POLITICS

เลขา สมช.ถกส่วนราชการ-นักวิชาการ วางแผนรับมือวิกฤตความมั่นคงโลก

เลขา สมช.ถกส่วนราชการ-นักวิชาการ วางแผนรับมือวิกฤตความมั่นคงโลก จับตาสถานการณ์ตะวันออกกลาง สหรัฐฯ-อิหร่าน-อิสราเอล ควบคู่ไทย-กัมพูชา และสงครามรัสเซีย-ยูเครน พร้อมรับมือภัยสแกมเมอร์ ชูหลักป้องกันก่อนเกิดเหตุ บูรณาการทุกภาคส่วน ปกป้องประชาชน-โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ

วันที่ (4 พ.ย. 69) เวลา 09.00 น.ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นประธานการประชุมส่วนราชการและภาควิชาการที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาและแผนรับรองสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจากปัญหาความมั่นคงในตะวันออกกลางโดยมีนายหทัย ชุณหปราณ ที่ปรึกษาสำนักข่าวกรองแห่งชาติ พล.ต.สุทัศน์ ยุทธภีมผล ผู้อำนวยการสำนักปฏิบัติการและการข่าว สำนักนโยบายและแผนกลาโหม นายวรวุฒิ สมุทรกลิน ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน กระทรวงการต่างประเทศ ผู้แทนเหล่าทัพ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด นายฟูอาดี้ พิศสุวรรณ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายมาโนชญ์ อารีย์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ นายวันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต นายธัชชะ จุลขาด อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล น.ส.ลลิดา หาญวงษ์ อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์รวมถึงตัวแทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและผู้เชี่ยวชาญด้านต่างประเทศเข้าร่วมประชุม

พล.อ.ชัยพฤกษ์กล่าวในที่ประชุมว่าเดิมทีการประชุมหารือในครั้งนี้นายกรัฐมนตรีมีความประสงค์จะลงมารับฟังด้วยตัวเองจึงอนุมัติให้ใช้อาคารแห่งนี้แต่ตนเรียนท่านว่าถ้านายกรัฐมนตรีลงมาเองวันนี้จะเป็นในเรื่องรายละเอียดที่จะปรับแก้แนวทางปฏิบัติที่ย่อยออกมาจากแผนเตรียมพร้อมแห่งชาติทำให้การคุยอาจจะวงใหญ่ไปจึงเป็นการประชุมฝ่ายผู้ปฏิบัติก่อนเมื่อทำแนวทางดังกล่าวได้สมบูรณ์หรือเกือบสมบูรณ์แล้วจะนำเรียนและอาจต้องมีการเชิญระดับผู้บังคับบัญชามารับฟังกันอีกครั้งหนึ่ง

พล.อ.ชัยพฤกษ์กล่าวต่อว่าจากสถานการณ์ของโลกที่เกิดขึ้นในปัจจุบันมีความผันผวนและความไม่แน่นอนในสถานการณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าในส่วนภูมิภาคใดก็ตามทาง สมช.ซึ่งมีการเตรียมแผนความพร้อมแห่งชาติอยู่แล้วแต่ในรายละเอียดของแผนเฉพาะเจาะจงหน่วยงานหรือการดำเนินการต่าง ๆ ค่อนข้างกว้างจึงมีแนวความคิดทำแนวทางในครั้งนี้ขึ้นโดยพุ่งเป้าไปที่ปัญหาที่เกิดขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลางและแนวทางนี้จะไปใช้ในส่วนอื่นได้ตนและทีมงานจึงดูรายละเอียดออกมาตั้งธงออกมาเป็นฉากทัศน์ต่าง ๆ ว่าในสถานการณ์ห้วงต่อไปจะมีแนวโน้มอย่างไรบ้างเพื่อเราจะได้เตรียมการต่อฉากทัศน์ต่าง ๆ ที่เราเตรียมการไว้โดยได้เชิญอาจารย์มาระดมสมองและตั้งข้อสังเกตหลังเสร็จจากงานนี้แล้ว สมช.จะทำในรายละเอียดอีกครั้งและอาจติดต่อท่านมาร่วมพิจารณาความเหมาะสมหรือต้องเพิ่มเติมอะไรหรือไม่

ทั้งนี้ได้มีการทำแผนสถาปนาความมั่นคงในบริบทด้านการเตรียมความพร้อมและการบริหารวิกฤตการณ์ด้านความมั่นคงเบื้องต้นมีการประเมินวิกฤตที่สำคัญในปัจจุบันทั้งสถานการณ์ไทย-กัมพูชา สแกมเมอร์และคอลเซ็นเตอร์ ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา อิหร่านและอิสราเอลรวมถึงสงครามรัสเซีย-ยูเครนโดยให้มีหลักคิดป้องกันก่อนเกิดเหตุแบบบูรณาการตั้งแต่สภาวะปกติโดยแนวทางการดำเนินการให้มีแผนเตรียมความพร้อมแห่งชาติและแผนบริหารวิกฤตการณ์ เสริมสร้างความมั่นคงเชิงพื้นที่และการฝึกบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติเพื่อ 6 เป้าหมายได้แก่

1.ประเทศมั่นคงพร้อมรับมือภัยคุกคามตั้งแต่ภาวะปกติ

2.แผนงานโครงการด้านความมั่นคงได้รับการบรรจุในแผนพัฒนาจังหวัด

3.การบูรณาการงบประมาณจากทุกภาคส่วนในสังคม

4.ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

5.ปกป้องโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ

6.ฝึกซ้อมการบริหารวิกฤตที่สอดคล้องกับสถานการณ์ความมั่นคงในปัจจุบัน

Related Posts

Send this to a friend