POLITICS

‘กัณวีร์‘ พร้อมดันชุมชน-วัด ร่วมมือพัฒนาท่องเที่ยวชุมชน ทลายกำแพง ‘พุทธพาณิชย์’

‘กัณวีร์-อภิสิทธิ์’ พร้อมดันชุมชน-วัด ร่วมมือพัฒนาท่องเที่ยวชุมชน ทลายกำแพง ‘พุทธพาณิชย์’ หวัง พรรคพลวัต ช่วยแก้ปัญหาที่ดินวัด-การยกฐานะสำนักสงฆ์ ชี้ต้องมีกระบวนการหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน ชี้ควรยึดชุมชนเป็นศูนย์กลาง

วันนี้ (9 ม.ค. 69) นายกัณวีร์ สืบแสง หัวหน้าพรรคพลวัต และ นายอภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล ประธานยุทธศาสตร์และนโยบาย พรรคพลวัต พร้อมด้วยคณะผู้สมัคร สส.นครปฐม ทั้ง 3 เขต คือนายชยพล จำปาโชติ เขต 1 เบอร์ 3 ว่าที่ ร.ต.วัยวัฒน์ อินทร์ณรงค์ เขต 3 เบอร์ 3 และ นายยุทธ เสือบางพระ เขต 4 เบอร์ 6 ลงพื้นที่พบปะประชาชนและรับฟังปัญหาในพื้นที่วัดรางหมัน อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม

นายกัณวีร์ และคณะได้ไหว้พระและพบปะคณะกรรมการวัดและตัวแทนชุมชน เพื่อหารือประเด็นการยกฐานะจากสำนักสงฆ์เป็นวัด รวมถึงปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดิน ซึ่งพบว่าพื้นที่บางส่วนมีความทับซ้อนกับเขตอุทยานO เขตป่าไม้ และพื้นที่สาธารณะ ส่งผลให้การดำเนินการตามขั้นตอนล่าช้า

จากข้อมูลเบื้องต้น สำนักสงฆ์ส่วนใหญ่ดำเนินการตามขั้นตอนครบถ้วนแล้ว แต่ปัญหาที่พบคือเอกสารที่ยื่นไว้เดิมเกิดความทับซ้อนกับหน่วยงานรัฐ ทำให้ไม่สามารถขอจัดตั้งวัดได้อย่างสมบูรณ์

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ปัญหาลักษณะนี้พบได้บ่อย โดยเฉพาะกรณีสำนักสงฆ์ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ซ้อนทับกับเขตป่าไม้หรืออุทยาน ซึ่งต้องพิจารณาว่าเป็นการบุกรุกพื้นที่หรือไม่ พร้อมอธิบายว่า กระบวนการจัดตั้งวัดจำเป็นต้องได้รับการอนุญาตจากหน่วยงานที่ถือครองที่ดินก่อน เช่น กรมป่าไม้ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากนั้นจึงยื่นเรื่องต่อสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด เพื่อขออนุญาตจัดตั้งวัดอย่างเป็นทางการ

นายอภิสิทธิ์ ระบุว่าด้วย ปัญหาแบบนี้เคยเข้าคณะรัฐมนตรี มาแล้วหลายครั้ง เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจำนวนมาก สิ่งสำคัญคือควรมีหลักเกณฑ์กลางที่ชัดเจน ไม่ใช่พิจารณาเป็นรายกรณี เช่น ต้องเป็นพื้นที่ที่มีชุมชนอุปัฏฐากวัดไว้ หรือวัดเป็นที่ยอมรับของคนในพื้นที่

คณะกรรมการวัดได้สะท้อนข้อเสนอให้ภาครัฐส่งเสริมวัดในพื้นที่อำเภอกำแพงแสนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน เนื่องจากปัจจุบันการท่องเที่ยวซบเซาซึ่งเป็นไปได้อยากให้มีการสนับสนุนตรงนี้ เพราะใน อ.กำแพงแสน มีวัดจำนวนมาก ที่ชุมชนน่าจะมีส่วนร่วมพัฒนาการท่องเที่ยวได้

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การพัฒนาวัดควรดำเนินไปอย่างสมดุล โดยวัดต้องทำหน้าที่เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชนเป็นหลัก แก้ปัญหาวัดเป็น พุทธพาณิชย์ ก่อนจะต่อยอดกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวหรือกิจกรรมพิเศษอื่น ๆ

“เราไม่อยากเห็นวัดกลายเป็นเชิงพาณิชย์ สิ่งสำคัญคือการรักษาหลักของศาสนา แล้วค่อยออกแบบกิจกรรมที่เหมาะสมกับบริบทของชุมชน”

นายอภิสิทธิ์ ยืนยันว่า พรรคพลวัต จะนำข้อเสนอและปัญหาที่ได้รับจากพื้นที่ไปผลักดันในระดับนโยบาย เพื่อให้การจัดการที่ดินวัดและการพัฒนาชุมชนเป็นไปอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน

ขณะที่นายกัณวีร์ เชื่อว่าการใช้แนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ มาสร้างรูปแบบการจัดการท่องเที่ยวชุมชน ให้ชุมชนมีส่วนร่วม วัดเป็นสถานที่เชิงวัฒนธรรม จะได้ร่วมกันสร้างความโปร่งใสด้วย ซึ่งหากทำเป็นต้นแบบ Creative Space ก้จะจะนำไปใช้ในพื้นที่อื่นๆได้

Related Posts

Send this to a friend