นายกฯ เยือนสำนักเลขาธิการอาเซียน ย้ำบทบาทไทย ในฐานะสมาชิกผู้ก่อตั้ง
นายกฯ เยือนสำนักเลขาธิการอาเซียน ย้ำบทบาทไทย ในฐานะสมาชิกผู้ก่อตั้ง พร้อมสนับสนุนการเสริมสร้างศักยภาพอาเซียน
วันนี้ (4 ส.ค. 69) เวลา 11.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นกรุงจาการ์ตา ซึ่งตรงกับเวลาในประเทศไทย) ณ สำนักเลขาธิการอาเซียน (ASEC) กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้หารือกับ ดร. เกา กิม ฮวน เลขาธิการอาเซียน ในระหว่างการเยือนอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ
เมื่อเดินทางถึง นายกรัฐมนตรีได้ปลูกต้นไม้บริเวณสวนของสำนักเลขาธิการอาเซียนเพื่อเป็นที่ระลึกในการเยือน พร้อมลงนามในสมุดเยี่ยม และถ่ายภาพร่วมกับเลขาธิการอาเซียน ก่อนการหารือ
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไทยมีความมุ่งมั่นในการสร้างอาเซียนที่เป็นหนึ่งเดียว และมีบทบาทที่โดดเด่นในเวทีโลก อีกทั้งพร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของสำนักเลขาธิการอาเซียนในทุกด้าน เพื่อประชาคมอาเซียนที่แข็งแกร่ง ทั้งนี้ ตนเองตั้งใจจะเข้าร่วมการประชฺมอาเซียน ที่ กรุงมะนิลา ในปลายปีนี้ด้วย
นายกรัฐมนตรี ยังย้ำถึงแนวทางของไทยในการสนับสนุนอาเซียนที่เป็นหนึ่งเดียว โดยปลายสัปดาห์นี้ ไทยจะให้การต้อนรับประธานาธิบดีเมียนมา ณ ทำเนียบรัฐบาล ด้วย
โอกาสนี้ เลขาธิการอาเซียน ชื่นชมความสำเร็จการเดินทางเยือนอินโดนิเซียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีและคณะ รวมทั้งแวะเยี่ยมและแสดงวิสัยทัศน์ ณ สำนักงานอาเซียน เป็นการตอกย้ำบทบาทไทยต่ออาเซียน และยืนยันพร้อม สนับสนุนการเป็นประธานอาเซียนของไทยในปี 2028
เลขาธิการอาเซียน กล่าวด้วยว่า อาเซียนอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลง ซึ่งต้องอาศัยเจตนารมณ์ทางการเมืองที่แรงกล้าของผู้นำ เช่น ผู้นำไทย เพี่อส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพของอาเซียน และเพื่ออาเซียนที่เข้มแข็ง stronger ASEAN
ในระหว่างการสนทนา นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวถึงการแก้ไขสถานการณ์ไทย – กัมพูชา ไทยยึดมั่นการใช้กลไกตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล “UNCLOS” ทั้งสองประเทศเป็นสมาชิก UNCLOS จึงสามารถใช้เป็นแนวทางเจรจาระหว่างกันได้ แต่น่าเสียใจอย่างยิ่งที่กัมพูชาตัดสินใจเลือกกระบวนการประนอมภาคบังคับ (Compulsory Conciliation) แทน โดยผลลัพธ์ไม่มีผูกพันธ์กับประเทศขอปรึกษา ซึ่งเลขาธิการอาเซียนเข้าใจถึงสถานการณ์ ยืนยันอาเซียนควรร่วมเป็นหนึ่งเดียว และหวังทุกอย่างจะมีโอกาสพัฒนาได้ดีขึ้น เพราะ ไทย- กัมพูชา เป็นเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดต่อกัน













