในวันที่ 28 พ.ค.-1 มิ.ย.2569 เป็นช่วงกลางสัปดาห์ก็เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในเรื่องการจัดเตรียมเอกสารของผู้สมัคร ที่จะต้องขอจากหน่วยงานราชการรวมถึงเจ้าที่ก็จะได้มีความพร้อมด้วย และย้ำว่าให้ผู้ที่จะลงสมัคร รับเลือกตั้งทางกรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา ได้ตรวจสอบคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามในการลงสมัครรวม 20 ลักษณะ รวมถึงการจัดเตรียมหลักฐานที่จะยื่นรับสมัคร
ส่วนในเรื่องการถือหุ้นสื่อ กกต.จะยึดตามแนวคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญในคดีที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ถูกร้องว่าถือหุ้นในบริษัท ไอทีวี จำกัด ซึ่งศาลจะดูว่า ในปีที่สมัครนั้น บริษัทสื่อดังกล่าวมีรายได้จากการทำสื่อหรือไม่ หรือลักษณะต้องห้ามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา เช่นลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ รับของโจร ฉ้อโกง หากต้องคดีเหล่านี้ก็จะไม่สามารถเล่นการเมืองได้ตลอดชีวิต เช่นเดียวกับการต้องคำพิพากษา ว่าเป็นผู้ผลิตผู้ค้ายาเสพติด แต่ยกเว้นหากเป็นพืชกัญชาจะไม่เข้าลักษณะต้องห้าม รวมไปถึงการเป็นผู้อยู่ระหว่างการจำกัดสิทธิ 2 ปี เนื่องจากไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งสามารถตรวจสอบประเด็นนี้ได้ทางเว็บไซต์ของกรมการปกครอง รู้ตนเองซึ่งหากผู้ที่รู้ตนเองว่าไม่มีสิทธิ์ลงสมัครแต่ยังคงลงสมัคร กฎหมายได้กำหนดโทษไว้รุนแรงว่าต้องระวังโทษ 1-10 ปีปรับไม่เกิน 20,000-200,000 บาททั้งจำทั้งปรับ และอาจถูกศาลสั่งเพิกถอนสิทธิ 10 ปี












