POLITICS

‘ณัฐพงษ์’ เร่ง ‘ภูมิธรรม’ แจง กรณีกระบวนการยุบสภา – ไม่เห็นด้วยนิติสงคราม

วันนี้ (4 ก.ย. 68) ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน แถลงขอความชัดเจนจาก นายภูมิธรรม เวชยชัย ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี กรณีทูลเกล้าฯ ยุบสภาฯ ว่าประธานสภาผู้แทนราษฎร บรรจุวาระการโหวตนายกรัฐมนตรีเข้ามาแล้ว และพรรคเพื่อไทยก็มีมติเสนอแคนดิเดตชิงตำแหน่งนายกฯ แต่กลับมีกระแสว่ารัฐบาลได้เสนอความเห็นเพิ่มเติมไปยังสำนักองคมนตรี เพื่อยืนยันการทูลเกล้าฯ ยุบสภาฯ

พรรคประชาชนมีจุดยืนแน่วแน่ว่าฝ่ายบริหารมีอำนาจเต็มในการยุบสภาฯ จึงขอความชัดเจนจากนายภูมิธรรมว่า กระบวนการยุบสภาฯ ได้สิ้นสุดลงแล้วหรือไม่ หากยังดำเนินอยู่ ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านเห็นว่าประธานสภาฯ ควรทบทวนการบรรจุญัตติการโหวตนายกฯ จนกว่าจะมีความชัดเจนเรื่องยุบสภาฯ แต่หากกระบวนการสิ้นสุดแล้ว สภาฯ จะดำเนินการเลือกนายกฯ ต่อไป

พรรคเพื่อไทยมีความย้อนแย้งในตัวเอง ด้านหนึ่งมีข่าวออกมาว่าเตรียมเสนอแคนดิเดตนายกฯ แต่กลับมีกระแสข่าวว่ายังดำเนินการในการยุบสภาฯ อยู่ ผมจึงต้องเรียกร้องขอความชัดเจนจากคุณภูมิธรรมว่า ตกลงได้ยุติเรื่องการยุบสภาฯ แล้วหรือไม่ อย่างไร” นายณัฐพงษ์ กล่าว

นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า ตนเองและพรรคประชาชนไม่เห็นด้วยกับกรณีที่มีพรรคการเมืองแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และการฟ้อง ม.157 ต่อนายภูมิธรรม กรณีการทูลเกล้าฯ ยุบสภาฯ และได้เรียกร้องให้ถอนคำกล่าวโทษ เพื่อให้ทุกฝ่ายเดินหน้าหาทางออกให้ประเทศ โดยไม่มีการใช้กฎหมายทำลายล้างกันทางการเมือง หรือทำนิติสงคราม

สำหรับมติพรรคประชาชนในการสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ย้ำว่ามติของพรรคผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้าน ไตร่ตรองมาอย่างดี

นายณัฐพงษ์ ยืนยันว่า ไม่เห็นด้วยกับกระบวนการนิติสงครามใช้อำนาจที่ตัวเองจะได้รับเล่นงานคู่ขัดแย้งหรือฝ่ายตรงข้าม หากเกิดกรณีเช่นนี้ ไม่ว่าใครก็ตามที่พรรคประชาชนยืนยันในมติไปแล้วว่าจะเลือกสนับสนุน ในฐานะหัวหน้าพรรคฯ ขอส่งสัญญาณว่าเราไม่เห็นด้วยกับการฟ้องร้องดำเนินคดีกับนายภูมิธรรม รวมถึงบางอย่างที่ไม่ได้อยู่ในข้อตกลง การดำเนินการต่อจากนี้จะใช้เสียงในสภาฯ ที่เรามีกำกับทิศทางของประเทศตามทางที่เห็นว่าถูกและควร

นายณัฐพงษ์ ย้ำว่า การเซ็น MOA เราไม่ได้ร่วมรัฐบาล จึงไม่มีอำนาจใด ๆ ไปสั่งห้ามไม่ให้ทำอะไรเป็นการล่วงหน้า ฉะนั้น การจัดตั้งรัฐบาล และการดำเนินการต่าง ๆ เป็นสิทธิ์ที่เขาจะทำ แต่เมื่อไหร่ที่เห็นว่ารัฐบาลทำไม่ถูกต้อง หรือไม่เป็นไปตามหลักการ ก็พร้อมใช้เสียงในสภาฯ ที่เรามี เชื่อว่าการแถลงข่าวต่อสาธารณชน พรรคภูมิใจไทย และฝ่ายอื่น ๆ ที่รวมเสียงอยู่กับพรรคภูมิใจไทย ได้เห็นสัญญาณที่ตนเองส่งออกไปแล้ว

ส่วนที่มีผู้สนับสนุนพรรครู้สึกไม่พอใจกับการตัดสินใจครั้งนี้ ต้องยอมรับตามข้อเท็จจริงจากการประเมินกระแสต่าง ๆ ที่ได้ยินมา ซึ่งพวกเราเข้าใจดี เชื่อว่าผู้บริหารพรรคฯ รับฟังเสียงรอบด้านแล้วก่อนจะออกมาเป็นมติ และได้ฟังเสียงทุกองคาพยพของพรรคฯ อย่างรอบด้านแล้ว และเห็นไปในทิศทางเดียวกัน ดังนั้น การดำเนินงานต่อจากนี้ที่จะทำให้คะแนนความนิยมของพรรคเพิ่มขึ้น หรือทำให้ผู้สนับสนุนพรรคฯ เข้าใจว่า สิ่งที่เราจำเป็นต้องดำเนินการเป็นไปเพื่ออะไร เชื่อว่า หาก 4 เดือนต่อจากนี้ พรรคประชาชนกำกับทิศทางตามข้อตกลงได้ ก็เชื่อว่าทุกคนจะเข้าใจดี

นายณัฐพงษ์ กล่าวถึงข้อกังวลที่จะอาจมีการแทรกแซงของอำนาจนอกระบบว่า เราได้ประเมินอย่างรอบด้านแล้ว คงไม่ได้กลัวอะไร พร้อมใช้เสียง สส.ที่มี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น เรามีการประเมินฉากทัศน์มารอบด้านแล้ว เพราะข้อเสนอนี้เป็นสิ่งที่เสนอไว้ตั้งแต่ 2 เดือนที่แล้ว เราประเมินทุกสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด จึงคิดว่าทางเลือกนี้เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดต่อประเทศ ไม่ใช่ต่อพรรคประชาชน

ส่วนการเลือกตั้งรอบหน้า พรรคประชาชนยังไม่ได้คิดไปถึงว่าจะจับกับใคร สิ่งสำคัญตอนนี้คือการเดินหน้าเพื่อนำไปสู่การยุบสภาฯ พร้อมกับการเปิดประตูสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หากมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น สิ่งสำคัญคือการเสนอนโยบาย รณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง เพื่อให้ได้มาซึ่งเก้าอี้ สส. ในสภาฯ มากที่สุด จากนั้นจึงจะบอกได้ว่าหน้าตารัฐบาลใหม่เป็นอย่างไร เราพร้อมลงสนามเลือกตั้ง และเป้าหมายคือการได้เสียงข้างมากในสภาฯ

อย่างไรก็ตาม เราต้องรับฟังเสียงสะท้อน และพร้อมทำความเข้าใจอย่างรอบด้าน เราจะใช้อำนาจที่มีที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในการกำกับทิศทางประเทศให้เดินไปสู่ทางออก ประชาชนอาจเริ่มผิดหวัง หรือเริ่มขาดความศรัทธาต่อนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง และการเมืองในระบบรัฐสภา เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องยืนยันว่า เราต้องใช้อำนาจในระบบตามกระบวนการระบอบประชาธิปไตย

ทั้งนี้ หากพรรคภูมิใจไทยผิดข้อตกลงแม้แต่ข้อเดียว รวมถึงมีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เพื่อล้างคดีให้กับกลุ่มผลประโยชน์ของตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่เรายอมรับไม่ได้ ก็พร้อมที่จะยื่นอภิปราย ม.151 ทันที ย้ำว่าเราเป็นฝ่ายค้านมาโดยตลอด ไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวว่าจะต้องร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาลกับใคร ส่วนจะทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทยในการเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้านได้หรือไม่ ก็อยากให้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ย้ำว่าตามข้อตกลง พรรคภูมิใจไทยต้องคงสถานะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย

Related Posts

Send this to a friend