POLITICS

‘อนุทิน’ เคลียร์ปมดราม่า ไม่เคยขวางเอกชนนำเข้าวัคซีนโควิด-19 แถมยังหนุนเต็มที่

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกล่าวถึงประเด็นดราม่าในโลกโซเชียล ซึ่งระบุว่านายอนุทิน มีส่วนขัดขวางไม่ให้เอกชนนำเข้าวัคซีน โควิด -19 โดยระบุว่า

จากที่มีข่าวว่าตนเข้าพบนายกและแสดงความเห็นในเชิงไม่สนับสนุนให้ภาคเอกชน จัดหาวัดซีน เพราะถ้าเอกชนทำสำเร็จจะทำให้รัฐบาลสูญเสียคะแนนนิยม ซึ่งนายกฯ เชื่อตน จนกลายมาเป็นที่วิพากษ์ วิจารณ์ในโลกโซเชียล

ขอย้ำว่าเรื่องนี้ “ไม่เป็นความจริง” ตนไม่เคยพูด หน้าที่ของตนคือจัดหาวัคซีนให้คนไทย รวมถึงผู้ที่ไม่ใช่คนไทย แต่ทำมาหากินภายในประเทศ

ส่วนเอกชนที่เข้ามาจัดหา ตนยินดีให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะเรื่องวัคซีน เหลือย่อมดีกว่าขาด

เคยอยู่ภาคเอกชนมาก่อน เข้าใจความรู้สึกของภาคเอกชน เข้าใจว่าเอกชนมีความคล่องตัวและต้องการเข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งแน่นอนว่าฝ่ายรัฐรับฟังทุกข้อเสนอของเอกชน เอกชนรายไหนหาวัคซีนมาลงทะเบียนได้ ทางหน่วยงานที่รับผิดชอบก็พร้อมตรวจสอบ ขึ้นทะเบียนให้ทันที

“ปัญหาทั้งหมดมันเกิดมาจากเอกสารฉบับหนึ่งซึ่งระบุว่ารัฐบาลปฏิเสธเอชน ที่ต้องการช่วยเหลือเรื่องการนำเข้าวัคซีน โดยเอกสารอ้างว่า เพราะรัฐบาลมีศักยภาพและความสามารถในการหาวัคซีนได้เพียงพอตามความเป้าแล้ว ซึ่งความเป็นจริง รัฐไม่เคยห้ามเอกชนเลย”

ย้อนกลับไปในวันที่ 28 เมษายน ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดคุยกับภาคเอกชน ทั้งหอการค้า การธนาคาร และอุตสาหกรรม ได้ข้อสรุปว่า เปิดทางให้ภาคเอกชนจัดหาวัคซีนได้อย่างเต็มที่ รัฐไม่ปิดกั้น

แต่หากทำตรงส่วนนั้นไม่ได้ หาเข้ามาไม่ได้ ซึ่งรัฐ เปิดทางให้เจรจาแล้ว ขอให้เอกชนสนับสนุนในเรื่องอื่นไม่ว่าจะเป็นการเปิดให้ใช้สถานที่รวมไปถึงการนำพนักงานมารับบริการวัคซีน

วันนั้น ทางนายกฯ หันมาถามตนว่า หากภาคเอกชนสามารถนำวัคซีนเข้ามาได้แล้ว ทางหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุขจะขึ้นทะเบียนได้หรือไม่ ก็ตอบไปว่าพร้อมอำนวยความสะดวกอย่างแน่นอน

เรื่องราวทั้งหมดมีเท่านี้ จากนั้น หลัง จากเอกสารฉบับแรกออกมาแล้วและมีการวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม จึงมีการออกเอกสารอีกฉบับหนึ่งมาชี้แจงข้อเท็จจริง แต่ก็ดูจะสายเกินไป เพราะว่าเอกสารฉบับแรกได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับสังคม เหมือนกับที่ตนจะต้องออกมาอธิบายชี้แจงข้อเท็จจริง ในวันนี้ กับข่าวที่บอกว่า ตน ปฏิเสธการให้ภาคเอกชนเข้ามาช่วยจัดหาวัคซีน ซึ่งไม่เป็นความจริง

นายอนุทินกล่าวด้วยว่า เหตุผลที่เอกชนยังไม่สามารถนำวัคซีนเข้ามาได้นั้น เนื่องจากว่าทางผู้ผลิตวัคซีน ยังระบุว่าการใช้วัคซีน เป็นไปภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินและ จะไม่รับผิดชอบหากเกิดผลกระทบใดๆ ตามมา ทางผู้ผลิตเห็นว่ามีแต่รัฐบาลเท่านั้นที่สามารถเข้าไปรับผิดชอบตรงส่วนนี้แทนเอกชนได้ นี่จึงเป็นเหตุผล ที่ผู้ผลิต กำหนดให้เพียงรัฐบาลของแต่ละประเทศได้สิทธิ์ในการจัดหาวัคซีน

สำหรับประเทศไทย กฎหมายของ สปสช. ระบุว่าหากใครก็ตามที่ได้รับการบริการด้านสาธารณสุขจากทางภาครัฐ แล้วเกิดความเสียหาย ทางภาครัฐจะเข้าไปเยียวยาตามกฎหมายกำหนด

ในส่วนของความคืบหน้าในการจัดหาวัคซีนล่าสุดนั้นทางแอสตร้าเซนเนกา ยืนยันว่าภายในเดือนมิถุนายน 2564 จะสามารถส่งมอบวัคซีนให้ไทยได้ ในขณะที่ทางบริษัทไฟเซอร์ได้ส่งตัวแทนระดับผู้บริหารเข้ามาพูดคุยกับทางการไทยแล้ว โดยข้อมูลล่าสุด ไฟเซอร์ระบุว่า วัคซีนสามารถจัดเก็บในอุณหภูมิที่สูงขึ้น และสามารถฉีดให้เด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปได้ ตอนนี้กำลังหารือ ในเรื่องของวันจัดส่ง ซึ่งทางไฟเซอร์ย้ำว่า จะหาทางทำให้ได้ตามที่ทางการไทยต้องการ การพูดคุยยังดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับผู้ผลิตรายอื่น ที่ไทยยังไม่ล้มเลิกความพยายาม

Related Posts