‘สุชาติ’ ชี้แลนด์บริดจ์ยังต้องศึกษาผลได้-ผลเสียให้รอบด้าน ย้ำไทยอยู่กับที่ไม่ได้
ยกสิงคโปร์เป็นตัวอย่างหากหวังแข่งขันเศรษฐกิจโลก เปรียบเหมือนขยายบ้านอาจสูญเสียพื้นที่สนามหญ้าบางส่วน แต่ทุกอย่างต้องอยู่บนความสมดุล
วันนี้ (5 มิ.ย. 69) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการแลนด์บริดจ์ของรัฐบาลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยระบุว่าเรื่องดังกล่าวเป็นประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม และขณะนี้ปลัดกระทรวงเป็นประธานในเรื่องนี้ จึงขอให้รอคำชี้แจงจากปลัดกระทรวง ซึ่งอาจต้องหารือร่วมกับอธิบดีที่เกี่ยวข้องก่อน เนื่องจากเป็นผู้รับผิดชอบในการประชุมและพิจารณาเรื่องดังกล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงจุดยืนของรัฐมนตรี ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากประชาชนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีรายงานว่าในช่วงเดือนมิถุนายนจะมีการเข้ายื่นข้อเรียกร้องหรือชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติกล่าวว่าทุกโครงการจำเป็นต้องมีการศึกษาอย่างรอบคอบก่อนดำเนินการ เพราะการพัฒนาประเทศต้องอาศัยการศึกษาและการนำแนวคิดใหม่ ๆ เข้ามาประกอบการตัดสินใจ
นายสุชาติกล่าวว่าหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ศึกษาสิ่งใหม่ ๆ ประเทศก็อาจไม่สามารถพัฒนาได้ พร้อมยกตัวอย่างประเทศสิงคโปร์ว่าหากเมื่อ 30-40 ปีก่อนไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่คิดพัฒนา ก็คงไม่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจได้เช่นในปัจจุบัน พร้อมย้ำว่าประเทศไทยไม่สามารถอยู่กับที่ได้ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ การส่งออก และภาคการเกษตรที่ยังต้องพึ่งพาตลาดจากต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม นายสุชาติระบุว่าในส่วนของผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าผลดีหรือผลเสียจะมีมากน้อยเพียงใด เพราะต้องรอผลการศึกษา การวิจัย และการพัฒนาเพิ่มเติมก่อน พร้อมยอมรับว่าการพัฒนาย่อมมีสิ่งที่ต้องแลกเปลี่ยนอยู่บ้าง
นายสุชาติยกตัวอย่างว่าการขยายบ้านให้มีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับสมาชิกในครอบครัวที่เพิ่มขึ้น อาจทำให้ต้องสูญเสียพื้นที่สีเขียว สนามหญ้า หรือต้นไม้บางส่วนไป ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องแลกในการพัฒนา แต่ไม่ได้หมายความว่าจะพัฒนาโดยไม่เหลือพื้นที่สีเขียวเลย เพราะทุกอย่างต้องอยู่บนความสมดุลและพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ ควบคู่กันไป












