POLITICS

‘ณัฐวุฒิ’ มาศาลอาญาคดีร่วมชุมนุมขับไล่รัฐบาล ‘อภิสิทธิ์’ ปี 52 ขอไม่ตอบปมร่วมชุมนุม ‘จตุพร’ จะติดตามสถานการณ์เพื่อดูทิศทางต่อไปให้เวลาเป็นตัวกำหนด

วันนี้ (5 เม.ย. 64) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่ม นปช. ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนกรณีที่ศาลได้นัดพร้อมจำเลยในคดีที่ พนักงานอัยการคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ฟ้อง นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ เลขาฯนปช. นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ กับพวกรวม 13 คน เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันมั่วสุมชุมนุมฯ ขับไล่รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บริเวณสะพานชมัยมยุรเชษฐ์ เมื่อปี พ.ศ.2552

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่ม นปช.กล่าวว่า วันนี้ศาลได้นัดพร้อมคู่ความเพื่อมากำหนดการไต่สวนคดีต่อจากเดิม ที่มีการพักการไต่สวนไปช่วงสถานการณ์โควิด-19 และจำเลยหลายคนทำคำร้องเพื่อขอพิจารณาคดีลับหลัง จึงไม่ต้องมาศาล ส่วนตนเองนั้นเดินทางมาเองทุกนัด และหลังจากนี้ทนายความก็จะนัดวันเพื่อเริ่มทำการไต่สวนทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลยต่อไป

สำหรับกรณีการชุมนุมที่สวนสันติพร อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม ของกลุ่ม “ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย” นำโดยนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 และอดีตกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างปรองดองแห่งชาติ รวมทั้งนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. นายณัฐวุฒิ มองว่า ตนเองเคารพทุกการเคลื่อนไหวในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ซึ่งการขับไล่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นับเป็นสิ่งที่ผู้รักประชาธิปไตยเรียกร้องมาตลอด ถ้ามีการลาออกเกิดขึ้นจริงถือเป็นคุณูประการต่อประชาชน

อย่างไรก็ตาม นายณัฐวุฒิ ตั้งข้อสังเกตจากการชุมนุมดังกล่าวว่า ตนเองมองได้ 2 แบบ คือเป็นการรวมตัวกันของแกนนำทุกฝ่าย ถือเป็นการรวมกันเฉพาะหน้า ซึ่งยังไม่เห็นในเชิงอุดมการณ์ จึงไม่คาดหวังให้มีการรวบรัดแบบรวดเร็ว เพราะต้องดูพัฒนาการว่าจะมีความชัดเจนในการหลอมรวมเชิงอุดมการณ์มากน้อยแค่ไหน อีกทั้งเนื้อหาสาระทางการเมืองอาจทำให้ก้าวเดินได้ไม่เร็วนัก จึงต้องรอติดตามสถานการณ์การเมืองต่อไป เพราะเนื้อหามีความแหลมคมซับซ้อน ซึ่งตนเองจะติดตามอย่างใกล้ชิด ควบคู่ไปกับการเคลื่อนไหวของนักศึกษาที่ยังคงทำหน้าที่อย่างต่อเนื่อง จึงต้องดูว่าสองส่วนนี้จะมีพัฒนาการอย่างไร เพราะถึงแม้เวทีเมื่อคืนจะมีเป้าหมายชัดเจน แต่สิ่งที่ทั้งสองส่วนน่าจะมีส่วนร่วมกันได้คือการเรียกร้องอิสรภาพให้กับคนหนุ่มสาวที่ถูกจองจำอยู่ภายในเรือนจำฯ

นายณัฐวุฒิ ยังบอกถึงกรณีที่นายจตุพร จะมอบตำแหน่งประธาน นปช.ให้หากไปร่วมกับชุมนุมเคลื่อนไหวกับกลุ่มนักศึกษา ระบุว่า ตำแหน่งไม่ได้สำคัญ และการต่อสู้ทางการเมืองไม่ได้อยู่ที่ว่าใครมีตำแหน่งไหน แต่อยู่ที่ว่าจะเดินไปทิศทางใด เพื่อพิสูจน์ให้ประชาชนเกิดความความเชื่อมั่น เพราะประชาธิปไตย มีเวลาให้พิสูจน์ตัวตนของแต่ละคนได้ตลอดทาง ส่วนวันครบรอบกรณีการสลายการชุมนุมของกลุ่ม นปช. เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 53 นั้น ยืนยันว่า กำลังกำหนดรูปแบบการจัดอยู่ และไม่สามารถลืมเลือนเหตุการณ์ครั้งนั้นได้

Related Posts