‘กัณวีร์’ เปิดใจแม้ไม่ได้เป็น สส.แล้ว แต่ขอฝากงาน 3 เรื่องสำคัญถึงรัฐบาล
‘กัณวีร์’ เปิดใจแม้ไม่ได้เป็น สส.แล้ว แต่ขอฝากงาน 3 เรื่องสำคัญถึงรัฐบาลและสภาฯชุดใหม่ ต้องแก้ปัญหา ‘มลพิษข้ามพรมแดน-ค้ามนุษย์สแกมเมอร์-สันติภาพใต้’
วันนี้ (9 มี.ค. 69) นายกัณวีร์ สืบแสง หัวหน้าพรรคพลวัต เปิดเผยว่า ตนขอแสดงความยินดีกับเพื่อนๆ สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรชุดใหม่ทุกคน ที่ได้รับเลือกตั้งกลับไปทำหน้าที่ และคนใหม่ที่ได้รับเลือกไปปฏิบัติหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร ส่วนตัวผมไมได้กลับเข้าไปในสภาฯชุดนี้ แต่ยังขอทำหน้าที่ตอบแทนทุกคะแนนเสียงของพี่น้องประชาชนในการเป็นปากเป็นเสียงแทนพี่น้องประชาชนในบทบาทอื่นๆ ที่ทำได้
“ในฐานะอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร ที่ทำหน้าที่ในช่วงเกือบ 3 ปีที่ผ่านมา มีอีกหลายงานที่ผมได้นำเสนอ ผลักดัน และอยากทำต่อ จึงอยากฝากงานเหล่านี้ไปถึง สภาฯและรัฐบาลชุดใหม่ครับ”
1.ปัญหามลพิษข้ามพรมแดน ยังเป็นวิกฤตเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องทำต่อครับ การพบสารปนเปื้อนในเล็บและผม การปล่อยให้สารปนเปื้อนสะสมในร่างกายของประชาชน เป็นอันตรายอย่างยิ่ง ผ่านมา 1 ปี ยังไม่มีการดำเนินการอะไร ไม่ว่าจะเป็นการหยุดทำเหมืองในรัฐฉาน ต้นตอของสารปนเปื้อน การตรวจสอบการนำเข้าแร่ เพื่อไม่ส่งเสริมการทำเหมืองเถื่อน สร้างมลพิษข้ามพรมแดน การยกระดับปัญหาไปสู่ระดับภูมิภาคลุ่มน้ำโขง และผ่านกลไกสหประชาชาติอย่างที่ผมเสนอไป
2.การปราบปรามอาชญากรรมสแกมเมอร์และการค้ามนุษย์ ชายแดนไทย-เมียนมา กัมพูชา และลาว เรายังเห็นเหยื่อค้ามนุษย์ชาวต่างชาติ ร้องขอความช่วยเหลือ จากการนำพาผ่านประเทศไทยไปทำงานสแกมเมอร์ในเมียวดี ประเทศเมียนมา ผ่านมากว่า 1 ปี มีชาวต่างชาตินับหมื่นคนถูกนำพาผ่านประเทศไทย แต่ด้วยระบบการรับกลับส่งต่อที่ไม่สืบสวนตามกลไกการค้ามนุษย์ ทำให้ปัญหาย้อนกลับมาเหมือนเดิม แก้ไขไม่ได้ รัฐบาลไทยต้องยกระดับการจัดการที่ต้องดึงอาเซียน และองค์กรระหว่างประเทศมาร่วมแก้ปัญหา ในขณะที่ประเทศไทยกำลังกลายเป็นศูนย์กลางการค้ามนุษย์และอาชญากรรมข้ามชาติเต็มรูปแบบ
3.สันติภาพชายแดนใต้ สันติภาพปาตานี ต้องเดินหน้าต่อ ตามข้อเสนอที่ผมได้เสนอไว้ ว่าเจตจำนงทางการเมืองของรัฐบาลนั้นสำคัญ ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ สูญเสียมามาก การสร้างสันติภาพ ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยต้องเดินหน้าต่อ แต่ต้องให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วม ไม่เช่นนั้น การพูดคุยก็เป็นเพียงการซื้อเวลา หวังว่ารัฐบาลใหม่จะผลักดันให้สันติภาพชายแดนใต้เป็นวาระแห่งชาติ นำไปสู่การยุติความรุนแรง และหาแนวทางที่เหมาะสมในการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน
นายกัณวีร์ ระบุว่า ฝากไว้ 3 เรื่องนี้ก่อน ยังมีอีกหลายประเด็นที่ตนยังติดตามต่อไป รวมถึง การผลักดันให้ประเทศไทยยืนอยู่บนหลักการสิทธิมนุษยธรรม มนุษยธรรม และกฏหมายระหว่างประเทศ ที่ยังรวมถึงการส่งกลับชาวอุยกูร์กลับจีน 1 ปีที่ไม่รู้ชะตากรรมทั้ง 40 คน และอีก 5 คน ที่อยู่ในเรือนจำ เรื่องเหล่านี้หลายคนบอกไม่เกี่ยวกับปากท้องของคนไทย แต่การกระทำของรัฐบาลต่อเรื่องเหล่านี้ ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยที่มีต่อประชาคมโลก












