POLITICS

‘จตุพร’ ตั้งเป้า ’โอกาสใหม่‘ กวาด สส. กทม.ชูจุดแข็งอดีตข้าราชการทำงานจริง ไม่ขายฝัน

‘จตุพร’ ชนหมัด ‘ชัชชาติ‘ รับการบ้านดันแก้ปัญหา PM 2.5 ตั้งเป้า ’โอกาสใหม่‘ กวาด สส.กทม.ชูจุดแข็งอดีตข้าราชการทำงานจริง ไม่ขายฝัน

วันนี้ (9 ม.ค. 68) นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ เข้าพบ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก่อนเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่ลานคนเมือง

นายชัชชาติ กล่าวต้อนรับว่า กรุงเทพมหานครยินดีต้อนรับทุกพรรคการเมือง เพราะเราเชื่อว่าพรรคการเมืองมีส่วนสำคัญในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งกรุงเทพมหานครยินดีแลกเปลี่ยนข้อมูล โดยเฉพาะเรื่องฝุ่นเนื่องจากสัปดาห์หน้าเป็นช่วงที่อากาศปิด ดังนั้นจะต้องขอความร่วมมือหลายเรื่อง ทั้งเรื่องการลดการเผาและการใช้รถยนต์ ซึ่งเดือนธันวาคม ปี 2568 สถานการณ์ฝุ่นในกรุงเทพมหานครดีขึ้น 40%

นายจตุพร กล่าวต่อว่า ในช่วงที่ตนเองเป็นปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ริเริ่มใช้รถพลังงานไฟฟ้าในกระทรวงแล้ว และนำมาเป็นนโยบายของพรรคโอกาสใหม่ด้วย นายชัชชาติ กล่าวต่อว่าในพรรคโอกาสใหม่ มีอดีตข้าราชการกรุงเทพมหานครหลายคน แต่อย่างไรขอเป็นกำลังใจให้ทุกพรรค พร้อมกับฝากนโยบายคุณภาพอากาศ เพราะกรุงเทพมหานครต้องอาศัยส่วนกลาง ในการขอความร่วมมือกับปริมณฑล เนื่องจากกรุงเทพมหานครไม่ได้มีอำนาจ โดยสิ่งหนึ่งที่เราทำสำเร็จคือ การนำเทคโนโลยีมาใช้ พร้อมกับการปฏิรูปเปลี่ยนกฎหมาย เพื่อให้การทำงานของข้าราชการมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น “โปร่งใส เท่าเทียม” ซึ่งการใช้เทคโนโลยีในการกระจายอำนาจถือว่าดีที่สุด ให้ประชาชนมีอำนาจทุกวินาที

นายจตุพร จึงกล่าวต่อว่า ตนเองได้นำแพลตฟอร์ม Traffy fondue ไปใช้ในกระทรวงพาณิชย์ เมื่อตอนที่เป็นรัฐมนตรี ดีมากเลย นายชัชชาติ จึงบอกว่าเราทำมา 3 ปี ประชาชนด่าเรามา 1.1 ล้านเรื่อง ทำให้เราเข้าใจปัญหา เป็นการกระจายอำนาจที่แท้จริง นายจตุพร กล่าวว่า “เห็นด้วย ดี ๆ“ จากนั้นนายจตุพร ได้ชนหมัดกับนายชัชชาติ ก่อนจะบอกว่า ”ชนหมัดไม่ได้ทะเลาะกัน เป็นเพื่อนกัน“

นายจตุพร ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า วันนี้มาปราศรัยให้กับชาวกรุงเทพฯเพราะมีผู้สมัครลงครบทุก 33 เขตก็มีโอกาสได้มาเจอนายชัชชาติ เพราะการทำงานของกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นท้องถิ่นรูปแบบพิเศษผู้สมัคร สส.จำเป็นต้องทำงานร่วมกับผู้ว่าฯ สิ่งหนึ่งที่เคยทำกับนายชัชชาติคือ เรื่องสิ่งแวดล้อมที่ทำมาโดยตลอดโดยเฉพาะเรื่องฝุ่น PM 2.5 ที่มองว่าทุกพรรคควรเข้าไปดำเนินการของรัฐบาลเพราะที่ผ่านมาทำงานกับนายชัชชาติมาหลายปีก็ดีขึ้นตามลำดับ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือร่วมใจระหว่างภาคราชการและท้องถิ่น เพราะฉะนั้นวันนี้พรรคโอกาสใหม่ยืนยันว่านโยบายที่สำคัญคือการดูแลเรื่องภัยพิบัติโดยเฉพาะสิ่งแวดล้อมและเรื่องน้ำแล้ง น้ำท่วม และเรื่องฝุ่น PM 2.5 ที่เป็นผลกระทบของกรุงเทพมหานคร ซึ่งพรรคของเราก็มีจุดหมายอย่างชัดเจน

เมื่อถามว่าพรรคส่งผู้สมัครครบทั้ง 33 เขตด้วยใช่หรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า ส่งผู้สมัครครบทุกเขต ซึ่งผู้สมัครหลายคนก็เป็นอดีตผู้บริหารของกรุงเทพมหานครและเคยทำงานในกรุงเทพมหานคร เชื่อว่าจะเป็นกำลังสำคัญให้ประชาชนชาวกรุงเทพมหานครได้ทำงานอย่างเต็มที่และจะควบคู่กับกรุงเทพมหานครได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนหวังเก้าอี้ไว้เท่าไรนั้น ตนเองเชื่อว่าถ้าเราส่งลงก็หวังทุกเขตอยู่ที่ประชาชนจะยอมรับผู้สมัครของพรรคโอกาสใหม่หรือไม่ เพราะพรรคโอกาสใหม่เป็นพรรคที่เป็นโอกาสสำหรับทุกคน

เมื่อถามว่าในฐานะอดีตข้าราชการจะสู้กับนักการเมืองมืออาชีพที่มีนักการเมืองได้นั้น นายจตุพร กล่าวว่าเราต้องมองข้ามการว่าอะไรเป็นมืออาชีพมากกว่าเพราะเรามีเรื่องการบริหารการเมืองเชื่อว่าการเอาประสบการณ์การเอาข้าราชการมาร่วมกับภาคเอกชนภาคธุรกิจที่เรามีเป็นประโยชน์ในการทำงาน สิ่งสำคัญที่สุดคือเราเป็นอดีตข้าราชการและเป็นรัฐมนตรี การนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติเพราะฉะนั้นจึงเชื่อมโยงได้นำมาเป็นจุดแข็งของพรรค

ส่วนแผนเดินสายหาเสียงนั้น ตนเองมองว่ากำลังพยายามเพราะมีผู้สมัครหลายคนและหากรวมทั้งประเทศก็มี 70 กว่าเขต จะลงไปในพื้นที่ภาคกลางเพราะเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญและพื้นที่เขตย่อย ๆ ก็จะลงไปให้กำลังใจกับผู้สมัครอย่างเต็มที่

เมื่อถามถึงเรื่องโพลที่มาแรงเป็นอันดับ 3 นั้น นายจตุพร กล่าวว่า เป็นเรื่องของประชาชนเชื่อว่าพวกเราตั้งใจทำงานและเสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์และพยายามพูดในสิ่งที่จับต้องได้ ไม่พยายามขายฝัน เราไม่มีความขัดแย้ง

Related Posts

Send this to a friend