‘มงคล’ หวัง สว. ชุดต่อไปทุ่มเททำหน้าที่ซื่อสัตย์สุจริต ย้ำไม่ก้าวก่ายอำนาจใด แม้ถูกกังขาแทรกแซงองค์กรอิสระ
‘มงคล’ หวัง สว. ชุดต่อไปทุ่มเททำหน้าที่ซื่อสัตย์สุจริต ย้ำไม่ก้าวก่ายอำนาจใด แม้ถูกกังขาแทรกแซงองค์กรอิสระ บอกทำตามหน้าที่ หลังเลือก กกต. ไปแล้ว 4 คน ชี้แล้วแต่ใครจะมอง โยนถาม กกต. ปมคลิปส่งโพยฮั้ว ด้าน ‘พลเอกเกรียงไกร’ ย้ำ กำลังใจยังดี
วันนี้ (7 ก.ค. 69) นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา พร้อมด้วยพลเอกเกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ร่วมแถลงผลงาน “2 ปีวุฒิสภา ภารกิจเพื่อประชาชน” โดยเริ่มต้นการเล่าจุดประสงค์ของการจัดงานในวันนี้ และไล่เลียงผลงานของวุฒิสภาตลอดสองปีที่ผ่านมา โดยภายหลังการแถลงข่าวได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนสอบถามข้อสงสัย
ผู้สื่อข่าวถามถึงความคาดหวังของการรากฐานของวุฒิสภาชุดต่อไป และรากฐานของสภาของประเทศ นายมงคล กล่าวว่า การทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ ความรู้ความสามารถ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ซื่อตรงต่อประเทศชาติ รักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชน
ส่วนคำถามจากฝ่ายค้านที่มองว่าการทำงานของวุฒิสภายังไม่ตอบโจทย์ และไม่เป็นประโยชน์ต่อภาคประชาชน รวมไปถึงระบอบวุฒิสภาสีน้ำเงิน นายมงคล ชี้แจงว่า การทำงานของ สว. สิ่งที่เราต้องยึดหลัก คือผลประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชน ซึ่งก็คือรัฐธรรมนูญที่กำหนดเอาไว้ และระเบียบข้อกฎหมาย คนเราเห็นต่างกันได้ และความเห็นของทุกคน ไม่ต้องจำเป็นจะต้องถูกเสมอไป ทั้งเรื่องที่ดี และไม่ดี มันเป็นธรรมดาของโลกมนุษย์ ซึ่งเราจะทำอะไร มันไม่มีความสมบูรณ์นับตั้งแต่อดีตที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันนี้ และหลังจากนี้ต่อไป จะไม่มีอะไรที่เป็นความสมบูรณ์ จะมีปัญหาต่าง ๆ เกิดขึ้นมาเรื่อย ๆ ความคิดเห็นจะไม่มีวันตรงกันอย่างเด็ดขาด ดังนั้น สิ่งที่เราต้องยึดมั่นคือผลประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนเป็นหลัก ยึดมั่นในกฎหมาย และระเบียบที่มีอยู่ หากทำผิดจากระเบียบกฎหมายที่ให้อำนาจไว้ ก็เป็นการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมาย ไม่นำพาไปสู่ความสำเร็จ
ส่วนคดีฮั้ว สว. ทำให้สูญเสียกำลังใจในการทำงานหรือไม่ นายมงคล กล่าวว่า ตนเองขอไม่แสดงความคิดเห็น พอเราโตมาเยอะ ก็ต้องหนักแน่น และมั่นคง เรื่องนี้เป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละคน เราจะไม่มีการก้าวก่ายอำนาจหน้าที่ หน้าที่ใครทำอะไรทำไป เราทำหน้าที่ของเราตามกฎหมายที่เรามีอยู่ ก็ทำไป ใครที่จะมาตรวจสอบเรา ก็ให้ท่านทำหน้าที่ของท่านไป เป็นอิสระยืนยันว่าก้าวก่ายกัน ผลจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่
เมื่อถามผลงานที่ภูมิใจที่สุด และประชาชนได้อะไร นายมงคล กล่าวว่า ผลงานในการดูแลเกษตรกร และสิ่งที่เรายึดมั่นคือการวางตัวของเราเอง ในการรักษาความเป็นกลาง และจะเปิดโอกาสให้สมาชิกทุกคนได้แสดงความคิดเห็น โดยไม่ก้าวก่ายซึ่งกันและกัน ทุกคนมีความคิดมีอิสระ มีเอกสิทธิ์มีความคิดเท่าเทียมกัน และเราต้องทำตามกฎหมายตามระเบียบ ที่กฎหมายกำหนดไว้ ส่วนผลจะออกมาอย่างไรก็เป็นไปตามกฎหมาย
ขณะที่พลเอกเกรียงไกร กล่าวว่า ตนเองถือว่าเราได้บรรเทาทุกข์ให้กับประชาชนในส่วนหนึ่ง แม้จะไม่ใช่ทั้งหมด ก็เป็นหน้าที่ในการกำกับดูแลบริหารราชการแผ่นดิน ผ่านพบการพบประชาชน สว. เดินทางลงไปในพื้นที่ท้องถิ่น
เมื่อถามว่าวุฒิสภาชุดนี้ เลือกคณะกรรมการการเลือกตั้งมาแล้ว 4 คนจาก 7 คน ซึ่ง กกต. ต้องมาตรวจสอบคดีฮั้ว สว. จะทำให้เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ นายมงคล กล่าวว่า เป็นเรื่องของอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย และเราไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือรู้จักมักจี่อะไรกันเป็นการส่วนตัว ประธานและรองประธานจะไม่มีวันก้าวก่ายแทรกแซงเราทำไม่ได้ และจะไม่ทำด้วย
ส่วนปัญหาทางการเมืองที่รุมเร้า สว. มองว่าเป็นปัญหากวนใจในการทำงานตามเจตนารมณ์หรือไม่ นายมงคล กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติ การเข้ามากว่าจะโตกว่านี้ก็โดนมาเยอะ ไม่มีใครรู้ตัวเราเองดีเท่าตัวเราเอง สิ่งหนึ่งที่เราต้องมี คือความเคารพตัวเองว่าทำไปเพื่ออะไร คนมอง ก็มองได้ คนจะทำอะไรให้ถูกใจทุกคน คงเป็นไปไม่ได้ แต่เสียงที่สะท้อนกลับมา ดีหรือไม่ดี จะเป็นคำตอบ เราต้องน้อมรับฟังด้วย นำมาคิด และปรับปรุงแก้ไข แต่ไม่ใช่เอามาเป็นสิ่งที่บั่นทอนกำลังใจ
พลเอกเกรียงไกร กล่าวว่า ตนเองก็ยังกำลังใจดี โลกใบนี้เราไปห้ามมันไม่ได้ แต่สิ่งที่เราเห็น มันใช่สิ่งที่เป็นจริงหรือไม่ เราอย่าเห็นในสิ่งที่เราอยากจะเห็น แต่จงเห็นในสิ่งที่เกิดขึ้นจริง แล้วมันจะแก้ไขปัญหาได้ บางคนอาจบอกว่าเรื่องฮั้ว สว. อาจจะมากวนใจ แต่ตนเองขอยืนยันว่า เราต้องทำหน้าที่ของเราตามรัฐธรรมนูญ เมื่อใดคำตัดสินออกมาจะว่าอย่างไร เราก็น้อมรับไม่ตะแบงแน่นอน เอฟซีใครเอฟซีมัน ตนเองได้รับกำลังใจมากมาย ชีวิตที่ผ่านมา มันก็ดีอยู่แล้ว เป็นทหาร เป็นแม่ทัพ ก็ประสบความสำเร็จแล้ว ทำไมต้องก้าวเข้ามาในการเป็น สว. แต่ตนเองก็อยากเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ อาจจะเป็นฟันเฟืองตัวเล็ก ๆ ที่มีโอกาสได้ทำเรื่องนั้น เรายืนหยัดว่าสิ่งที่เราต้องรับฟัง คือสิ่งที่สะท้อนย้อนกลับมาไม่ว่าจะเป็นเสียงบวกหรือเสียงลบ แต่สิ่งที่ระบบประชาธิปไตยอยากให้ประชาชนได้รู้คือ ในเมื่อเราบอกว่าเราเคารพการตัดสินของมติส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตามเราก็ต้องไม่ละเลยเพิกเฉยต่อเสียงส่วนน้อย
พลเอกเกรียงไกร ยังกล่าวติดตลกว่า “ผมกราบขอโทษสื่อมวลชนที่จัดงานล่าช้า ผมกราบขอโทษสื่อมวลชนนะ ไม่ใช่กราบลูกเทพอย่างเดียว เพราะเป็นคนแบบนี้ ผมยกมือไหว้นักข่าวทุกคน ไม่ว่าจะเป็นตัวเล็กตัวน้อย ทุกคนบอกว่าอยากให้มีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน แต่ในเวลาปฏิบัติ บางทีมันไม่ใช่ บางทีมันมองคนละมุม ก็ฝากสื่อมวลชนด้วยว่าผมกราบขอโทษด้วย”
ส่วนการที่ถูกมองว่า สว. ไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง คอยรับฟังคำสั่ง นายมงคล กล่าวว่า ไม่มี สว. ทุกคนก็มีเอกสิทธิ์ของเขา ตนเองไม่เคยไปสั่งใคร และไม่เคยได้รับคำสั่งจากใคร ก็ทำหน้าที่ตัวเอง
ส่วนในวันเลือก สว. ระดับประเทศ ที่พบว่านายมงคล ส่งโพยให้กับเจ้าหน้าที่ กกต. จะให้คำตอบได้หรือไม่ว่าโพยนั้นคืออะไร นายมงคล กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ควรเอามาพูด ใครจะถามก็ไปถามเขาเอง ตนเองพูดไม่ได้ และกราบขอโทษอย่างยิ่งที่ผ่านมาไม่ค่อยให้สัมภาษณ์ เพราะต้องรักษาความเป็นกลางอย่างเคร่งครัด ดังนั้น เรื่องที่เป็นประเด็น ตนเองจะงดเว้นแสดงความคิดเห็นทั้งหมด












