‘ดร.เอ้’ ลุยตลาดบางซ่อน ฟังเสียงสะท้อนชาวนา น้ำตาตกใน ‘เกี่ยวข้าวเหมือนกู้หนี้’ – ชูนโยบายล้างหนี้คนแก่ ปรับโครงสร้างส่งดอก 3 ปี
‘ดร.เอ้’ ลุยตลาดบางซ่อน ฟังเสียงสะท้อนชาวนา น้ำตาตกใน ‘เกี่ยวข้าวเหมือนกู้หนี้’ – ชูนโยบายล้างหนี้คนแก่ ปรับโครงสร้างส่งดอก 3 ปี ให้กระดูกสันหลังชาติยืนตรง เจอคุณยายทัก ‘หล่อ’ เจ้าตัวลั่นขอวัดที่ฝีมือ
วันนี้ (2 ก.พ. 69) ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี หมายเลข 49 นำทัพลงพื้นที่ตลาดคงอุดมและตลาดบางซ่อน เพื่อช่วย นายเรวัตร คงชาติ หรือ “กระรอก” ผู้สมัคร สส. กทม. เขต 7 (บางซื่อ-ดุสิต) หมายเลข 10 หาเสียง ท่ามกลางบรรยากาศการต้อนรับที่คึกคัก โดยสีสันการลงพื้นที่วันนี้เกิดขึ้นเมื่อคุณยายท่านหนึ่งได้เอ่ยชมความหล่อ พร้อมตั้งคำถามว่าทำไมผู้สมัคร สส. สมัยนี้ถึงหน้าตาดีกันจัง ซึ่ง ดร.เอ้ ได้ตอบกลับอย่างอารมณ์ดีว่า แท้จริงแล้วสิ่งสำคัญที่สุดในการคัดเลือกคนคือความสามารถ แต่หากหน้าตาดีด้วยก็ถือเป็นแต้มต่อที่ช่วยให้ประชาชนจดจำได้ง่ายขึ้น พร้อมยืนยันขอให้วัดกันที่ผลงานและฝีมือ
ในระหว่างการเดินตลาด ดร.เอ้ ยังได้รับฟังปัญหาความเดือดร้อนจากพี่น้องประชาชนและเกษตรกรที่เข้ามาสะท้อนความอัดอั้นตันใจ โดยเฉพาะคุณลุงชาวนารายหนึ่งที่ระบุว่า “ชาวนาเป็นหนี้มากที่สุด” ต้องกู้เงิน ธ.ก.ส. มาเพื่อส่งดอกเบี้ย วนเวียนจนไม่มีเงินเหลือใช้จ่าย ซ้ำเติมด้วยต้นทุนค่าปุ๋ย ค่ายา และค่ารถเกี่ยวข้าวที่พุ่งสูงถึงไร่ละกว่า 500 บาท สวนทางกับราคาข้าวเปลือกที่ตกต่ำ เหลือเพียง 4,000-6,000 บาท แต่เมื่อผ่านโรงสีราคากลับดีดตัวสูงถึง 12,000 บาท ทำให้ชีวิตชาวนาเปรียบเสมือนการ “เกี่ยวข้าวเหมือนกู้หนี้” ยิ่งทำยิ่งจน
ด้าน ดร.เอ้ รับฟังปัญหาด้วยความเข้าใจ โดยระบุว่าคุณปู่ของตนเองก็เป็นชาวนาจึงเข้าใจหัวอกเกษตรกรดี พร้อมนำเสนอนโยบายเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาหนี้สินแบบครบวงจร ได้แก่ การล้างหนี้เสียให้ผู้สูงอายุเกษตรกรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ในวงเงินไม่เกิน 200,000 บาท เพื่อให้หลุดพ้นวงจรหนี้ และปรับโครงสร้างการชำระหนี้จากที่ต้องส่งดอกเบี้ยทุกปี เปลี่ยนเป็นกำหนดชำระทุก 3 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับรอบผลผลิต ให้เกษตรกรมี “ลมหายใจ” ในการตั้งตัว รวมถึงการจัดตั้งสหกรณ์เครื่องจักรกลการเกษตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและกดราคาต้นทุนปัจจัยการผลิตให้ถูกลง ทั้งนี้ ดร.เอ้ ทิ้งท้ายขอโอกาสให้ตนและ นายเรวัตร เบอร์ 10 ได้เข้าไปทำหน้าที่ เพื่อคืนศักดิ์ศรีให้ชาวนาไทยกลับมาเป็นกระดูกสันหลังของชาติที่ยืนหยัดได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง














