POLITICS

‘วราวุธ’ เตรียมถกบริษัทรถยนต์ ออกโปรโมชันพิเศษซ่อมแซมรถจมน้ำ ช่วยประชาชน

‘วราวุธ’ เร่งปิดจุดเสี่ยงน้ำท่วม พบ 180–190 โรงงานในการนิคมอุตฯ เสียหาย 1.8 พันล้านบาท สั่งช่วย “รายหนัก” อัดทุน ฟื้นฟู-พักหนี้-สินเชื่อซ่อมเครื่องจักร ก. อุตฯ เตรียมถกบริษัทรถยนต์ยี่ห้อต่าง ๆ ออกโปรโมชันพิเศษซ่อมแซมรถจมน้ำ ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน

วันนี้ (6 ต.ค. 69) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งติดตามและประเมินผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยต่อภาคอุตสาหกรรมทั่วประเทศ โดยขณะนี้ข้อมูลความเสียหายยังอยู่ระหว่างการสำรวจและตรวจสอบ เนื่องจากบางพื้นที่ยังไม่สามารถเข้าถึงได้ และผู้ประกอบการจำนวนหนึ่งยังอยู่ระหว่างประเมินความเสียหาย จึงต้องเร่งให้ศูนย์ CMC หรือศูนย์บริหารสถานการณ์วิกฤต กระทรวงอุตสาหกรรม (Crisis Management Center: CMC) จัดทำฐานข้อมูลกลางให้ถูกต้อง ครบถ้วน และลดปัญหาข้อมูลซ้ำซ้อน เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงผู้ประกอบการที่เดือดร้อนจริงโดยเร็ว

ทั้งนี้ ภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยและความต้องการช่วยเหลือของสถานประกอบการภาคอุตสาหกรรม (ข้อมูล ณ วันที่ 5 ตุลาคม 2569) ได้รับผลกระทบ 55 จังหวัด สถานประกอบการได้รับผลกระทบ 4,523 ราย โรงงานอุตสาหกรรม 316 ราย SMEs 4,113 ราย วิสาหกิจชุมชน 94 ราย มูลค่าความเสียหายรวมในเบื้องต้นกว่า 2,137 ล้านบาท

“เบื้องต้นการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ประเมินว่าอาจมีโรงงานได้รับความเสียหายประมาณ 180–190 แห่ง มูลค่าราว 1,700–1,800 ล้านบาท แต่ยังต้องสำรวจเพิ่มเติม สิ่งสำคัญขณะนี้ไม่ใช่เพียงการนับจำนวนผู้ได้รับผลกระทบ แต่ต้องรู้ให้ชัดว่าใครเสียหายหนัก ใครต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน และต้องช่วยเหลือในรูปแบบใด เพื่อจัดทรัพยากรของกระทรวงเข้าไปช่วยได้ตรงจุด”

นายวราวุธกล่าวว่า ได้สั่งการให้ อสจ. ทุกจังหวัดเร่งแยกกลุ่มผู้ประกอบการที่ได้รับความเสียหายรุนแรง โดยเฉพาะรายที่เครื่องจักรเสียหายเต็ม 100% หรือมีข้อจำกัดในการฟื้นตัว พร้อมจัดทำชื่อและช่องทางติดต่อเพื่อส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเป็นกรณีพิเศษ

สำหรับการช่วยเหลือด้านการเงิน กระทรวงได้ประสานสถาบันการเงิน กองทุน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับทั้งการพักชำระหนี้ สินเชื่อเพื่อฟื้นฟู และเงินทุนสำหรับซ่อมแซมอาคารและเครื่องจักร โดยธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ ธพว. (SME D Bank) รายงานว่ามีลูกค้าได้รับผลกระทบโดยตรงใน 37 จังหวัด 918 ราย และนอกพื้นที่ประกาศอีก 66 ราย รวม 984 ราย

ล่าสุดทางธนาคารได้พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยแล้ว 311 ราย ครอบคลุมเงินต้นประมาณ 992 ล้านบาท และมาตรการพักชำระหนี้สามารถดำเนินการได้เต็มวงเงินและนานสูงสุด 12 เดือน ทั้งยังมีผู้ประกอบการที่ถูกคัดกรองด้านปัญหาการเงินอีก 134 ราย ซึ่งจะเร่งส่งต่อให้ธนาคารติดต่อโดยตรง

นอกจากนี้ กระทรวงยังเตรียมความช่วยเหลือด้านเทคนิค โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมจะจัดเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำและตรวจสอบความปลอดภัยหลังน้ำลด ทั้งหม้อไอน้ำ ระบบไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้า และตู้จ่ายไฟ พร้อมจัดทำเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญและ Service Provider เพื่อให้คำแนะนำแก่โรงงานขนาดเล็กและวิสาหกิจชุมชน ขณะที่การซ่อมเครื่องจักรจะประสานช่างเฉพาะทางเข้าดำเนินการ

ขณะเดียวกัน ยังต้องเฝ้าระวังผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะกากอุตสาหกรรมที่อยู่ระหว่างกระบวนการผลิต การจัดเก็บ หรือพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม รวมถึงความเสี่ยงจากน้ำปนเปื้อนในพื้นที่โรงงานและบ่อกาก ซึ่งกรมโรงงานอุตสาหกรรมจะติดตามและเตรียมมาตรการรองรับกรณีน้ำเพิ่มขึ้นหรือน้ำระบายเข้าพื้นที่

อย่างไรก็ตาม กระทรวงจะเร่งรวบรวมข้อมูลทั้งจำนวนผู้ได้รับผลกระทบ รูปแบบความเสียหาย จำนวนผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือแล้ว รวมถึงวงเงินและมาตรการที่ได้รับ เพื่อให้เห็นภาพการช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงตัวเลขผู้ขอความช่วยเหลือ พร้อมเร่งประสานการนิคมอุตสาหกรรมเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือโรงงานที่ได้รับความเสียหาย โดยให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการที่เสียหายรุนแรงและต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนเป็นลำดับแรก

นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมจะหารือกับบริษัทรถยนต์ยี่ห้อต่าง ๆ เพื่อหาแนวทางช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ที่เป็นเจ้าของรถยนต์แล้วได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ โดยจะหารือและขอความร่วมมือว่าจะมีการออกโปรโมชันพิเศษ หรือส่วนลดต่าง ๆ เพื่อเป็นการช่วยลดภาระการซ่อมแซมรถยนต์ได้อย่างไรบ้างหรือไม่

Related Posts

Send this to a friend