POLITICS

We Watch รายงานผลสังเกตการณ์เลือกตั้ง 69 พบแพทเทิร์นน่าสงสัย สารพัดข้อพิรุธ

We Watch รายงานผลสังเกตการณ์เลือกตั้ง 69 พบแพทเทิร์นน่าสงสัย สารพัดข้อพิรุธ ‘บัตรเขย่ง-นับคะแนนผิด’ พบข้อมูลไม่ตรง เอกสารไม่เปิดเผย และข้อร้องเรียนพฤติกรรมไม่เหมาะสมของกรรมการประจำหน่วย

วันนี้ (10 ก.พ. 69) ที่ห้องประชุม ชั้น 4 มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม (มอส.) เครือข่ายเยาวชนสังเกตการณ์การเลือกตั้งเพื่อประชาธิปไตย (We Watch) แถลงผลการสังเกตการณ์การเลือกตั้งทั่วไปและการลงประชามติ ปี 2569 โดยเปิดเผยข้อมูล ข้อเท็จจริง และการประมวลผลจากผู้สังเกตการณ์ทั่วประเทศ ครอบคลุมสถานการณ์ตั้งแต่ช่วงก่อนวันเลือกตั้ง วันเลือกตั้ง (8 กุมภาพันธ์ 2569) จนถึงหลังการเลือกตั้ง พร้อมสะท้อนปัญหา กรณีศึกษา ผลกระทบต่อกระบวนการเลือกตั้งและประชามติ รวมถึงข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อการเลือกตั้งที่เคารพสิทธิและเสียงของประชาชน

We Watch ระบุว่า การสังเกตการณ์ครั้งนี้มาจากอาสาสมัครจำนวน 16,360 คน กระจายตัวใน 77 จังหวัด ครอบคลุม 400 เขตเลือกตั้ง โดยภาพรวมยังพบข้อกังขาหลายประการ ได้รับรายงานร้องเรียนจำนวนมากที่สะท้อนถึงทั้งปัญหาและข้อจำกัดของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รวมถึงความเข้าใจในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ที่พบลักษณะซ้ำในหลายพื้นที่

ประเด็นที่ 1 การจัดสถานที่และอุปกรณ์ไม่เอื้อต่อการใช้สิทธิ โดยเฉพาะผู้พิการและผู้สูงอายุ ไม่มีทางลาดสำหรับรถเข็น เช่น เพชรบุรี เขต 3 บางกรณีส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุระหว่างใช้สิทธิ อีกทั้งพบการให้ข้อมูลและเอกสารไม่ครบถ้วน บัตรตัวอย่างเป็นขาว-ดำ บางพื้นที่ไม่มีตัวอย่างบัตรประชามติ รวมถึงกรณีย้ายหน่วยเลือกตั้งโดยไม่ประชาสัมพันธ์ล่วงหน้าอย่างทั่วถึง เช่น นครศรีธรรมราช เขต 1 สมุทรปราการ เขต 5 หน่วย 52–55 และนนทบุรี เขต 3 หน่วยที่ 5 นอกจากนี้ บางหน่วยมีแสงสว่างไม่เพียงพอ เป็นอุปสรรคต่อการสังเกตการณ์

ประเด็นที่ 2 การคุ้มครองหลักการลงคะแนนโดยรัฐ พบกรณีคูหาไม่มีผนังทึบด้านหลัง หรือมีการตั้งโต๊ะเจ้าหน้าที่ใกล้คูหาเกินไป อาจทำให้มองเห็นการลงคะแนน ซึ่งพบในบางหน่วยของกรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ สุราษฎร์ธานี สุโขทัย และนครศรีธรรมราช อาจกระทบต่อเสรีภาพในการตัดสินใจของผู้ใช้สิทธิ

ประเด็นที่ 3 ความผิดพลาดจากบัญชีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พบหลายกรณี เช่น รายชื่อถูกขีดฆ่าโดยระบุว่าเสียชีวิต ทั้งที่ยังมีตัวตน ข้อมูลยังอยู่ทะเบียนบ้านเดิมแม้ย้ายที่อยู่แล้ว หรือข้อมูลไม่ตรงกับภูมิลำเนาจริง รวมถึงกรณีตรวจสอบสิทธิในระบบออนไลน์พบว่ามีสิทธิ แต่เมื่อไปถึงหน่วยกลับไม่พบรายชื่อ เช่น อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เขต 6 และพบกรณีบัญชีรายชื่อของจังหวัดกาฬสินธุ์หายไปทั้งจังหวัด รวมถึง จ.พะเยา เขต 1 นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลสถานที่ใช้สิทธิไม่ตรงกันระหว่างเอกสารที่ส่งถึงบ้านกับข้อมูลออนไลน์ ส่งผลให้ประชาชนต้องเดินทางหลายแห่งและเกือบเสียสิทธิ

ประเด็นที่ 4 ความโปร่งใสของเอกสาร พบความผิดปกติของเอกสารที่ต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ เช่น เอกสารจำนวนบัตรก่อนและหลังลงคะแนน และเอกสารผลนับคะแนน บางหน่วยไม่ติดประกาศหน้าหน่วย หรือวางในจุดที่ประชาชนเข้าถึงไม่ได้ รวมถึงกรณีเก็บเอกสารผลนับคะแนนออกจากหน่วยในระยะเวลาอันสั้น และพบกรณีจำนวนบัตรกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิไม่ตรงกัน หรือที่เรียกว่า “บัตรเขย่ง” ตัวอย่างเช่น พิจิตร เขต 1 ผู้มีสิทธิ 145,512 คน ผู้มาใช้สิทธิ 100,830 คน แต่ผลคะแนนรวม 113,175 คะแนน, สกลนคร ผู้มาใช้สิทธิ 440 คน แต่บัตรนับได้ 545 ใบ, ปทุมธานี เขต 5 หน่วยที่ 5 ต้องนับใหม่ถึง 3 รอบ, ขอนแก่น เขต 11 ระบุบัตรดี 74,696 ใบ แต่ผลคะแนนรวม 97,904 คะแนน และบุรีรัมย์ เขต 1 ผู้มาใช้สิทธิ 80,457 คน แต่ผลคะแนนรวม 86,162 คะแนน ซึ่งสะท้อนถึงความผิดพลาดที่จำเป็นต้องตรวจสอบเพิ่มเติม

ประเด็นที่ 5 การปฏิบัติหน้าที่ของ กปน. พบกรณีไม่ตรวจสอบหลักฐานแสดงตน ให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน เช่น แจ้งว่าสามารถออกเสียงได้ทุกหน่วย หรือเพิ่มชื่อได้แม้ไม่อยู่ในทะเบียน รวมถึงการชี้นำการออกเสียง เช่น พิจิตร เขต 1 และ 2 นอกจากนี้ ยังพบการฉีกบัตรผิดวิธี การยืนคุมการลงคะแนน เช่น ร้อยเอ็ด เขต 6 และปัญหาการวินิจฉัยบัตรดี–บัตรเสียผิดพลาด เช่น นนทบุรี เขต 1 รวมถึงการขานนับและขีดคะแนนผิดพลาด และไม่หันกระดานคะแนนให้ผู้สังเกตการณ์ เช่น กาฬสินธุ์ เขต 5 หน่วยที่ 6 ขณะที่สงขลา เขต 2 พบปัญหาบัตรเสียจำนวนมากจากปัญหาทางเทคนิค เช่น หมึกซึมเมื่อพับบัตร

ประเด็นที่ 6 การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน พบหลายหน่วยยังไม่เข้าใจสิทธิในการสังเกตการณ์ ปฏิเสธไม่ให้ถ่ายภาพเอกสารหรือบันทึกภาพ หากไม่มีเอกสารจากพรรคการเมือง บางพื้นที่มีฝนตกหนัก ส่งผลให้ต้องย้ายสถานที่นับคะแนนอย่างฉุกเฉิน

ประเด็นที่ 7 พฤติกรรมส่อทุจริตและการซื้อเสียง พบรายงานกรณีอุบลราชธานี เขต 7 มีการให้ประชาชนถ่ายภาพบัตรประชาชนคู่กับบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้ว เพื่อนำไปแลกรับเงิน 1,000 บาท ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง นอกจากนี้ ที่พะเยา เขตเลือกตั้งที่ 1 ปรากฏรายงานจากสื่อ กรณี กปน.ถูกกล่าวหาว่าพยายามหย่อนบัตรเพิ่ม 7 ใบ โดย กกต. และตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวน และกรณีชลบุรี เขต 1 ประชาชนยื่นร้องต่อ กกต. ให้ตรวจสอบ หลังพบพฤติการณ์ที่อาจไม่สุจริต เช่น ไฟฟ้าดับระหว่างนับคะแนน ผลคะแนนไม่สอดคล้องกับบัตร และการนับไม่เป็นไปตามขั้นตอน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

Related Posts

Send this to a friend