‘วราวุธ’ เผย ผลส่งชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจตะลุยตรวจโรงงานกำจัดกากอุตสาหกรรม
‘วราวุธ’ เผย ผลส่งชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจตะลุยตรวจโรงงานกำจัดกากอุตสาหกรรม พบวันแรกปูพรมไป 80 รง.สั่งหยุดชั่วคราว 1 แห่ง ปรับปรุง 63 แห่ง ลั่นลุยต่อเนื่อง ย้ำยึดกรอบกฎหมาย
วันนี้ (3 พ.ย. 69) เวลา 08.40 น.ที่มณฑาทิพย์ ฮอลล์ จ.อุดรธานี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่าได้รับรายงานจาก นายภาสกร ชัยรัตน์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมและนายเดชา จาตุธนานันท์ หัวหน้าชุดปฏิบัติการตรวจสอบ กำกับและบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดระบุว่าตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเปิดปฏิบัติการตรวจ กำกับและบังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาดสำหรับการประกอบกิจการโรงงานลำดับที่ 105 และ 106 เพื่อให้การดำเนินกิจการดังกล่าวอยู่ภายใต้กฎหมายและมาตรฐานที่กำหนดโดยเร่งตรวจสอบโรงงานเป้าหมาย 3,049 แห่ง
นายวราวุธในวันแรกของปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการลงพื้นที่ในพื้นที่กลุ่ม A ใน 5 จังหวัดคือฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง ปราจีนบุรีและสมุทรปราการ แบ่งทีมเป็นจังหวัดละ 10 ทีม รวมทั้งหมด 50 ทีมโดยมอบหมายให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นผู้นำคณะแต่ละชุดพร้อมได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิกรมโรงงานอุตสาหกรรม กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทยโดยเฉพาะหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น
ในส่วนผลการลงตรวจพบว่ามีการลงตรวจสอบทั้งหมดจำนวน 80 โรงงาน แบ่งเป็นโรงงานลำดับที่ 105 จำนวน 26 โรงงาน โรงงานลำดับที่ 106 จำนวน 52 โรงงาน และโรงงานลำดับอื่น ๆ อีกจำนวน 2 โรงงานได้แก่โรงงานอัดเศษโลหะ โรงงานหลอมผลิตภัณฑ์จากพลาสติกและมีเหตุให้เข้าข่ายออกคำสั่งตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติมให้หยุดประกอบกิจการชั่วคราวและปรับปรุงแก้ไขโรงงานตามมาตรา 39 วรรคหนึ่งจำนวน 1 โรงงานและให้ปรับปรุงแก้ไขโรงงานตามมาตรา 37 วรรคหนึ่งจำนวน 63 โรงงาน
นอกจากนี้ทีมปฏิบัติการเฉพาะกิจจากส่วนกลางได้ร่วมกันตรวจสอบข้อมูลโรงงานที่อยู่ระหว่างเสนอคำสั่งให้ปิดโรงงานซึ่งจะมีผลเป็นการเพิกถอนใบอนุญาตจำนวน 3 โรงงานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ชลบุรี ฉะเชิงเทราและคาดว่าจะดำเนินการได้ภายในเร็ว ๆ นี้
นายวราวุธกล่าวอีกว่าครั้งนี้เป็นการระดมพลตรวจครั้งแรกของชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจส่งผลให้ตรวจสอบโรงงานได้อย่างเข้มข้นโดยได้กำชับให้ชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจทุกคนทำงานด้วยความมุ่งมั่น กล้าตัดสินใจภายใต้กรอบกฎหมายยึดประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้งคำนึงถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ทั้งนี้ชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจจะลงพื้นที่ต่อเนื่องไปตลอดระยะเวลาที่กำหนดจนกว่าจะครบเป้าหมายพร้อมย้ำให้มีการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด














