POLITICS

กกต. ย้ำคนกรุงเทพฯ ต้องมีชื่อในทะเบียนบ้านครบ 1 ปี ถึงเลือก สก. ได้

กกต. แจงเงื่อนไขเลือกตั้ง กทม.-เมืองพัทยา ใช้บัตรสองสี ย้ำคนกรุงเทพฯ ต้องมีชื่อในทะเบียนบ้านครบ 1 ปี ถึงเลือก สก. ได้ ไม่เช่นนั้นต้องขอเพิ่มชื่อที่เขตเดิมภายใน 17 มิ.ย. นี้

วันนี้ (8 มิ.ย. 69) ว่าที่ ร.ต. ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวในงานกิจกรรมสื่อมวลชนสัมพันธ์ ครั้งที่ 3 ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร ว่า การเลือกตั้งกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยาเป็นการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ซึ่งประชาชนจะต้องเลือกทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติพร้อมกัน โดยกระบวนการรับสมัครผู้สมัครได้ดำเนินการไปแล้วระหว่างวันที่ 28 พ.ค. – 1 มิ.ย. ที่ผ่านมา และตามกฎหมายกำหนดให้ภายใน 7 วันนับจากวันสิ้นสุดการรับสมัคร จะต้องดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครให้แล้วเสร็จ

ดังนั้นวันนี้จึงเป็นวันที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยาจะต้องประกาศรายชื่อผู้สมัครอย่างเป็นทางการ ภายหลังผ่านกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติ โดยการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีผู้สมัครจำนวน 18 คน ส่วนนายกเมืองพัทยามีผู้สมัคร 5 คน ขณะที่ตำแหน่งสมาชิกสภาทั้ง 2 แห่ง มีผู้สมัครจำนวนมากตามแต่ละเขตเลือกตั้ง

แม้จะมีการประกาศรายชื่อผู้สมัครแล้ว ไม่ได้หมายความว่าผู้สมัครรายดังกล่าวจะสิ้นสุดการตรวจสอบคุณสมบัติทันที เนื่องจากการตรวจสอบต้องอาศัยข้อมูลจากหน่วยงานภายนอกถึง 26 หน่วยงาน อาทิ ศาลยุติธรรม ป.ป.ช. กระทรวงพาณิชย์ และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หากหน่วยงานใดไม่สามารถส่งผลการตรวจสอบกลับมาได้ทันภายในกรอบเวลา 7 วัน ผู้อำนวยการการเลือกตั้งยังคงต้องประกาศรายชื่อผู้สมัครไปก่อนตามที่กฎหมายกำหนด หากภายหลังพบว่าผู้สมัครรายใดขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม ผู้อำนวยการการเลือกตั้งสามารถมีคำสั่งไม่รับสมัครได้ พร้อมแจ้งเหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้สมัครรับทราบ โดยผู้สมัครมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ภายใน 3 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง

เมื่อมีการอุทธรณ์จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคำร้อง โดยเชิญทั้งผู้สมัครและผู้อำนวยการการเลือกตั้งมาแสดงพยานหลักฐานประกอบการพิจารณา หากเห็นว่าผู้สมัครมีคุณสมบัติครบถ้วน ก็สามารถมีคำสั่งให้รับสมัครและประกาศรายชื่อได้ แต่หากพบว่าขาดคุณสมบัติจริง ก็จะยืนตามคำสั่งไม่รับสมัครต่อไป

แม้จะประกาศรายชื่อผู้สมัครไปแล้ว หากภายหลังพบหลักฐานใหม่ที่ชี้ว่าผู้สมัครขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม ผู้อำนวยการการเลือกตั้งยังสามารถรายงานเรื่องมายัง กกต. เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและมีคำสั่งถอนชื่อผู้สมัครได้เช่นกัน โดยอำนาจการตรวจสอบคุณสมบัติยังคงดำเนินต่อเนื่องได้ แม้หลังวันเลือกตั้ง และแม้ผู้สมัครจะได้รับเลือกตั้งแล้วก็ตาม ตราบใดที่ยังไม่มีการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง โดยผู้สมัครคนใดสมัครรับเลือกตั้งทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าตนเองขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม จะมีความผิดตามมาตรา 120 ของกฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งมีบทลงโทษค่อนข้างรุนแรง

สำหรับข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร พบว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีจำนวนกว่า 4 ล้านคน ขณะที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สก. มีจำนวนน้อยกว่าประมาณ 42,953 คน ซึ่งเกิดจากเงื่อนไขทางกฎหมายที่เกี่ยวกับระยะเวลาการมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สก. จะต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งนั้นติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง หากประชาชนเพิ่งย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาอยู่ในเขตใหม่และยังไม่ครบ 1 ปี จะมีสิทธิเลือกเฉพาะผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเท่านั้น ส่วนหากต้องการใช้สิทธิเลือก สก. จะต้องไปขอเพิ่มชื่อในเขตเดิมที่เคยมีชื่ออยู่ติดต่อกันเกิน 1 ปี ภายในกำหนดเวลาไม่เกิน 10 วันก่อนวันเลือกตั้ง หรือภายในวันที่ 17 มิ.ย. 69

กรณีดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในกรุงเทพมหานครเท่านั้น แต่ในเมืองพัทยาก็พบผู้มีสิทธิเลือกตั้งลักษณะเดียวกันจำนวน 251 คน จึงขอให้สื่อมวลชนช่วยสื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชนเพื่อป้องกันความสับสนว่าเป็นเรื่องที่กฎหมายกำหนดไว้ ไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบเลือกตั้ง

ว่าที่ ร.ต. ภาสกร กล่าวถึงบัตรเลือกตั้งที่กำหนดให้บัตรเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและนายกเมืองพัทยาใช้บัตรสีเขียว ส่วนบัตรเลือกตั้ง สก. และสมาชิกสภาเมืองพัทยาใช้บัตรสีชมพู โดยบัตรเลือกตั้งฝ่ายบริหารจะพิมพ์หมายเลขผู้สมัครเท่ากับจำนวนผู้สมัครจริง เช่น ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีผู้สมัคร 18 คน บัตรจะมีหมายเลข 1-18 ขณะที่นายกเมืองพัทยามีผู้สมัคร 5 คน บัตรก็จะมีเพียง 5 หมายเลข ส่วนบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาจะใช้จำนวนหมายเลขตามเขตที่มีผู้สมัครมากที่สุดเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งพื้นที่ เพื่อให้สามารถใช้รูปแบบบัตรเดียวกันได้ทุกเขตเลือกตั้ง

ขณะที่มาตรการป้องกันความผิดพลาดสำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มีสิทธิเลือกเพียงประเภทเดียว รายชื่อบุคคลกลุ่มดังกล่าวจะถูกระบุไว้ชัดเจนในบัญชีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พร้อมมีเครื่องหมายกำกับในเอกสารประจำหน่วย เพื่อให้กรรมการประจำหน่วยสามารถตรวจสอบและจ่ายบัตรเลือกตั้งได้อย่างถูกต้อง ลดโอกาสเกิดความผิดพลาดในการรับบัตร กกต. ยังได้กำชับให้ทุกหน่วยเลือกตั้งอำนวยความสะดวกแก่ผู้พิการ ผู้สูงอายุ และผู้ทุพพลภาพเป็นพิเศษ โดยให้สามารถเข้ารับบริการก่อนผู้มีสิทธิเลือกตั้งรายอื่น เพื่อให้การใช้สิทธิเป็นไปอย่างสะดวกและเหมาะสม

สำหรับหลักฐานการแสดงตนในการใช้สิทธิเลือกตั้ง ยังคงใช้บัตรประจำตัวประชาชน หรือเอกสารราชการที่มีรูปถ่ายและเลขประจำตัวประชาชน รวมถึงเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ผ่านแอปพลิเคชันที่ทางราชการรับรอง เช่น แอปพลิเคชัน ThaiD ใบอนุญาตขับรถอิเล็กทรอนิกส์ และบัตรคนพิการอิเล็กทรอนิกส์ โดยผู้ใช้สิทธิจะต้องเปิดแอปพลิเคชันแสดงต่อหน้ากรรมการประจำหน่วย ไม่สามารถใช้ภาพแคปหน้าจอแทนได้ ส่วนการนับคะแนนหลังปิดหีบเลือกตั้งเวลา 17.00 น. จะเริ่มนับคะแนนพร้อมกันทุกประเภท จะมีการนับคะแนนผู้ว่าฯ กทม. นายกเมืองพัทยา ไปพร้อมกับการนับคะแนนสมาชิก

ทั้งนี้การเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยามีลักษณะพิเศษ เนื่องจากผู้มีสิทธิสามารถเลือกผู้สมัครได้ไม่เกิน 6 คนในบัตรใบเดียว คล้ายกับการเลือกตั้งเทศบาล จึงมีกรณีที่เรียกว่า “บัตรดีบางส่วน” ซึ่งหมายถึงกรณีที่ผู้มีสิทธิลงคะแนนถูกต้องบางส่วน แต่มีการทำเครื่องหมายผิดในบางช่อง คะแนนของผู้สมัครที่ลงคะแนนถูกต้องยังคงนับได้ ส่วนคะแนนที่ผิดจะถูกตัดเฉพาะส่วนนั้น ไม่ถือเป็นบัตรเสียทั้งใบ

ว่าที่ ร.ต. ภาสกร อธิบายถึงกรณีที่จำนวนผู้มาใช้สิทธิ จำนวนบัตรที่จ่าย และจำนวนบัตรที่นับได้ไม่ตรงกันว่า กปน. ไม่มีอำนาจสั่งนับคะแนนใหม่ทันที แต่ต้องดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนอย่างละเอียด ไล่ตรวจสอบบัตรดี บัตรเสีย และบัตรที่ไม่เลือกผู้สมัครรายใด เพื่อหาสาเหตุของความคลาดเคลื่อน โดยต้องดำเนินการต่อหน้าพยานและผู้สังเกตการณ์ทุกขั้นตอน หากตรวจสอบครบทุกกระบวนการแล้ว ยังไม่สามารถหาสาเหตุได้ จึงจะเข้าสู่การพิจารณาว่าจะเข้าข่ายต้องจัดให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ ซึ่งเป็นอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้งเท่านั้น

ทั้งนี้หลังเสร็จสิ้นการนับคะแนนทุกหน่วย จะมีการติดประกาศผลการนับคะแนนไว้ที่หน่วยเลือกตั้งทันที เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ ก่อนนำหีบบัตรและเอกสารทั้งหมดส่งไปยังสถานที่รวบรวมของแต่ละเขต จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนยุบรวมหีบบัตร ซึ่งเป็นการนำถุงบัตรที่นับคะแนนเสร็จแล้วจากหลายหน่วยมารวมจัดเก็บในหีบบัตรจำนวนที่เหมาะสม เพื่อสะดวกต่อการเก็บรักษาในที่ปลอดภัย ไม่ใช่การแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงผลคะแนนตามที่มีความเข้าใจผิดในบางกรณีที่ผ่านมา

Related Posts

Send this to a friend