‘อนุทิน’ ปิดเวทีศรีสะเกษ ลั่นไม่เปิดด่าน-สร้างรั้วกั้น เลิก MOU 44 แน่
วันที่ (4 ก.พ. 69) เวลา 17:10 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ปิดท้ายจังหวัดศรีสะเกษ ที่อำเภอกันทรลักษ์ เพื่อช่วยหาเสียงให้ นายชิตพล ไตรสรณกุล ผู้สมัคร สส.เขต 4 โดยมีประชาชนมาร่วมรับฟังอย่างเนืองแน่น นายอนุทินเริ่มต้นด้วยการย้อนรำลึกถึงเหตุการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนที่ทำให้ประชาชนต้องอพยพ แต่ด้วยความร่วมมือของประชาชนและความเข้มแข็งของรัฐบาลและกองทัพ ทำให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติและได้รับชัยชนะอย่างรวดเร็ว พร้อมประกาศจุดยืนชัดเจนว่าจะ “ไม่เปิดด่าน” และจะดำเนินการ “สร้างรั้วกำแพง” รวมถึง “ยกเลิก MOU 44” เพื่อจัดการปัญหาเขตแดนให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด เพื่อปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชน
นายอนุทิน ย้ำถึงความสัมพันธ์ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับกองทัพว่า เป็นพวกเดียวกันและอยู่ฝั่งเดียวกัน โดยเชื่อมั่นในศักยภาพของทหารไทยว่า “รบกับใครก็ชนะ” และเป็นกำลังสำคัญในการปกป้องแผ่นดิน พร้อมเปรียบเทียบกับพรรคการเมืองอื่นที่มักตั้งคำถามว่ามีทหารไว้ทำไม หรือมองว่ารบไปก็แพ้ ซึ่งตนมองว่าหากภูมิใจไทยเป็นรัฐบาลจะทำงานร่วมกับทหารเพื่อนำชัยชนะและความปลอดภัยมาสู่ประเทศ นอกจากนี้ยังกล่าวถึงกระแสข่าวที่ฝ่ายกัมพูชาไม่อยากให้ตนกลับมาเป็นรัฐบาลเพราะกลัวจะเกิดเหตุการณ์รอบที่ 3 ว่า “ถ้าอนุทินกลับมาอย่างไรก็ชนะ เราได้นำดินแดนของเราที่เสียไปกลับคืนให้กับประชาชนแล้ว… อย่าได้เข้ามามายุ่งอีก”
ในด้านเศรษฐกิจ นายอนุทิน ชี้ให้เห็นผลดีของการปิดด่านว่าช่วยสกัดกั้นสินค้าเกษตรเถื่อน ทำให้ราคาข้าวหอมมะลิพุ่งสูงจากตันละ 12,000 บาท เป็น 18,000 บาท และยืนยันจะเดินหน้านโยบาย “คนละครึ่งพลัส” ทันทีที่เป็นรัฐบาล เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยและลดภาระค่าครองชีพ
ช่วงท้าย นายอนุทิน อ้อนวอนชาวกันทรลักษ์ให้เลือก นายชิตพล ไตรสรณกุล เบอร์ 4 แบบถล่มทลาย พร้อมบนบานแบบติดตลกว่า “ถ้าชิตพลได้เข้ามาเป็น สส. จะให้ไปตัดผมรองทรง” เพราะปัจจุบันไว้ทรงผมเหมือนจิ๊กโก๋ปากซอย และฝากเลือกพรรคภูมิใจไทย เบอร์ 37 เพื่อให้ตนได้เข้าไปทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี สานต่องานทันทีโดยไม่ต้องเริ่มทดลองงานใหม่ ก่อนจะรีบเดินทางต่อไปยังอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อเปิดเวทีปราศรัยต่อทันที












