POLITICS

อธิบดีกรมการกงสุล เผย เริ่มอพยพคนไทยออกจากตะวันออกกลาง ขอคนไทยติดตามข่าวสารจากสถานทูตอย่างใกล้ชิด

อธิบดีกรมการกงสุล เผย เริ่มอพยพคนไทยออกจากหลายประเทศในตะวันออกกลาง คนไทยในอิหร่านชุดแรกจะเดินทาง 7 มี.ค.นี้ ขอคนไทยติดตามข่าวสารจากสถานทูตอย่างใกล้ชิด ประเทศไทยเสี่ยงภัย จำเป็นต้องอพยพอย่างเร่งด่วน

วันนี้ (5 มี.ค. 69) นายมังกร ประทุมแก้ว อธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงการช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลาง จากผลกระทบของสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกา และอิสราเอล กับ อิหร่าน ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นมา รัฐบาลได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ศูนย์ติดตามสถานการณ์ 24 ชม. ได้ประเมินความเสี่ยงในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะประเทศที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด คือ อิหร่าน มีคนไทยกว่า 250 มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องเคลื่อนย้าย อย่างที่นายกรัฐมนตรีได้ประชุมกับกระทรวงการต่างประเทศ และสถานทูตไทย ณ​ กรุงเตหะราน ได้เตรียมพร้อมที่จะอพยพคนไทยชุดแรก ในวันที่ 7 มีนาคมนี้ ซึ่งจะมีจำนวน 69 คน และชุดที่ 2 จำนวน 70 คน ในวันที่ 10 มีนาคมนี้

อธิบดีกรมการกงสุล กล่าวว่า คนไทยที่ต้องอพยพออกจากอิหร่าน จะใช้เส้นทางรถยนต์ออกมาทางชายแดนประเทศตุรกี จากนั้นจะขึ้นเครื่องบินมาที่กรุงอิสตันบูล เพื่อเดินทางกลับไทย เนื่องจากยังมีสายการบินพาณิชย์ แต่เหตุที่ล่าช้า เพราะคนไทยบางคนต้องได้รับ Exit Visa ให้ออกนอกประเทศอิหร่าน ทางตนเองและรองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ได้หารือกับเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย เมื่อวานนี้ ทางอิหร่านได้รับทราบและจะช่วยดำเนินการให้โดยเร็ว รวมถึงการอำนวยความสะดวกด้านความปลอดภัย ที่ต้องเดินทางด้วยรถยนต์กว่า 10 ชั่วโมง ทางสถานทูตฯ ต้องประเมินความเสี่ยงทั้งเส้นทางและสภาพอากาศด้วย โดยที่ตุรกีจะมีเจ้าหน้าที่จากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา มารอรับที่ชายแดน มีการตั้งศูนย์ปฏิบัติงานชั่วคราว เพื่อส่งทุกคนมายังอิสตันบูล และกรมการกงสุลได้ส่งรองอธิบดีกรมการกงสุลและเจ้าหน้าที่ไปช่วยสนับสนุนภารกิจเพิ่มเติมด้วย

ส่วนในพื้นที่อื่น ๆ ของภูมิภาคตะวันออกกลาง สำหรับคนไทยในประเทศนั้น ๆ ได้เชิญชวนให้เดินทางออกจากพื้นที่ โดยสถานกงสุล พร้อมอำนวยความสะดวก ในขณะที่สายการบินพาณิชย์ของประเทศนั้นยังให้บริการอยู่ โดยส่วนใหญ่ สถานการณ์ในประเทศอื่น ๆ ยังไม่อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องอพยพ

สำหรับประเทศอิสราเอล ที่มีคนไทยจำนวนมาก ทางสถานทูตฯ ก็มีการจัดทำแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน และแนวปฏิบัติให้กับคนไทย ทั้งเจ้าหน้าที่และแรงงาน ได้ปฏิบัติตามเมื่อมีการเตือนภัย ยังไม่มีผู้ประสงค์กลับไทย ซึ่งอิสราเอลยังอยู่ในระดับสีเหลืองและสีส้ม ยังไม่ต้องอพยพ เหมือนพื้นที่สีแดงอย่าง อิหร่าน ซึ่งประเทศในตะวันออกกลางมีคนไทยอยู่กว่า 1 แสนคน กรมการกงสุลจึงต้องมีแผนการเตรียมพร้อมในการอพยพคนไทยเมื่อเกิดสถานการณ์เร่งด่วน

สำหรับประเทศบาห์เรน เป็นประเทศเล็ก แต่มีฐานทัพเรือสหรัฐฯ ทำให้ถูกโจมตีและส่งผลกระทบกับประชาชน ทางสถานทูตฯ ได้สำรวจ และส่งคนไทยกลับมาแล้วชุดแรก จำนวน 9 คน แต่ต้องเดินทางข้ามพรมแดนมายังประเทศซาอุดิอาระเบีย ทางสถานทูต ณ กรุงริยาด จึงนำมาขึ้นเครื่องบินกลับถึงประเทศไทยแล้ว ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ของสถานทูต ณ กรุงริยาด ที่ชายแดน เพราะคนไทยต้องขอวีซ่าฉุกเฉินเข้าซาอุดิอาระเบียแต่ได้รับความช่วยเหลือจากทางซาอุดิอาระเบีย โดยจะมีคนไทยอีกกว่า 60 คน ที่ต้องรอเที่ยวบินจากกรุงริยาด กลับประเทศไทย

ส่วนคนไทยที่ไปท่องเที่ยวหรือไปทำงานระยะสั้นในประเทศที่กระทบเช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทราบว่า เที่ยวบินสายการบินพาณิชย์ เริ่มทำการบินทำให้คนที่ตกค้างแต่ต้องประเมินสถานการณ์วันต่อวัน ของแต่ละประเทศ

สำหรับประเทศเลบานอน มีคนไทย 120 คน กำลังประสานงานให้มีการอพยพด้วย โดยสถานทูตที่กรุงริดยาด ดูแลประสานกับสถานกุงสุล เพราะความขัดแย้งมีแนวโน้มขยายตัวไปในเลบานอน ต้องผลักดันให้คนไทยเดินทางออกโดยเร็วที่สุด ซึ่งงมีคนไทยประสงค์เดินทางกลับแล้วกว่า 10 คน ต้องเร่งหาตั๋วเครื่องบินออกจากกรุงเบรุต รวมถึงคนไทยจากอิรัก จำนวน 2 คน ได้เดินทางอพยพออกมาทางจอร์แดนแล้ว

อธิบดีกรมการกงสุล ฝากย้ำถึงพี่น้องคนไทย ที่ยังอยู่ในประเทศที่มีความเสี่ยง ถ้าสามารถเดินทางออกจากประเทศเหล่านั้นได้ ขอให้รีบเดินทางออกมาน่าจะดีที่สุด เพราะไม่แน่ใจว่าความขัดแย้งจะลุกลามแค่ไหน สำหรับคนที่ไม่เดินทางออก ถ้ายังจำเป็นยังพำนักอยู่ในประเทศนั้น ๆ ขอให้ติดตามข้อมูลจากทางสถานทูต ติดหมายเลขโทรศัพท์ สายด่วน กรณีฉุกเฉิน และต้องใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง

Related Posts

Send this to a friend