POLITICS

’สว.วุฒิชาติ’ ยัน วุฒิสภาไม่คว่ำร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด หลัง ครม.ส่งกลับเข้าสภา

’สว.วุฒิชาติ’ ยัน วุฒิสภาไม่คว่ำร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด หลัง ครม.ส่งกลับเข้าสภา ชี้เป็นไปได้ต้องตั้ง กมธ. ร่วม 2 สภา เตรียมถกวิป 3 ฝ่าย เดินหน้าพิจารณาต่อทันที

วันนี้ (6 พ.ค. 69) เวลา 09.25 น. ที่รัฐสภา นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร สว.ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาดของวุฒิสภา กล่าวภายหลังที่คณะรัฐมนตรีมีมติยืนยันส่งร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาดกลับเข้าสู่สภา ว่า หลังจากนี้จะต้องนัดประชุมวิปทั้ง 3 ฝ่ายเพื่อที่จะยืนยันร่าง ซึ่งเห็นด้วยกับมติ ครม.แสดงว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับกฎหมายฉบับนี้ เพราะว่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนทุกคนที่จะได้หายใจด้วยอากาศสะอาด

โดยยืนยันว่าจะพิจารณาให้เร็วที่สุดซึ่งกระบวนการก็ต้องเป็นไปตามขั้นตอน ในการประชุมวิปวุฒิฯวันนี้ก็จะมีการหารือกัน ว่าจะยืนยันให้คณะกรรมาธิการชุดเดิมพิจารณาต่อหรือไม่ พร้อมปฏิเสธกระแสข่าวลือว่าวุฒิสภาจะคว่ำร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด นอกจากนี้ยังหยิบยกประเด็นในการพิจารณาว่าในเนื้อหาของร่างจะต้องจะต้องคำนึงถึงทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง คือผู้ที่ได้รับประโยชน์และผู้ที่เสียประโยชน์ ซึ่งวุฒิสภาทุกคนเห็นตรงกันว่าเป็นร่างกฎหมายที่เกิดประโยชน์กับประชาชน เพราะฉะนั้นในส่วนของ สว.ที่มีข่าวว่าจะคว่ำร่างนั้นเป็นไปไม่ได้

นายวุฒิชาติ เปิดเผยว่า ร่างของ สส.เองก็มีบางประเด็นที่วุฒิสภาไม่เห็นด้วย ก็เป็นไปได้ที่จะต้องตั้งกรรมาธิการเพื่อพิจารณาร่วมกันเชื่อว่าจะใช้เวลาไม่นานเพราะที่ผ่านมาก็พิจารณาไปหลายมาตราแล้ว ซึ่งวุฒิสมาชิกยืนยันที่จะพิจารณาโดยยึดถือประโยชน์ของส่วนรวม หลังมีการตั้งข้อสังเกตว่าการพิจารณาของวุฒิจะไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการก็มีตัวแทนจากภาคประชาชนเข้ามาด้วย ซึ่งหากได้สอบถามภาคประชาชนก็จะเห็นว่าวุฒิสภาให้ความเห็นไปในทิศทางกับฝั่งประชาชนมากกว่า

“เรามองอย่างนี้ว่าการให้เวลาผู้ประกอบการในการปรับปรุง มันต้องมีระยะเวลาที่สอดคล้องและเหมาะสมกับกิจการ ไม่ใช่ว่าตัดโคมเดียวไปเลย มันจะเป็นการทำลายภาคธุรกิจอุตสาหกรรม หากถ้าคุณไม่ปรับตัวเราก็ยอมไม่ได้เลยเหมือนกัน ในเรื่องระยะเวลาที่เหมาะสมและปรับตัวแล้วกำหนดค่าคาร์บอนไดออกไซด์ หรืออะไรต่าง ๆ ที่ทำให้ก่อเกิดมลพิษ คุณต้องลดลงตามลำดับหากทำไม่ได้ ก็ต้องมีบทลงโทษ มีค่าปรับหรือไม่หรือที่สุดต้องยกเลิกกิจการ” นายวุฒิชาติกล่าว

เมื่อถามว่า พ.ร.บ.อากาศสะอาดที่ผ่านมา มีการตั้งข้อสังเกตว่าไม่ผ่านเพราะมีการเอื้อในทุน นายวุฒิชาติกล่าวว่า ไม่จริง และชี้แจงว่าอย่าใช้คำว่าเอื้อนายทุนยืนยันว่าพิจารณาด้วยเหตุผลและข้อเท็จจริง อย่าว่าเรื่องนี้จะต้องพิจารณาทั้งสองฝ่าย คือประชาชนผู้ที่สมควรได้รับอากาศสะอาดหายใจเข้าไป และผู้ประกอบการก็ต้องพิจารณาด้วยความเป็นธรรมซึ่งต้องมีการปรับตัว คงจะไม่ปล่อยให้ปัญหาเกิดไปเรื่อย ๆ ต้องมีการกำหนดขั้นตอนและระยะเวลา กำหนดระยะเวลา 6 เดือนถึง 1 ปีและให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบว่าข้าเป็นไปตามมาตรฐาน ที่กำหนดกฎเกณฑ์ไว้หรือไม่

Related Posts

Send this to a friend