‘ปกรณ์’ เมินฝ่ายค้านยื่นซักฟอก ม.151 ชี้ข้อกล่าวหาเลื่อนลอยไร้เหตุผล ยันทำหน้าที่นั่งร้านให้ประเทศไม่ได้เอื้อประโยชน์ ‘ภูมิใจไทย’
วันนี้ (9 ต.ค.69) เวลา 09.20 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามมาตรา 151 โดยมีชื่อเป็น 1 ใน 18 รัฐมนตรี ว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจถือเป็นเรื่องปกติ แต่ข้อกล่าวหาควรมีความชัดเจนพอให้สามารถชี้แจงประเด็นได้ หากเป็นข้อกล่าวหาที่เลื่อนลอยจะไม่สามารถตอบคำถามได้ ซึ่งเมื่ออ่านข้อกล่าวหาของตนเองแล้วยังไม่ทราบว่าจะต้องชี้แจงประเด็นใด
นายปกรณ์ ระบุว่า ตามระบอบประชาธิปไตยควรพิจารณากันด้วยเหตุผลที่ชัดเจน มิเช่นนั้นจะเป็นเพียงการกล่าวหาลอยโดยประชาชนจะไม่ได้รับประโยชน์จากการชี้แจงหรืออภิปราย สิ่งที่สังคมต้องการจากระบอบประชาธิปไตยคือเหตุผล ไม่ใช่อารมณ์หรือการกล่าวหา ซึ่งเมื่อเทียบกับการประชุมสภาของสิงคโปร์หรือออสเตรเลียจะไม่พบข้อกล่าวหาที่เลื่อนลอยลักษณะนี้
กรณีฝ่ายค้านกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมรับผลประโยชน์ทับซ้อนและเอื้อประโยชน์พวกพ้อง นายปกรณ์ กล่าวว่า ผู้กล่าวหาต้องอธิบายให้ชัดเจนว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือเอื้อพวกพ้องอย่างไร หากกล่าวหาโดยไม่มีรายละเอียดจะไม่สามารถตอบคำถามได้ เช่น การอ้างว่าใช้อำนาจสั่งการให้บุคคลใดไปชี้แจงเพื่อทำลายตนเองหรือเอื้อพวกพ้องโดยไม่มีหลักฐานถือเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
ส่วนข้อสังเกตเรื่องการกำกับดูแลงานด้านกฎหมายที่อาจเอื้อประโยชน์ให้พรรคภูมิใจไทย นายปกรณ์ ยืนยันว่า มีหน้าที่ป้องกันไม่ให้รัฐบาลกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งนายกรัฐมนตรีกำชับเรื่องนี้อย่างชัดเจน ดังนั้นสิ่งใดที่ผิดกฎหมายจะแจ้งทันทีว่าไม่สามารถทำได้ การปฏิบัติหน้าที่ลักษณะนี้ถือเป็นการเป็นนั่งร้านให้ประเทศ ไม่ใช่นั่งร้านให้รัฐบาล
เมื่อถามย้ำว่าเป็นนั่งร้านให้ใคร นายปกรณ์ กล่าวย้ำว่า เป็นนั่งร้านให้ประเทศ เมื่อมีผู้กระทำผิดนายกรัฐมนตรีจะมอบหมายให้เข้าไปตรวจสอบ การกล่าวหาบุคคลใดทั้งทางแพ่ง อาญา วินัย หรือปกครอง ควรต้องมีหลักฐานชัดเจน หากมีหลักฐานสามารถส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการและติดตามตรวจสอบตามขั้นตอน เช่น กรณีการทุจริตสอบท้องถิ่นที่ส่งสำนวนให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือ ป.ป.ช.กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบหรือ ป.ป.ป.และกระทรวงมหาดไทย ซึ่งติดตามความคืบหน้าทุกเดือน
นายปกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนเองไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย แต่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่เนื่องจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้เชิญ หากพรรคภูมิใจไทยเชิญไปให้ความรู้หรือสอบถามข้อกฎหมายก็พร้อมอธิบายแต่ไม่ได้ไปบ่อยครั้ง พร้อมยืนยันว่าไม่กังวลที่มีชื่อถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยังคงพักผ่อนและใช้ชีวิตตามปกติเนื่องจากไม่ได้กระทำผิด และเคยระบุไว้ตั้งแต่ต้นว่าหากภารกิจเสร็จสิ้นจะพิจารณาอำลาตำแหน่งเอง













