นายกฯ เผย ยังไม่ปรับ ครม. ขอดูผลงานเป็นหลัก
ชี้ ไม่ได้วัดจากหน้าสื่ออย่างเดียว แต่สามารถประเมินได้จากนโยบาย และการทำงานที่ลงไปถึงมือประชาชน บอก สส.มีโอกาสนั่งรัฐมนตรี ขึ้นอยู่กับผลงานและสถานการณ์ ขณะที่ รมต. ’เพื่อไทย‘ ใช้มาตรฐานเดียวกัน ย้ำ สัมพันธ์เพื่อไทยแน่น ทำงานร่วมกันมา 3 เดือน
วันนี้ (7 ก.ค. 69) เวลา 12.25 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการประกาศให้รัฐมนตรีที่ถูกมองว่าเป็น “รัฐมนตรีโลกลืม” เร่งสร้างผลงาน ทำให้การทำงานขอฃรัฐมนตรีมีความคึกคักหรือไม่ ว่า คึกคักมาตลอด ไม่ได้เพิ่งคึกคัก ไม่ได้เป็นเรื่องสนุกสนาน เพราะทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ ในรัฐบาลของตนเปิดโอกาสให้รัฐมนตรีทุกคนได้รายงานว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ละคนได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง เพื่อให้รัฐมนตรีรับทราบ และแสวงหาความร่วมมือและการสนับสนุนระหว่างกัน เพื่อให้รัฐมนตรีทุกคนได้สื่อสารการทำงานให้พี่น้องประชาชนรับทราบมากขึ้น
เมื่อถามว่า มุ่งเน้นหรือมองไปที่กระทรวงไหนเป็นพิเศษหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธ พร้อมกล่าวว่า มองทั่วไป ทุกกระทรวงมีความสำคัญเหมือนกันหมด รวมถึงกระทรวงในโควตาพรรคเพื่อไทยด้วย ขอให้ทุกคนร่วมกันสื่อสารการทำงานของกระทรวงให้ประชาชนรับทราบมากที่สุด โดยให้กรมประชาสัมพันธ์ และโฆษกรัฐบาล ประสานกับโฆษกแต่ละกระทรวง เพื่อเผยแพร่ผลงานออกไปให้มากที่สุด
ส่วนนอกจากรัฐมนตรีแล้วยังรวมถึงคณะโฆษกรัฐบาล โฆษกพรรค และโฆษกกระทรวงด้วยใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ทั้งทีม” พร้อมระบุว่า มีผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้กับนานาชาติเป็นจำนวนมาก แต่เหตุใดจึงยังอยู่ในวงเล็ก จึงต้องสื่อสารออกไป ทำให้เป็น Digital Footprint
ส่วนจะปรับคณะรัฐมนตรีภายใน 3 เดือนเลยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวเพียงว่า “ยังครับ”
เมื่อถามย้ำว่า ระยะเวลาในการปรับคณะรัฐมนตรีกำหนดไว้เท่าใด นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ดูที่ผลงานเป็นหลัก ส่วนการประเมินผลงานนั้น ไม่ได้วัดจากหน้าสื่ออย่างเดียว แต่สามารถประเมินได้จากนโยบายและการทำงานที่ลงไปถึงมือประชาชน ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของรัฐบาลว่าจะทำได้มากแค่ไหน
ส่วนในการพูดคุยกับคณะรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยเมื่อเช้านี้ ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีนั้น เป็นนิมิตหมายของการทำงานอันดีหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า “เราทำงานกันมาสองสามเดือนแล้ว มีความเชื่อใจ ความคุ้นเคย และให้เกียรติซึ่งกันและกัน”
เมื่อถามอีกว่า ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ประเมินผลงานฝ่ายนิติบัญญัติด้วยหรือไม่ และบุคคลเหล่านั้นมีโอกาสที่จะเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อยู่ที่การทำงาน ผลงาน และอยู่ที่สถานการณ์
ส่วนจะมีโอกาสที่รัฐมนตรีจะกลับไปเป็น สส. หรือไม่ นายกรัฐมนตรียิ้ม แต่ไม่ได้ตอบคำถาม













