POLITICS

จับตา! เปลี่ยนสูตรเลือกตั้ง สอดคล้องยื่นตีความ นายกฯ 8 ปี จังหวะเหมาะ ‘ประวิตร’ ก้าวสู่อำนาจ

‘สิริพรรณ’ มองเกมเปลี่ยนสูตรเลือกตั้ง สอดคล้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ 8 ปีนายกรัฐมนตรี ชวนจับตา เป็นจังหวะเหมาะสุดที่ พล.อ.ประวิตร จะก้าวขึ้นสู่อำนาจ แทน พล.อ.ประยุทธ์

เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า พรรคร่วมฝ่ายค้าน จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้าน มีมติร่วมกัน ที่จะใช้ช่องทางของรัฐสภา ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมาตรา 170 ในการตรวจสอบคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรี โดยจะรวบรวมรายชื่อ ส.ส. ในนามพรรคร่วมฝ่ายค้าน ยื่นต่อ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปีของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และเตรียมยื่นหนังสือถึงประธานสภาฯในวันที่ 17 ส.ค. นี้ ก่อนจะครบกำหนดในวันที่ 24 ส.ค.65 ซึ่งจะยื่นให้ศาลวินิจฉัยให้ พล.อ.ประยุทธ์ ยุติปฏิบัติหน้าที่ด้วย หากศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง

นี่จึงเป็นก้าวย่างสำคัญทางการเมืองที่น่าสนใจกับอนาคตของ พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา แม้มีการวิเคราะห์แนวทางการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ไว้ 3 แนวทาง แต่ในทางการเมือง ช่วงจังหวะที่มีการพิจารณากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ที่จะมีขึ้นในวันที่ 10 ส.ค.และมีความพยายามเปลี่ยนสูตรหาร ส.ส.จาก 500 มาเป็น 100 ทำให้เกมนี้ไปในเนื้อเดียวกัน

รศ.ดร.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่า การยื่นก่อนครบกำหนดเพียง 1 สัปดาห์ ทำให้ศาลรัฐธรรมนูญต้องมีคำวินิจฉัยอย่างทันท่วงที และเป็นจังหวะที่ความหวั่นไหวทางการเมืองจะสูงสุด เพราะสาธารณชนจะติดตามว่าคำวินิจฉัยจะเป็นไปในทางใด

“จะว่าไปแล้วเกมนี้ไปในเนื้อเดียวกันกับสูตรหาร 100 เพราะหาก พล.อ.ประวิตร อยากคุมอำนาจทางการเมืองสูงขึ้น ก็ต้องอาศัยจังหวะนี้เองที่ พลเอก ประยุทธ์ ระส่ำระสายมากที่สุด”

สำหรับแนวทางการวินิจฉัย มีการวิเคราะห์ไว้ 3 แนวทาง

  1. นับแต่หลังการเลือกตั้ง ดำรงตำแหน่ง 9 มิถุนายน 2562 ซึ่งจะดำรงตำแหน่งได้ถึง 9 มิถุนายน 2570
  2. นับแต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้รับการโปรดเกล้า คือ เมษายน 2560 ในกรณีนี้ พลเอก ประยุทธ์ จะดำรงตำแหน่งอยู่ได้เพียง 2 ปีที่จะส่งผลถึงเสถียรภาพทางการเมืองในวาระหน้า แนวทางนี้เป็นความไม่มั่นคงของ พล.อ.ประยุทธ์
  3. นับแต่รัฐประหารและเป็นนายกรัฐมนตรี 24 สิงหาคม 2557 ซึ่งจะครบ 8 ปีในวันที่ 24 ส.ค. 2565

ประเด็นที่ต้องพิจารณา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 158 ที่กำหนดให้นายกรัฐมนตรีได้รับเลือกจากสภาผู้แทนราษฎร อาจทำให้ตีความได้ว่าต้องเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งปี 2562 ซึ่งจะอยู่ถึงปี 2570
แต่ก็มีการบัญญัติไว้ด้วยว่า “ไม่ให้มีการผูกขาดทางการเมือง” ก็อาจพิจารณาได้ว่า พลเอก ประยุทธ์ อยู่มาแล้ว 8 ปี ซึ่งหลายประเทศในโลกกำหนดวาระนายกรัฐมนตรีไว้ 8 ปี

แต่จากการส่งสัญญาณที่เชียร์ พลเอก ประยุทธ์ ให้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปนั้น รศ.ดร.สิริพรรณ เห็นว่า เป็นการฝากให้สาธารณชนทำใจเตรียมรับคำวินิจฉัย ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างคำอธิบายและความชอบธรรมให้สาธารณชนยอมรับ ดังนั้นความชอบธรรมทางการเมืองของพล.อ.ประยุทธ์ อยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ จะวินิจฉัย และหากหลังวันที่ 24 ส.ค.ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้องแล้วต้องพิจารณาว่า พล.อ.ประยุทธ์ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยนั้น

“ความน่าสนใจทางการเมืองอยู่ที่ว่า ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ จะต้องมีรัฐบาลรักษาการ และนายกรัฐมนตรีรักษาการ และรัฐมนตรีรักษาการที่เป็นรัฐมนตรีคนเดิม ส่วนนายกรัฐมนตรีรักษาการไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องเฉพาะตัว ก็อาจมองว่าเป็น พลเอก ประวิตร จะขึ้นมารักษาการณ์ ซึ่งสอดคล้องกับเกมสูตรเลือกตั้ง และเกมรอยร้าวระหว่าง พลเอก ประวิตร และพลเอก ประยุทธ์ ซึ่งหากพลเอก ประวิตร จะรักษาการ ก็รักษาการได้เพียง 30 วัน เพราะรัฐธรรมนูญก็กำหนดให้สภาผู้แทนราษฎรเลือกนายกรัฐมนตรีตามบัญชีแคนดิเดตที่พรรคการเมืองให้ไว้ ซึ่งพลเอก ประวิตร ไม่อยู่ในรายชื่อนั้น แต่อาจเสนอเป็นนายกฯ คนนอกได้”

รศ.ดร.สิริพรรณ กล่าวย้ำว่า หลังจากนี้ จึงจะเป็นมหากาพย์ทางการเมือง ที่จะร้อนแรงในเดือนสิงหาคม และแม้วาระการดำรงตำแหน่งจะวินิจฉัยลงในเดือนสิงหาคมได้ แต่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะจบหรือไม่ในสายตาประชาชน อันนี้ต่างหากที่เป็นเรื่องใหญ่ เพราะหากพล.อ.ประยุทธ์ อยู่ต่อได้ ตามที่มีมีสัญญาณทางการเมืองว่าจะมีการยุบสภาก่อนการหมดวาระจริงในเดือนเมษายน 2566 หลังการประชุมเอเปคปลายปี 2565 ยกเว้นจะมีอุบัติเหตุทางการเมืองที่เราคาดไม่ถึง

Related Posts

Send this to a friend