‘อนุทิน’ โชว์ปราศรัย เหน่อสุพรรณ อ้อนขอคะแนนชาวสุพรรณ ยก หลวงพ่อวัดป่าเลไลยก์ เป็นพยาน “วันนี้ หนูรักสุพรรณบุรีสุดใจขาดดิ้น”
พร้อมย้อนรำลึก คุณอา ‘บรรหาร’ ฝากไส้เดือนดูแลมังกร ประกาศลั่น 2 ศรีพี่น้องจับมือกันเดิน ตามคำสั่งพ่อ เชื่อได้ปาร์ตี้ลิสต์ ถึง 20 ที่นั่ง ปล่อยมุก “ถ้าเราหมา (มา) กันหมด อังเคิลไม่กล้าหมา (มา)”
วันนี้ (2 ก.พ. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ที่ลานเทศบาลท่าระหัด อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี เพื่อช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัคร สส.สุพรรณบุรีของพรรคภูมิใจไทย โดยเริ่มต้นการปราศรัย ว่า พวกเรามารวมตัวกัน เพื่อนำชัยชนะ ความเป็นปึกแผ่น ความร่ำรวย มาให้ชาวสุพรรณบุรี ตนได้ไปกราบอนุสาวรีย์ของคุณอา (บรรหาร ศิลปอาชา) มาเมื่อธันวาคมที่ผ่านมา 20 กว่าปีก่อน ท่านเรียกตนไปพบ 2 ต่อ 2 เหมือนกับมองการไกล ว่าวันหนึ่ง ไอ้หลานคนนี้ จะมีโอกาสได้ฝากเนื้อฝากตัวทำงานให้กับชาวสุพรรณบุรี สืบต่อเจตนารมณ์ของท่าน
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ตนตื่นเต้นโทรศัพท์แทบตก ท่านบอก “อนุทิน ดูแลไอ้ท็อปด้วย อาฝาก“ ตนจึงตอบกลับไปว่า มาฝากลูกมังกรไว้กับไส้เดือน ได้อย่างไร ซึ่งท่านก็ตอบว่า เอ็ง 2 คนน่าจะไปกันได้ เอาอย่างนี้รับปากอา อย่าทิ้งกัน เอ็งใหญ่เอาไอ้ท็อปไปดู ไอ้ท็อปใหญ่ อาจะสั่งให้มันเอาเอ็งไปดู นี่คือวิสัยทัศน์อันยาวไกลของท่านบรรหาร ผู้ซึ่งรักสุพรรณบุรียิ่งกว่ารักตัวเอง แล้วก็ถึงวันที่ ตนต้องตัดสินใจหาวิธีการที่จะชวน นายวราวุธ และทีมจากพรรคชาติไทยพัฒนามาร่วมกับพรรคภูมิใจไทย นายวราวุธ ใหญ่ไม่ใหญ่ไม่รู้ พ่อตนก็เคยอาศัยพรรคนี้อยู่ เนวิน ชิดชอบ ก็เคยอยู่ชาติไทยพัฒนา สมัยก่อนตนเรียนจบใหม่ ๆ อยากเดินตามนักการเมือง ก็ไปอยู่ซอยราชครู ที่ตั้งที่ทำการพรรคชาติไทย
“สุพรรณบุรีแข็งแรงเช่นเดิม บุรีรัมย์ก็แข็งแรง ทำไมไม่นำความแข็งแรงของทั้ง 2 จังหวัด มาทำให้ทั้งประเทศแข็งแรงเล่า วันที่ชักชวน นายวราวุธ ตนก็บอกเขาตรงๆ ว่าการเมืองจากนี้ไป พี่ต้องการน้อง น้องก็ต้องการพี่ เราสองศรีพี่น้องเดินไปด้วยกัน ตามคำสั่งของพ่อเรา มึงจะให้กูจุดธูปเอาท่านบรรหาร มาเข้าทรงกูเหรอ มึงจะเอาขนาดนั้นเหรอ กูต้องเขียนตาราง ก ถึง ฮ ว่าอาครับ ขอเอา ลูกชายมาอยู่ด้วยกันหรือไม่ เอาแก้วมาวาง จะได้เดินไป ที่ สระไอไม้มลาย ดอเด็ก ไม่โท อาเขาไปอยู่สวรรค์แล้ว จะให้กูเรียกมาอยู่ในถ้วยนี้เหรอ จนท็อปยอมบอกไม่ต้องเรียก ไปแล้ว ไปแล้ว เดี๋ยวพ่อมา เผ่นกันหมดไม่ได้คุยธุระกันพอดี” นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน ยังเล่าติดตลกว่า เราพูดเล่นๆ รวมกันอยู่ภูมิใจไทยชาติไทยจะพัฒนา แปลว่า ทุกคนชนะหมด ภูมิใจไทยยุคนี้ใช้คำว่าพลัส เพราะฉะนั้นสุพรรณบุรี เมื่อมีภูมิใจไทย รวมกับชาติไทยพัฒนา จะเป็นสุพรรณบุรีพัฒนาชาติไทย พัฒนาพลัสพลัสพลัส ซึ่งตนฟังเพลงศิลปินของสุพรรณบุรีตั้งแต่เด็ก ความเป็นสุพรรณบุรี รู้สึกผูกพันมาตั้งแต่เล็ก ชอบเสียงเหน่อเหน่อ
จากนั้น นายอนุทิน ปราศรัยด้วยเสียงเหน่อว่า “เคยดูหรือไม่ ละครเรื่องผู้กองยอดรัก พลทหารนั้นอยู่สุพรรณ พลทหารหนู อยู่บุรีรัมย์ครับ หลวงพ่อวัดป่าเลไลยก์ เป็นพยาน วันนี้หนูรักสุพรรณบุรีสุดใจขาดดิ้น ที่คอยังห้อยพระผงสุพรรณ โดยจังหวะนั้นนายอนุทินได้ชูพระผงที่คอออกมาจากเสื้อ พร้อมระบุห้อยได้แต่พระผง ขุนแผนห้อยไม่ได้ หูมันจะไม่เท่ากัน สาวใต้เขาจะดึงหูขาด ที่กล้ามาพูดบ้าๆ บอๆ แบบนี้ เพราะคิดอย่างอื่นไม่ออกแล้ว ร้องเพลงเมืองสุพรรณดีกว่า หนุ่มบุรีรัมย์ฝันหวาน สงสารหนูบ้างเถอะแม่ยอดหญิง พี่ชายจริงใจฝักใฝ่รักจริง จะขอแอบอิงพรรคภูมิใจไทย เบอร์ 37 ให้คนสุพรรณ” นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ขอให้ดูว่าสุพรรณบุรีมีอิทธิพลมากแค่ไหนกับตน พร้อมชูกระดาษนโยบายจากกระเป๋าเสื้อขึ้นมาฉีกทิ้ง ก่อนบอกว่าตอนนี้จำนโยบายพรรคไม่ได้แล้ว เลิกพูดถึงนโยบาย แล้ววันที่ 8 กุมภาฯ กาภูมิใจไทยยกพรรคเลยดีกว่า
จากนั้น นายอนุทิน ได้แนะนำผู้สมัครทั้ง 5 เขต บอกเป็นลูกหลานมังกรทุกคน และพญามังกร ประภัตร โพสุธร ก็ยังอยู่ ดุดันพ่นไฟ วันนี้พามาเจอคนสุพรรณหางกระดิก “ดิ๊กๆๆ ”
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า โดยทั้งหมดที่อยู่บนเวทีคือคนที่พวกเราตัดสินใจกันแล้วว่า จะมาทำหน้าที่ผู้แทนให้กับพ่อแม่พี่น้องชาวสุพรรณ และนี่คือเหตุผลที่ นายวราวุธ ศิลปอาชา ต้องได้ลำดับที่ 3 ในปาร์ตี้ลิสต์ ซึ่งหากวันนั้นนายวราวุธขอเอาเบอร์ 1 ตนก็ยอมให้ไม่มีปัญหาอะไรเพราะเชื่อว่าลำดับที่ 1 ถึงลำดับที่ 20 ได้อยู่แล้ว และ 4 เดือนในการเป็นรัฐบาลยังทำได้ขนาดนี้ถ้าพี่น้องสุพรรณให้โอกาสอีก 4 ปีจะทำได้ขนาดไหน
นายอนุทิน ยังกล่าวถึงพี่น้องชาติพันธุ์ ว่า หากไม่พูดถึงวันนี้คะแนนหายไป 100,000 คะแนน เพราะพี่น้องคือชาติพันธุ์เป็นคนไทยด้วยกัน สิทธิประโยชน์ต่างๆมีเหมือนกัน และพ่อแม่พี่น้องยังดำรงวัฒนธรรมอันงดงาม ทำให้เมืองสุพรรณเป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมประเพณีอันงดงาม
นอกจากนี้ นายอนุทินยังกล่าวถึงการลงพื้นที่สองพี่น้อง ว่า ตนได้ไปดูประตูน้ำ ที่กลายเป็นประตูดักผักตบชวา ซึ่งเป็นปัญหาที่กวนใจพี่น้องสุพรรณบุรี กระทบไปทั้งระบบเกษตรกรรม ตนจึงได้ถามนายวรวุธ ว่าเป็นรัฐมนตรีมา 2-3 สมัยไม่เคยของบประมาณมาจัดการหรือ จึงได้คำตอบว่าเคยขอไปแล้วแต่เขาไม่ให้เพราะอยู่คนละพรรคกัน พร้อมยืนยันว่าสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เล็กที่สุดที่พี่น้องชาวสุพรรณจะได้ ในการตัดสินใจให้พวกเรามาอยู่ร่วมกันประตูน้ำต้องมีประสิทธิภาพ ระบบระบายน้ำต้องมีประสิทธิภาพ พร้อม ขอว่าไม่ต้องกังวล ตนจะผันงบประมาณมาดูแลส่วนนี้ ถึงแม้วันนี้ ต่อให้นายวรวุธจะไม่ได้มา ร่วมกับพรรคภูมิใจไทยแต่แค่เอ่ยขอตนยินดีที่จะให้ เพราะอำนาจอยู่ที่ปลายปากกา
นานอนุทิน กล่าวอีกว่า 10 กว่าปีที่ผ่านมา ตั้งแต่นายทหารศิลปอาชาไม่อยู่ ตนไม่เคยเข้ามา วุ่นวาย และให้เกียรตินายวราวุธ และพรรคชาติไทยพัฒนามาโดยตลอด หากนายบรรหารยังอยู่วันนี้ จะพูดว่า ”สุพรรณบุรีมีแต่จะ ชนะ ชนะ ชนะ เพราะมึง และมัน มาอยู่รวมกันแล้ว และขอสัญญาว่าจะทำให้จังหวัดสุพรรณบุรีเจริญ มั่นคงแข็งแกร่งยิ่งๆ ขึ้นไป ในทุกมิติ“ ดังนั้นจึงขอพี่น้องชาวสุพรรณบุรีจำไว้ในหัวใจ เลือกพรรคภูมิใจไทยเบอร์ 37 เพราะ ”ถ้าไม่เลือกทุกคนที่มาอยู่ตรงนี้หมากันหมด ถ้าพวกเราหมา (มา) ขนาดนี้ อังเคิล ก็ไม่หมา(มา) ” นายอนุทิน กล่าวทิ้งท้าย













