POLITICS

’สันติ‘ ประชุมมอบนโยบายผู้ว่าฯ เฝ้าระวังการเอาเปรียบ ปชช. จากเหตุตะวันออกกลาง

’สันติ‘ ประชุมมอบนโยบายผู้ว่าฯ เฝ้าระวังการเอาเปรียบ ปชช. จากเหตุตะวันออกกลาง กำชับตรวจสอบให้ถี่ขึ้น หวั่นผู้ประกอบการฉกฉวยขึ้นราคาสินค้า พบ คนร้องเรียนน้ำมันขาดแคลน จ.พังงา สั่งผู้ว่าฯ ตรวจสอบ ขาดแคลนจริง หรือกักตุน พร้อมสั่ง สคบ. เพิ่มสายด่วน 10 สาย

วันนี้ (9 มี.ค. 69) นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายผู้ว่าราชการจังหวัด กรณีเฝ้าระวังการเอารัดเอาเปรียบประชาชนในฐานะผู้บริโภคจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล

จากนั้น นายสันติ ได้แถลงผลการประชุมต่อสื่อมวลชนโดยระบุว่า จากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทำให้เกิดผลกระทบต่อผู้บริโภคในประเทศไทยเป็นวงกว้าง ตนเองได้รับมอบหมายจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้มีการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เมื่อวันวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งได้มีมติในที่ประชุม 6 ประเด็น และ 1 แผนปฏิบัติการ เพื่อป้องกัน และช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้กับผู้บริโภคภายในประเทศของเรา รวมทั้งชาวต่างชาติที่จะเดินทางมาพักอาศัย หรือเข้าประเทศไทยในขณะนี้ สรุปได้ว่า มีมติตั้งศูนย์ปฏิบัติการเป็นการเร่งด่วน โดยให้ สคบ. เปิดสายด่วนเฉพาะในเหตุการณ์ของสงครามในขณะนี้ 10 คู่สาย

นอกจากนี้ ยังเฝ้าระวังไม่ให้ผู้ประกอบการหรือผู้ประกอบธุรกิจต่าง ๆ ฉกฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าเอาเปรียบผู้บริโภค รวมทั้งสินค้าที่เป็นพื้นฐาน เช่น น้ำมัน ทองคำ ข้าวสาร อาหารแห้ง ยาเวชภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับนโยบายไปช่วยเหลือดูแลประชาชน

นายสันติ กล่าวว่า วันนี้ได้มีการประชุมเพื่อมอบนโยบายให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร รวมถึงเมืองพัทยา และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากสถานการณ์วันนี้ต้องยอมรับว่า เริ่มมีผลกระทบแล้ว โดยเฉพาะในเรื่องของสินค้าบางชนิด อาจจะเกิดการขาดแคลนเช่น น้ำมัน วันนี้เพิ่งได้รับรายงานมาว่าน้ำมัน โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล เริ่มขาดแคลน ผู้ประกอบการโดยเฉพาะรถขนาดใหญ่ รถบรรทุก ที่ต้องใช้ในการประกอบธุรกิจ เริ่มไม่มีน้ำมัน จึงกำชับให้ทุกจังหวัด เข้าไปตรวจสอบว่า ขาดแคลนจริง หรือมีการกักตุนสินค้า โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะประธานอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัด ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เข้าไปตรวจสอบถี่ยิ่งขึ้น เพื่อดูแลผู้ประกอบการ ถ้าหากสินค้าพื้นฐาน เช่น น้ำมัน มีการขึ้นราคา หรือกักตุน จะกระทบกับสินค้าอื่น ๆ อีกจำนวนมากประชาชนก็จะเดือดร้อน จึงกำชับอย่างชัดเจนว่าเรื่องนี้ปล่อยปละละเลยไม่ได้ พร้อมให้ทุกจังหวัดใช้ดุลย์พินิจ เปิดคู่สาย หรือสายด่วน โดยดูความเข้มข้นของปัญหา หากมีปัญหามากก็เป็นดุลย์พินิจของผู้ว่าฯ ที่ต้องดูแลให้ดี

ส่วนเรื่องทองคำ ให้ได้ดูแลเรื่องฉลาก โดยเฉพาะทองรูปพรรณ เพราะมีการติดไว้ถูกต้องหรือไม่ก่อนซื้อ – ขาย ราคาเป็นอย่างไร เพื่อป้องกันการฉกฉวยขึ้นราคา อย่างไรก็ตาม หากมีฉลากที่ถูกต้องให้ประชาชนทราบก่อนตัดสินใจซื้อก็เป็นเรื่องที่ต้องทำ

ทั้งนี้ ยังได้กำชับการซื้อขายของออนไลน์ ให้ระมัดระวังว่าในเหตุการณ์ที่ไม่ปกติแบบนี้ อาจมีแพลตฟอร์มออนไลน์ที่อาจจะปลอม หรือมาหลอกลวงประชาชนได้ ขอให้ตรวจสอบ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ความรู้กับประชาชนก่อนซื้อขาย ให้มีการตรวจสอบ หรือทั้งจังหวัดมีการประชาสัมพันธ์ว่า ผู้ให้บริการผ่านออนไลน์ต่าง ๆ ได้จดทะเบียนการตลาดแบบตรงกับ สคบ. แล้วหรือไม่ เพื่อป้องกันปัญหาหากเกิดปัญหาครึ่งการตามแก้แก้ไขปัญหาจะทำให้ประชาชนเสียหายแล้ว

ขณะที่ห้องที่พักอาศัย ต้องยอมรับว่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ที่พักอาศัยอาจมีผู้คนเดินทางมาไทยมากขึ้น รวมทั้งคนไทยเอง ก็ให้มีการตรวจสอบดูว่ามีการเก็บราคาที่ถูกต้องหรือไม่ แพงมากกว่าปกติหรือไม่

ส่วนคุณภาพของสินค้า ต้องยอมรับว่าในขณะนี้ หากต้นทุนน้ำมัน ทุกอย่างแพงขึ้น อาจทำให้สินค้าที่พ่อค้าขายของราคาอาจจะแพงขึ้น ซึ่งขอให้ประสานกับกรมการค้าภายในดูว่า หากแพงขึ้น มีต้นทุนที่ถูกต้อง และเหมาะสมอย่างไร เพื่อความเป็นธรรมกับผู้บริโภค และให้สินค้ามีมาตรฐานด้วย

ทั้งนี้ เรายังไม่ทราบว่าสถานการณ์สงครามจะแล้วเสร็จสิ้นเมื่อไหร่ แต่ต้องคุ้มครองผู้บริโภคของเราก่อน

นายสันติ กล่าวอีกว่า เรื่องน้ำมันเป็นเรื่องของกรมการค้าภายใน แต่ทาง สคบ. ทำงานร่วมกันในการประสาน เนื่องจากมติที่ออกมาเป็นของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ดูแลทุกกระทรวงอยู่แล้ว กระทรวงพาณิชย์ ก็เป็นหนึ่งในคณะกรรมการด้วย ซึ่งวันนี้ก็มีตัวแทนกรมการค้าภายในมาร่วมประชุมด้วย ย้ำว่า ตอนนี้เราเน้นเรื่องข้าวสารอาหารต่าง ๆ ว่าฉลากจะต้องมีการตรวจสอบให้ถูกต้อง

ส่วนจังหวัดไหน ที่มีปัญหามากที่สุดในขณะนี้ นายสันติ กล่าวว่า เมื่อเช้าเราได้รับรายงานโดยตรงเกี่ยวกับเรื่องน้ำมัน จากจังหวัดพังงา ว่ามีผู้ประกอบการหลายราย ที่รายงานเข้ามาว่าขาดแคลนน้ำมัน จึงทำให้การดำเนินงานติดขัด ตนเองก็ไม่ทราบว่าเป็นเพราะขาดแคลนจริง หรือมีการกักตุน ซึ่งได้มีการกำชับไปแล้วว่า ให้มีการไปตรวจสอบ ส่วนการขึ้นราคาสินค้าที่ผิดปกตินั้น เช่น ราคาทองคำใน กทม. ทางเลขาฯ สคบ. ได้เรียกผู้ที่เกี่ยวข้อง และร้านที่เกี่ยวข้อง มาดำเนินการเรียบร้อยแล้ว เราจะไม่นิ่งนอนใจ จะทำแบบทันท่วงที และเพิ่มความถี่ในการตรวจสอบมากยิ่งขึ้น ซึ่งไม่ใช่ทำเฉพาะในพื้นที่ กทม.แต่ทุกจังหวัด จะต้องดำเนินการในทำนองเดียวกัน เพื่อดูแลผู้บริโภค

Related Posts

Send this to a friend