‘ศิริกัญญา’ ชำแหละงบ 70 วาระ 2 ชำแหละรายจ่ายประจำพุ่งแตะร้อยละ 76 จี้หั่นรายจ่าย 1 แสนล้าน ชงแก้กฎหมาย กบข.
วันนี้ (7 ก.ย. 69) เวลา 09.00 น. ที่สภาผู้แทนราษฎร มีการประชุมเป็นพิเศษในวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วาระ 2 โดยมี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม
นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายในมาตรา 4 เสนอให้ปรับลดงบประมาณลงจำนวน 1 แสนล้านบาทจากกรอบงบประมาณรวม เพื่อเปิดพื้นที่สำหรับรองรับภาระรายจ่ายสำคัญที่ยังไม่บรรจุไว้ในร่างงบประมาณ โดยตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงเชิงสัญลักษณ์ เนื่องจากงบประมาณของหลายหน่วยงานในปีนี้ถูกปรับลดลงไปค่อนข้างมาก
นางสาวศิริกัญญา กล่าวว่า ตัวเลขที่เสนอปรับลดสะท้อนถึงภาระรายจ่ายที่ควรรับการบรรจุไว้ในงบประมาณแต่ยังขาดอยู่ ขณะเดียวกันยังมีงบประมาณหลายส่วนที่สามารถปรับลดเพิ่มเติมได้ โดยคาดว่าจะมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอภิปรายถึงงบประมาณส่วนที่เป็นรายจ่ายเกินความจำเป็นหรือมีความเสี่ยงต่อการทุจริตคอร์รัปชัน
สำหรับการทำงานในชั้นกรรมาธิการ นางสาวศิริกัญญา ระบุว่า ไม่สามารถปรับลดงบประมาณได้มากกว่านี้ โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญปรับลดงบประมาณได้กว่า 11,000 ล้านบาท ซึ่งพิจารณางบประมาณส่วนค่าอบรมสัมมนา ค่าจ้างที่ปรึกษา และค่าใช้จ่ายเดินทางไปต่างประเทศที่เดิมสามารถปรับลดได้ประมาณ 3,000 ล้านบาท แต่งบประมาณส่วนหนึ่งถูกนำไปเป็นงบสำรองสำหรับจ่ายเงินตามคำพิพากษาศาลปกครองกรณีคลองด่าน ทำให้ท้ายที่สุดสามารถปรับลดงบส่วนนี้ได้เพียงประมาณ 200 ล้านบาทจากกว่า 2 แสนล้านบาท
นางสาวศิริกัญญา อภิปรายต่อว่า ยังใช้งบประมาณที่ขาดความคุ้มค่าและประสิทธิภาพอีกจำนวนมาก แม้สัดส่วนรายจ่ายประจำของประเทศอยู่ที่ร้อยละ 73 แต่หากรวมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง ทั้งบำนาญ เงินสมทบกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือ กบข.และค่ารักษาพยาบาลข้าราชการที่ขาดงบอีก 104,789 ล้านบาท สัดส่วนรายจ่ายประจำจะพุ่งสูงถึงร้อยละ 76
ส่วนข้อเสนอเกี่ยวกับการปฏิรูประบบราชการ นางสาวศิริกัญญา เห็นว่า การดำเนินมาตรการ เช่น การเกษียณอายุก่อนกำหนดที่ตั้งเป้าหมายไว้เพียงหลักพันคน อาจไม่สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรภาครัฐได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากงบประมาณด้านบุคลากรในปี 2570 สูงถึงประมาณ 850,000 ล้านบาท และยังมีค่าใช้จ่ายบรรจุไว้ในงบกลาง เช่น เบี้ยหวัด บำนาญข้าราชการ และค่ารักษาพยาบาล โดยงบประมาณเบี้ยบำเหน็จบำนาญตั้งไว้ที่ 389,000 ล้านบาทแต่ยังขาดอีกราว 40,000 ล้านบาท และค่ารักษาพยาบาลยังขาดอีกราว 20,000 ล้านบาท
นางสาวศิริกัญญา เสนอว่า รายการที่สามารถปรับลดได้อย่างรวดเร็วแต่ต้องแก้ไขกฎหมายควบคู่กัน คือ งบประมาณส่วนเงินสำรอง เงินสมทบ และเงินชดเชยของ กบข.ที่บรรจุในงบกลางจำนวน 71,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46,540 ล้านบาท ซึ่งการเพิ่มขึ้นเป็นผลจากบทบัญญัติตามมาตรา 72 ที่กำหนดให้รัฐบาลต้องตั้งงบประมาณไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของงบประมาณบำเหน็จบำนาญข้าราชการเพื่อส่งเข้าบัญชีเงินสำรองจนกว่ามูลค่ากองทุนจะเกิน 3 เท่า ส่งผลให้ภาระเงินสมทบและเงินสำรองเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ นางสาวศิริกัญญา เสนอให้ประเมินความเหมาะสมของการตั้งเงินสำรองให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจริง แทนการกำหนดตัวเลขคงที่ระดับ 3 เท่าตลอดไป โดยเชื่อว่าการทบทวนหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะช่วยแบ่งเบาภาระงบประมาณในส่วนนี้ได้เกือบ 1 แสนล้านบาทต่อปี













