POLITICS

‘เรืองไกร’ รับเปลี่ยนข้างเป็น กมธ.งบฯ สัดส่วน พปชร. ยัน ไม่ได้ร่วมงานกับ ‘เพื่อไทย’ แล้ว รู้สึกเหมือนถูกทรยศ

วันนี้ (3 มิ.ย.64) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว.เปิดเผยกับ The Reporters กรณีมีชื่อเป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ในสัดส่วนพรรคพลังประชารัฐ โดยยอมรับว่า นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ติดต่อพูดคุยมาก่อนหน้านี้ และคุ้นเคยกันตั้งแต่ทำหน้าที่กรรมาธิการงบประมาณปี 2563 และส่วนตัวไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทยมาตั้งแต่ปีที่แล้ว หลังจากชื่อหลุดออกจากกรรมาธิการงบประมาณในสัดส่วนพรรคเพื่อไทย ที่พบว่ามีการสลับชื่อนายเรืองไกรออกไป เหมือนเป็นการผิดคำพูด ที่ลูกสาวตนเองบอกว่า “เหมือนเขาทรยศพ่อ”  ซึ่งฟังแล้วก็สะอึก 

และหลังจากนั้น ทางพรรคเพื่อไทย ก็ไม่ได้ติดต่อ อาจเพราะไม่คิดว่าอยากทำงานกับเราแล้วก็ได้ และส่วนตัวไม่เคยไปขอว่าอยากจะทำอะไร ที่ผ่านมา ทั้งฝ่ายค้าน ทั้งพรรคเล็กก็โทรมาชวนไปทำงาน สิ่งไหนที่ทำตามความสามารถก็ทำได้ เช่นพรรคเสรีรวมไทย ได้มาเชิญไปเป็นกรรมาธิการกฎหมายประมวลภาษีรัษฎากร ก็ไปทำให้

“เราเหมือนมือโปร โปรทำงาน  ถ้าเป็นเรื่องส่วนรวมก็ทำให้ ไม่ได้ไปเจรจา หรือไปเอื้อประโยชน์ ให้ใครจึงทำงานได้ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหน ก็เคยถูกกล่าวหามาหมดแล้ว ทั้งเสื้อเหลือ เสื้อแดง และมาตอนนี้หากการทำงานกับพรรคพลังประชารัฐ จะถูกกล่าวหา ว่าเปลี่ยนข้าง ก็คงไม่ปฏิเสธ เพราะไม่ใช่เรื่องเสียหายเปลี่ยนข้าง แต่ได้ทำงานเพื่อส่วนรวม ก็โอเค ไม่ได้ไปพะเน้าพะนอ ไปปกป้องใคร”

นายเรืองไกร ยืนยันว่า ไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ กับพรรคเพื่อไทยแล้ว นับจากนี้ก็ร่วมทำงานกับพรรคพลังประชารัฐในส่วนของกรรมาธิการ ซึ่งส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องดี เพราะจะได้ทำงานได้แท้จริง การอยู่กับรัฐบาลที่มีเสียงข้างมาก ก็จะผลักดันการเปลี่ยนแปลงได้ อย่างตอนนี้ต้องยอมรับว่า การเป็นเสียงข้างน้อยผลักดันอะไรยากจริงๆ ส่วนตัวจึงมองที่ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับมากกว่า และได้ทำงานตรงความสามารถ อยู่ตรงไหนก็ทำงานเท่านั้น

Related Posts