จับกุมชาวจีน – นายหน้า จนท. รพ – จนท. รัฐ ร่วมกันทุจริตทางทะเบียน
ให้ลูกได้สัญชาติไทย จ้างพ่อทิพย์รับรอง ค่าดำเนินการรวม 99,999 บาท ขณะ รพ. เอี่ยวด้วยหรือไม่ ต้องตรวจสอบอีกครั้ง ด้าน พ่อทิพย์ชาวไทย บอก ถูกหลอก
วันนี้ (10 ก.ค. 69) คณะทำงานต่อต้านภายความมั่นคงทางทะเบียน กรมการปกครอง (DOPA N.I.C.E.) พร้อมด้วยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงาน ป.ป.ท. สำนักงาน ป.ป.ง. เปิดปฏิบัติการ “ถอดเกล็ดมังกร” เข้าตรวจค้น จับกุม บุคคลสัญชาติจีน ที่บ้านพักย่าน พระราม 2 จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งกระทำความผิดในการทุจริตทางทะเบียน เป็นพ่อทิพย์ รับรองบุตรของชาวจีนเพื่อให้ได้สัญชาติไทย
พลตำรวจเอก สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังจับกุมว่า กรณีดังกล่าว สืบเนื่องจากมีหญิงชาวจีนเดินทางมาพร้อมกับชายชาวจีน เข้ามาอย่างประเทศไทย ซึ่งมีบุตรคนแรก เดินทางเข้ามาเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2567 ซึ่งมีการไปแจ้งเกิดที่อำเภอโพธิ์กลาง จังหวัดนครราชสีมา โดยบุตรคนแรกก็เป็นสัญชาติจีน แต่ตนเองคิดว่าคงใช้สิทธิ์ในการเกิดที่ประเทศไทย และจะมีการพัฒนาสิทธิ์ในอนาคต ที่จะได้จากการเกิดในประเทศไทย
จากนั้น ก็ได้มาแจ้งเกิดอีกครั้งที่โรงพยาบาลเอกชน ในกรุงเทพมหานคร โดยมารดาเป็นชาวจีน แต่บิดา เป็นคนไทย ซึ่งเมื่อตรวจ DNA แล้ว พบว่าไม่ตรงกัน ซึ่งการเซ็นรับรองบุตรในครั้งนี้ นายวิโรจน์ (พ่อทิพย์) จะรู้หรือไม่ ก็ต้องไปดูที่เจตนา โดยต้องไปพิสูจน์การในชั้นศาล ขณะที่สามีแท้ ๆ ของหญิงสาวชาวจีน ก็รู้เรื่อง และเป็นคนหาบิดาชาวไทย คือ นายวิโรจน์ ในการรับจ้างจดให้ ขณะที่บัตรประจำตัวของนายวิโรจน์ ก็ขึ้นต้นด้วยหมายเลข 5 ซึ่งหมายถึง คนไทยหรือบุคคลต่างด้าวที่ได้รับอนุมัติให้เพิ่มชื่อเข้าไปในทะเบียนบ้าน ในกรณีที่มีการ ตกสำรวจ หรือเป็นกรณีที่มี 2 สัญชาติ แต่อย่างไรก็ตาม เด็กคนดังกล่าวมีทั้งสัญชาติจีน และสัญชาติไทยซ้อนกัน โดยประเด็นนี้คงต้องการสิทธิ์หลายอย่างในการถือทรัพย์สิน สิทธิการเรียนหนังสือ สิทธิการเป็นคนไทย ซึ่งชาวจีนดังกล่าว บอกว่าดูจากกลุ่มแชทว่ามีแพ็กเกจแบบนี้ แต่ก็ให้การว่ายังไม่พบการโฆษณาลักษณะนี้ตั้งแต่ที่ประเทศจีน
พลตำรวจเอก สำราญ กล่าวว่า เบื้องต้นจากการสอบปากคำชาวจีน ทั้งสองคนบอกว่า มีคนแนะนำ จึงมาติดต่อ ก็ให้เขาให้การตามสภาพ ซึ่งขณะนี้ ได้มีการจับกุมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ ที่เป็นนายทะเบียน และเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาล รวมไปถึงบิดา มารดาชาวจีน
พลตำรวจเอก สำราญ กล่าวอีกว่า นายวิโรจน์ ที่มาเป็นพ่อทิพย์นั้น แต่เดิมเป็นช่างกระจก รู้จักกันตอนที่มาติดกระจกตามที่ว่าจ้าง ส่วนจะรู้หรือไม่นั้น ก็ให้สิทธิ์ ดูตามที่เจตนาได้ แต่เจ้าตัวยืนยันกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่าไม่ได้ค่าจ้าง ซึ่งต้องไปสืบสวนสอบสวนกันอีกครั้ง ขณะที่ค่าจ้างในการดำเนินการอื่น ๆ ประมาณ 99,999 บาท แต่ต้องตรวจสอบอีกครั้งแล้ว อย่างไรก็ตาม ก็จะปรากฏบิลในการจ่ายให้กับโรงพยาบาลอีกครั้ง และจะรวมเป็นแพ็กเกจในการหาบิดาชาวไทย รับรองด้วยหรือไม่ ก็ต้องไปตรวจสอบกันอีกครั้ง
พลตำรวจเอก สำราญ ย้ำว่า จากกรณีนี้ การถือพาสปอร์ตจีน และมีบัตรประชาชนคนไทย แบบสมบูรณ์แบบพร้อมกันนั้น เรากำลังตรวจสอบ ว่ามีการกระทำเช่นนี้ตั้งแต่ปี 2561 จนถึง 2568 มีจำนวนกี่คน มีนายหน้าอย่างไรบ้าง ส่วนการมีสัญชาติไทยนั้น ในอนาคตก็คงเป็นนอมินีที่สมบูรณ์ ที่จะมีการตรวจสอบยากลำบาก หากมาดูที่ต้นน้ำ ก็จะหนักยิ่งกว่ากรณีอื่น ส่วนจะเกี่ยวกับกระบวนการทุนเทานั้น ก็ขอให้ชุดทำงานได้ไปตรวจตรวจสอบก่อน
พลตำรวจเอก สำราญ ระบุว่า เจ้าหน้าที่นายทะเบียน และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ใช้หลักในการทุจริต เพราะมีการนำพ่อทิพย์มาจดรับรองได้สัญชาติไทย ก็จะได้โดยสายเลือดเลย
ส่วนพ่อทิพย์หนึ่งในนั้นที่ถูกหมายจับเป็นนอมินีของบริษัทไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) นั้น พลตำรวจเอก สำราญ กล่าวว่า ก็เป็นคดีที่เรากำลังบูรณาการกันวันนี้ ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการ 40 หมายจับ มีทั้งชาวต่างชาติ ผู้สนับสนุน ก็ขอสอบปากคำให้ชัดก่อน อีกทั้ง พบว่าบุคคลที่ เป็นบุตรของชาวต่างชาติ โดยมีบิดาเป็นคนไทย จากโรงพยาบาลดังกล่าว ที่มีเจ้าหน้าที่ทะเบียน กับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลคนเดียวกันนั้น มีจำนวน 62 คน จากการแจ้งเกิดทั้งหมด และโรงพยาบาลจะเกี่ยวข้องหรือไม่ ก็จะต้องเป็นคำตอบที่ต้องไปสืบสวนสอบสวนต่อไป
ขณะที่ ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม นายวิโรจน์ (พ่อทิพย์) ว่าได้รับเงินค่าจ้างเท่าไหร่ ใครเป็นผู้ติดต่อให้ นายวิโรจน์ ยืนยันว่า ไม่มี ไม่เคยได้รับค่าจ้างมาสมัครงานเฉย ๆ และถูกหลอกมา













