‘ยศชนัน’ ถก LGBTQIA+ ครีเอเตอร์ ชูโมเดล ‘Cluster Tourism’
‘ยศชนัน’ ลุยเชียงใหม่ ถก LGBTQIA+ ครีเอเตอร์ ชูโมเดล ‘Cluster Tourism’ ร้อยเรื่องราวเพิ่มมูลค่า – หนุนรัฐเป็นแมวมองเติมทุนคนตัวเล็ก – ย้ำความเท่าเทียมเริ่มที่คุณค่ามนุษย์
เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย และ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากตัวแทนกลุ่ม LGBTQIA+, กลุ่มคนทำงานสร้างสรรค์, สายงานวัฒนธรรม และภาคธุรกิจ เพื่อร่วมกันหาแนวทางผลักดันนโยบายให้เชียงใหม่เป็นเมืองต้นแบบที่โอบรับความหลากหลายและขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยความคิดสร้างสรรค์ โดยบรรยากาศในการพบปะเป็นไปอย่างคึกคัก
กลุ่มตัวแทน ได้นำเสนอประเด็นสำคัญเพื่อยื่นต่อพรรคเพื่อไทย โดยสรุปเป็น 4 ยุทธศาสตร์หลัก ดังนี้ เสนอให้รัฐบาลสนับสนุน “คนตัวเล็ก” ในวงการศิลปวัฒนธรรมอย่างจริงจัง โอกาสดิจิทัลและ E-Sport ความเท่าเทียมและสิทธิมนุษยชน (LGBTQIA+) และแก้หนี้สินและปากท้อง
หลังจากรับฟัง นายยศชนัน กล่าวว่า จากการรับฟังและหารือร่วมกับนักวิชาการ ตนมองเห็นทิศทางที่จะผลักดันเชียงใหม่ผ่านโมเดล “Cluster Tourism” หรือการท่องเที่ยวแบบกลุ่มก้อนที่เชื่อมโยงกัน เพราะเชียงใหม่เวลาคนมาเที่ยวไม่ได้มองแค่จุดหมายปลายทางเดียว แต่มองสภาพแวดล้อมรอบข้าง เหมือนโมเดลความสำเร็จของญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้ ที่ประเทศขับเคลื่อนด้วย “Storytelling” หรือเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจ
“ประเทศมันต้องการเรื่องเล่าที่ชัดเจน และ Inspire มาก ๆ ซึ่งเสน่ห์จริง ๆ ของเชียงใหม่ บางทีมันอยู่ที่ร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่เขาเล่าเรื่องลึก ๆ ได้ หรือเรื่องราวระหว่างการเดินทางก่อนไปถึงจุดหมายหลักอย่างดอยอินทนนท์ สิ่งเหล่านี้คือมูลค่าที่ภาครัฐต้องเข้ามาช่วยถักทอให้เกิดขึ้น” นายยศชนัน กล่าว
นายยศชนัน ระบุว่า ประเด็นการสนับสนุน Content Creator และคนตัวเล็กว่า ภาครัฐไม่ควรลงมือทำเอง แต่ต้องทำหน้าที่เหมือนแมวมอง คอยสอดส่องว่ามีกลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือเด็กนักเรียนคนไหนที่มีของ มีโปรเจกต์ที่น่าสนใจ แล้วรัฐเข้าไปสนับสนุนทุน (Funding) เพื่อให้เกิดการจ้างงานและสร้างโอกาสใหม่ๆ เพราะหากพวกเขาเห็นโอกาส แต่ไม่มีทุน” ก็ไม่สามารถไปต่อได้ นโยบายนี้จะเปลี่ยนบริการการท่องเที่ยวของไทยไปสู่ “High Value Service” หรือบริการที่มีมูลค่าสูง ซึ่งจะสร้างรายได้ที่ยั่งยืนกว่า
ส่วนประเด็นเรื่องความหลากหลายและความเท่าเทียม แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย มองลึกลงไปถึงรากฐาน โดยระบุว่า เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ประเด็นของกลุ่ม LGBTQIA+ เท่านั้น แต่เป็นเรื่องสากลที่ทุกกลุ่มสังคมเผชิญร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องมุสลิมหรือคริสต์ ที่ต่างก็มีข้อกังวลเรื่องการถูกปฏิบัติที่แตกต่าง หรือความไม่เข้าใจในวิถีปฏิบัติ
“เรื่องนี้ต้องทำให้เป็นธรรมชาติ สิ่งสำคัญที่สุดคือ ‘Fundamental of Life’ หรือพื้นฐานของชีวิตและการเห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์ หากเราเข้าใจพื้นฐานตรงนี้ ความกลัวความแตกต่างจะหายไป และจะนำไปสู่การเคารพซึ่งกันและกันโดยอัตโนมัติ”
นายยศชนัน ได้เชื่อมโยงมาสู่การปฏิรูปการศึกษา โดยเสนอแนวคิด “สร้างฮีโร่ของเมือง” เพื่อเป็นกรณีศึกษา ให้เด็กๆ ได้เห็นเป็นแบบอย่าง เพราะการเรียนรู้ที่ดีที่สุดต้องเริ่มจาก “Emotion” ก่อน “Logic”
“เราต้องสร้างแรงบันดาลใจ ให้เด็กเห็นว่าคนๆ นี้ทำสำเร็จได้อย่างไร เขาดีอย่างไร เพื่อให้เด็กเกิดความรู้สึก ‘ฟิน’ และอยากจะเป็นแบบนั้นบ้าง ไม่ใช่การเรียนแบบท่องจำตำรา มหาวิทยาลัยและโรงเรียนต้องปรับตัวเป็น ‘Incubator’ หรือศูนย์บ่มเพาะ ที่ยืดหยุ่นและพร้อมสนับสนุนความฝันของเด็ก เพื่อสร้างบุคลากรที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจสร้างสรรค์ในอนาคตได้อย่างแท้จริง” นายยศชนัน กล่าวทิ้งท้าย












