‘กรณ์’ อัดนโยบาย ‘อนุทิน 2’ แก้พลังงานล้มเหลว
ซัดนายกฯ ไร้มาตรฐานตั้งรัฐมนตรีเอี่ยวเครือข่ายสแกมเมอร์ จี้ตรวจสอบเส้นทางการเงินให้ถึงที่สุด
วันนี้ (10 เม.ย.69) ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่ารัฐบาลไม่มีนโยบายแก้ปัญหาราคาน้ำมันที่ชัดเจน ใช้เพียงยุทธศาสตร์ซื้อเวลารอราคาตลาดโลกปรับลด ขณะที่การเจรจาลดค่าการกลั่น 2 บาทต่อลิตรกลับสวนทางกับค่าการตลาดหน้าปั๊มที่พุ่งสูงขึ้นจาก 5 บาทเป็น 10 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นการสะท้อนว่ารัฐบาลเกรงใจนายทุนและไม่ใส่ใจความเดือดร้อนของประชาชน เนื่องจากไม่มีการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันลงแม้แต่สตางค์เดียว
นายกรณ์ โต้แย้งคำชี้แจงของ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ระบุให้ภาระราคาน้ำมันเป็นเรื่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ว่าเป็นการผลักภาระให้ประชาชนต้องรับผิดชอบหนี้ พร้อมชี้ว่าภาษีสรรพสามิตน้ำมันถูกส่งเข้ากองกลาง ไม่ได้สนับสนุนสาธารณสุขโดยตรงตามที่อ้าง ขณะเดียวกันยังระบุถึงช่องโหว่ในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระหว่าง กฟผ. กับเอกชน ที่เปิดโอกาสให้เอกชนได้กำไรเพิ่มเมื่อราคาเชื้อเพลิงสูงขึ้น
สำหรับการปราบปรามทุนสีเทาและสแกมเมอร์ นายกรณ์ อภิปรายว่ารัฐบาลขาดความจริงจัง โดยพาดพิงการทำงานของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ว่าล่าช้า ส่งผลให้มีการโยกย้ายถ่ายหุ้นมูลค่ากว่า 500 ล้านบาทออกไปก่อนการอายัดทรัพย์รอบสอง พร้อมจี้ให้รัฐบาลพิสูจน์หลักการ “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” ด้วยการตรวจสอบนอมินีคนไทยอย่างถึงที่สุด
นายกรณ์ ยกตัวอย่างกรณีอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังในรัฐบาลอนุทิน 1 ที่เคยซื้อหุ้นบริษัท Finansia และพาดพิงถึงความเป็นไปได้ในการกู้เงินจาก Capital Asia Investments (CAI) พร้อมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีสืบสวนต่อ นอกจากนี้ยังระบุถึงหุ้นที่ถูกอายัดว่าถือครองโดย CAI และ Finansia ซึ่งเชื่อมโยงกับ เบน และตั้งข้อสังเกตถึงกรรมการบริษัทต้นทางว่าอาจเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งหากไม่สะสางจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน
นายกรณ์ พาดพิงถึงกรณีบันทึกความเข้าใจ (MOU) ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดประเด็นว่ามีผู้พยายามติดสินบน 40 ล้านบาทต่อเดือน และวิจารณ์ภาพถ่ายที่มีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ ร่วมเป็นสักขีพยานกับ เบน พร้อมตั้งคำถามถึงนายกรัฐมนตรีว่าเหตุใดจึงแต่งตั้งนายประเสริฐกลับมาเป็นรัฐมนตรีอีกครั้ง
พร้อมกันนี้ ยังเรียกร้องให้นายเอกนิติพิจารณาความเหมาะสมกรณีที่นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ อดีตปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เป็นหนึ่งในบุคคลที่ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษแจ้งความดำเนินคดี
ในช่วงท้าย นายกรณ์ พาดพิงถึงนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรณีข่าวการทำธุรกรรมซื้อเครื่องบินเจ็ตมูลค่า 800 ล้านบาทจากภรรยาของ เบน ผ่านธนาคารกัมพูชาของ ยิม โดยตั้งคำถามถึงนายกรัฐมนตรีว่าตรวจสอบเส้นทางการเงินก่อนแต่งตั้งหรือไม่
“ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีมีคำตอบชัดเจนว่า ตรวจสอบแล้ว ทุกอย่างบริสุทธิ์ อธิบายได้ ก็ขอให้อธิบายต่อสาธารณะ แต่ถ้าท่านยังไม่เคยตั้งคำถามเหล่านี้ ผมก็อดถามท่านไม่ได้ว่า นั่นสะท้อนถึงความจริงใจของท่านหรือไม่ในการปราบกลุ่มทุนเทา ท่านจริงใจกับสิ่งที่ท่านพูดหรือไม่ ในการปิดชื่อถือพฤติกรรม เอาเรื่องกับทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะเป็นคนที่อยู่ใกล้ชิดกับท่านเอง” นายกรณ์ ระบุ












