POLITICS

‘ชัยชนะ’ ยัน ไม่ได้อยู่เบื้องหลัง ‘ม็อบกำนันมะโน’ บอกหยุดตามสืบ เอาเวลาไปหาวิธีแก้ปัญหาดีกว่า

‘ชัยชนะ’ ยัน ไม่ได้อยู่เบื้องหลัง ‘ม็อบกำนันมะโน’ บอกหยุดตามสืบ เอาเวลาไปรับใช้ประชาชน หาวิธีแก้ปัญหาดีกว่า ชี้ ปชช. รวมตัวกันเอง หลังเจอวิกฤตราคาน้ำมัน-พืชผลเกษตร เตือนรัฐบาลอย่าใช้อำนาจสกัดม็อบ หวั่นเป็น ‘น้ำผึ้งหยดเดียว’ พร้อมฝากถึง ‘น้าหลวงพิพัฒน์’ อย่าหลอกคนใต้ อย่าสร้างแต่วาทกรรมหวังคะแนนเสียง

วันนี้ (5 พ.ย. 69) นายชัยชนะ เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวถึงกรณีที่ม็อบกำนันมะโนจะเดินทางจากภาคใต้มาที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกร้องให้ลดราคาน้ำมัน ว่า การที่ม็อบจะนำรถ 1,000 คันเดินทางมาทำเนียบรัฐบาล และได้ประกาศจุดเคลื่อนไหวจุดแรกเกิดสี่แยกควนหนองหงษ์ อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ ตนเองได้รับโทรศัพท์จากมิตรสหาย ว่ามีหน่วยราชการบางหน่วยลงพื้นที่สอบถามบุคคลในพื้นที่ และสั่งการข้าราชการในพื้นที่ ว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ตนเองอยู่เบื้องหลังในการเคลื่อนไหวหรือไม่ และพยายามเช็กบุคคลใกล้ตัว ว่าตนเองสนับสนุนการเคลื่อนไหวครั้งนี้หรือไม่ ตนเองขอยืนยันว่าการเรียกร้องของพี่น้องประชาชนเป็นสิทธิเสรีภาพที่กระทำได้ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ การออกมาเรียกร้องเป็นแนวคิดของประชาชน ผู้ที่รู้สึกว่าประสบวิกฤตเศรษฐกิจ ทั้งพลังงานและราคาพืชผลทางการเกษตร ตนเองในฐานะผู้แทนประชาชน ส่วนใดที่เป็นปัญหา ตนก็ยืนเคียงข้างประชาชน แต่อยากฝากไปถึงหน่วยงานราชการที่รับคำสั่งใครมาก็ไม่ทราบว่าไม่ต้องเช็กหรอกว่าตนเองอยู่เบื้องหลังหรือไม่ ขอช่วยคนโน้นคนนี้ให้จัดมวลชนหรือไม่ ตนเองไม่จำเป็นต้องทำ วันนี้ประชาชนเดือดร้อน เขาออกมาเพื่อต้องการทวงถามสัญญาที่รัฐบาลให้ไว้กับเขา ว่าจะมีแนวทางในการแก้ไขอย่างไร และวันนี้ก็ชัดเจนแล้วว่าหากเดินทางมาถึงทำเนียบรัฐบาลมันต้องลดราคาลิตรละ 10 บาท ดังนั้นข้าราชการหน่วยงานต่าง ๆ ที่เช็กตนเองอยู่นั้น เอาเวลาที่ไปทำงานบริการประชาชนดีกว่า อย่าเอาเวลานี้โทรถาม ตามโทรศัพท์ ตามรถ เสียเวลา ไม่ต้องติดตามหากตนเองทำอะไร ตนเองประกาศอยู่แล้ว อย่าทำแบบนี้ เอาเวลาไปบริการประชาชนดีกว่าทำแบบนี้

นายชัยชนะ ยืนยันว่าตนเองไม่ได้อยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวครั้งนี้ หากตนเองจะร่วมกับกำนันมะโน ก็ร่วมในฐานะประชาชนที่เดือดร้อนเช่นเดียวกัน ม็อบนี้เกิดขึ้นจากการรวมตัวของประชาชนเอง ไม่ได้มีการเมืองอยู่ข้างหลัง อย่าคิดว่าทุกอย่างคือการเมือง และอย่าทำแบบนี้ มันเป็นวิธีการเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ล้าหลังไม่ทันสมัย ยุคนี้มันยุค 5G แล้ว ท่านก็บอกเองดาต้าเซ็นเตอร์ วันนี้ไม่ต้องแอบอยู่ข้างหลัง จะเชียร์ใครก็มาเชียร์ข้างหน้า ตนเองพร้อมยืนเคียงข้างประชาชน และยังขอเชิญชวนว่าวันนี้ สส. ภาคใต้ซีกรัฐบาล ตนเองในฐานะ สส. ซีกฝ่ายค้านยืนยันที่จะเคียงข้างประชาชน อยากจะถาม สส. จากพรรคร่วมรัฐบาลว่าคิดอย่างไร เมื่อประชาชนออกมาเรียกร้องแบบนี้ ไม่เห็นท่านออกมาพูด หรือเป็นกำลังใจให้ประชาชนเลย และตนเองจะเป็นกำลังใจให้ประชาชนตลอดเวลา

ส่วนจะเดินทางไปให้กำลังใจหรือไม่ หากมาถึงทำเนียบรัฐบาล นายชัยชนะ กล่าวว่า ก็ขอให้เราติดตามดู แต่ขอประกาศว่าตนเองเป็นกำลังใจให้มวลชนทุกคนที่เดินทางมาจากภาคใต้ และพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ที่มาเรียกร้องตามสิทธิ แต่ยืนยันว่าการเคลื่อนของมวลชนครั้งนี้ไม่มีการเมืองอยู่ข้างหลัง ดังนั้นหน่วยงานข่าวกรองของกรม ๆ หนึ่งที่อยู่ที่คลองหลอด ไม่ต้องโทรไปถามเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ไม่ต้องส่งคนไปถามผู้นำท้องถิ่น วันนี้บ้านเมืองวิกฤตประชาชนรับไม่ไหวแล้ว อย่างคำที่นายกรัฐมนตรีบอกรวยไม่ไหวแล้ว แต่ประชาชนบอกจนไม่ไหวแล้ว เลยต้องออกมา วันนี้ทุกอย่างขึ้นราคามา 50% รัฐบาลจึงควรเอาเวลาไปทบทวนว่าจะแก้ไขปัญหาวิกฤตนี้อย่างไร ราคาน้ำมันลดภาษีได้หรือไม่ ราคาสินค้าที่แพงขึ้นกระทรวงพาณิชย์ใช้กลไกที่มีกรมการค้าภายในเข้าไปจัดการราคาสินค้าอุปโภคบริโภคลดลงหรือไม่ เพื่อให้ประชาชนได้มีความสุข

เมื่อถามว่าวิธีนี้สะท้อนรัฐบาลกลัวม็อบ หรือฝ่ายค้านว่าจะลุกฮือมาเคลื่อนไหวหรือไม่ นายชัยชนะ กล่าวว่า มองว่ากลัวเงาตัวเองมากกว่า ส่วนทำไมถึงพุ่งเป้ามาที่ตนเองนั้น ก็ต้องไปถามเขาดู

เมื่อถามว่าเป็นสัญญาณคุกคามหรือไม่ นายชัยชนะ กล่าวว่า ตนเองไม่คิดว่าเป็นสัญญาณ แต่ยืนยันว่ามันคือการริดรอนสิทธิเสรีภาพ หากวันหนึ่งตนเองจะออกไปต่อสู้ก็ยืนยันว่าเคียงข้าง ถ้าออกไปต่อสู้ก็ไปในนามประชาชน ส่วนใหญ่ในสภาก็ทำหน้าที่ สส. ดังนั้นจะใช้วิธีการใด ๆ กับตนเองก็พร้อม แต่แม้ว่าการต่อสู้ของตนเองต้องเจ็บปวดบ้าง โดนอะไรบ้าง ก็ยอมรับ ถ้าต่อสู้เพื่อประชาชนที่เป็นเจ้านาย เราก็ยอม

ส่วนม็อบครั้งนี้จะสั่นคลอนรัฐบาลมากน้อยแค่ไหน นายชัยชนะ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่มหัศจรรย์เพราะเป็นการรวมตัวมาจากแกนนำธรรมชาติรวมตัวและเคลื่อนไหวกัน ส่วนจะสั่นคลอนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี หากทำได้ตามข้อเสนอ ลดราคาน้ำมัน 10 บาท เขาก็กลับ และหากตนเองเป็นรัฐบาลจะแนะนำว่าให้เจรจาหารือตามข้อเสนอทำได้หรือไม่ ย้ำว่าอย่าคิดใช้อำนาจรัฐสกัดม็อบให้มาไม่ถึง กทม. เพราะเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวที่จะทำให้มีปัญหา อำนาจที่มีอยู่ไว้บริการประชาชนและบังคับใช้กับคนที่ทำผิดกฎหมาย อย่าใช้กับประชาชนผู้เป็นเจ้าของประชาธิปไตย

นายชัยชนะ ย้ำว่าตนเองเป็นฝ่ายค้าน หากมีข้อมูลการบริหารราชการของรัฐบาลนี้ว่ามีความผิดพลาดก็ต้องนำเสนอให้ประชาชนรับทราบในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ระหว่างวันนี้จนถึง 7 ธันวาคม ยังเหลืออีกประมาณหนึ่งเดือน อาจจะเจอพายุ คลื่นลมฝนบ้าง ตนเองรับได้ อย่างหัวหน้าพรรคเองก็เจอแล้วแฮกโทรศัพท์ไป ถ้าเจอพายุบ้างไม่เป็นไร แต่ขออย่างเดียวอย่าเดินตามหลังคนคิดไม่ดีกับบ้านเมือง

นายชัยชนะ ยังฝากข้อความไปถึงนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ว่า ขอฝากข้อความนี้ถึงนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ต้นปีให้สัญญากับพี่น้องชาวใต้ไว้ว่าจะคืนความยิ่งใหญ่ให้กับพี่น้องชาวใต้ และท่านก็มากล่าวหาว่าภาคใต้ไม่ได้รับการพัฒนามา 30 ปี จะบอกว่าถนนเพชรเกษม 41 ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างสมัยนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี สถานศึกษามหาวิทยาลัยก็ได้ก่อสร้างในช่วงนั้น ในขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นรัฐมนตรีก็สร้างศูนย์การแพทย์ และนายพิพัฒน์ลืมไปว่าพรรคภูมิใจไทยได้บริหารกระทรวงคมนาคมปี 2552 เป็นต้นมา เว้นอยู่ 2568 จำนวน 6 เดือน หลังจากนั้นก็เป็นพรรคภูมิใจไทยอีก คำถามที่อยากถามคือที่จะทวงความยิ่งใหญ่ให้กับภาคใต้ ท่านทำอะไรบ้างแล้วหรือยัง แผนดำเนินงานชัดเจนอะไรบ้าง

นายชัยชนะ กล่าวอีกว่า สิ่งที่บอกว่าพรรคภูมิใจไทยได้บริหารมาเว้นแค่ช่วงปฏิวัติ ท่านได้ทำอะไรให้พี่น้องชาวใต้พอใจบ้างแล้วหรือยัง วันนี้เอาความจริงมาพูดกับประชาชน นายพิพัฒน์ในฐานะที่เป็นน้าหลวงของตนเองนั้น อยากบอกว่าน้าหลวงทำงานบ้าง วันที่น้ำมันขึ้นบอกว่าแก้ได้ แต่ทำไมวันนี้ยังแก้ไม่ได้ วันนี้รถไฟทางคู่น้าหลวงแผนการทำเมื่อไหร่ หรือเป็นแผนงานเฉย ๆ วันนี้น้าหลวงจะทำเมื่อไหร่ เอาให้ชัด ปีไหน อย่าพูดเป็นวาทกรรมเพื่อหวังผลคะแนน วันนี้ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง ได้ภาคใต้มาเยอะ แต่ขอเถอะว่าน้าหลวงอย่าหลอกคนใต้ พร้อมกับยกมือไหว้ด้วย

Related Posts

Send this to a friend