POLITICS

ศูนย์ JICC เผย เขื่อนเจ้าพระยา ปล่อยน้ำ 2,300 ลบ.ม./วินาที แบบขั้นบันได กรอบไม่เกิน 2,500 ลบ.ม./วินาที

ศูนย์ JICC รัฐบาลเผยเช้านี้ เขื่อนเจ้าพระยา ปล่อยน้ำ 2,300 ลบ.ม./วินาที แบบขั้นบันได กรอบไม่เกิน 2,500 ลบ.ม./วินาที ขณะเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ระดับเกิน 100% ขอประชาชนริมน้ำ ยกของขึ้นที่สูง-อพยพเข้าที่ปลอดภัย – ฝั่งตะวันตก เขื่อนวชิราลงกรณ ระดับน้ำสูงขึ้นจากเก็บกักน้ำ 2 วันที่ผ่านมา จึงเพิ่มการระบายเป็น 500 ลบ.ม./วินาที สั่งผู้ว่าฯ อยู่ในพื้นที่ รอรับฝนระลอกใหม่ 4-5 ต.ค.นี้

วันนี้ (1 ต.ค. 69) นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าว “ศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมในสถานการณ์อุทกภัย” หรือศูนย์ JICC ร่วมกับ นายฐนโรจน์ วรรัฐประเสริฐ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. และ นางลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมตัวแทน กทม.ร่วมกันแถลงข่าว

โดยเอกภพกล่าวว่า มีการแจ้งเตือนว่าจะมีฝนเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ 4-8 ตุลาคม ซึ่งเป็นฝนเปลี่ยนฤดู ไม่ใช่ฝนตกแช่ ขณะเดียวกันจากการพยากรณ์อากาศช่วงวันที่ 6-7 ตุลาคม จะมีฝนมากกว่าปกติ ที่ จ.กาญจนบุรี และจังหวัดฝั่งตะวันตก ส่วนกรุงเทพมหานคร ฝนเปลี่ยนฤดูจะเข้าวันที่ 7-8 ตุลาคม จึงต้องมีการเฝ้าระวัง และอัปเดตสถานการณ์ เพื่อแจ้งเตือนต่อไป

นายเอกภพกล่าวอีกว่า สถานการณ์น้ำเหนือจากแม่น้ำปิงระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ลงมาถึง จ.นครสวรรค์ ขณะนี้ระดับน้ำอยู่จุดที่สูงสุด และจะส่งต่อไปที่เขื่อนเจ้าพระยา ก่อนที่จะเข้าแม่น้ำสะแกกรัง จ.อุทัยธานี มีการหน่วงน้ำไว้ เพื่อให้น้ำเข้ามาเติมแม่น้ำเจ้าพระยาให้น้อยลง โดยการปล่อยน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา เมื่อวานนี้ อยู่ที่ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยจะค่อย ๆ ทยอยปล่อยน้ำเพิ่มขึ้น หลังจากมีการอนุมัติของคณะกรรมการน้ำแห่งชาติ เช้านี้เพิ่มเป็น 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยการระบายน้ำแบบเป็นขั้นบันได โดยมีกรอบการระบายน้ำไม่เกิน 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ขณะที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ระดับน้ำในเขื่อนเกินระดับที่ 100% ไปแล้ว มีการระบายน้ำลงมาที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งแจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวัง โดยเฉพาะประชาชนที่อยู่พื้นที่ริมน้ำ และพื้นที่ราบ ให้อพยพรวมถึงยกของขึ้นที่สูง

ส่วนพื้นที่ฝั่งตะวันตก ปัญหาอยู่ที่ จ.กาญจนบุรี ที่จะระบายน้ำลงแม่น้ำแม่กลอง ปัจจุบันเขื่อนวชิราลงกรณ มีระดับน้ำสูงขึ้นจากการเก็บกักน้ำไว้ 2 วันที่ผ่านมา แต่ในส่วนน้ำที่เข้ามาเติม ไม่ได้มีกระแสน้ำเพิ่มขึ้น เพราะฝนตกน้อยลง อย่างไรก็ตาม เขื่อนมีโอกาสจะรับน้ำเพิ่ม จึงเริ่มปล่อยน้ำออก

ขณะที่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายน้ำแห่งชาติ หรือ กนช. ให้มีการเพิ่มการระบายน้ำอยู่ที่ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อพร่องน้ำเหนือเขื่อน ซึ่งเมื่อดูมวลน้ำเดิมที่ปล่อยก่อนหน้านี้มีความห่างกันพอสมควร จึงจะไม่กระทบประชาชนมากนัก

นายเอกภพกล่าวอีกว่า เขื่อนแม่กลอง ปัจจุบันระบายน้ำอยู่ที่ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็นการบริหารจัดการน้ำเพื่อให้รองรับน้ำการบริหารจัดการน้ำ ไม่ให้เกิดผลกระทบทั้งเหนือเขื่อนและใต้เขื่อน ซึ่งน้ำจะถูกปล่อยไปที่ จ.ราชบุรี สมุทรสงคราม จึงมีการแจ้งเตือนประชาชนทั้ง 2 จังหวัดแล้วว่าให้อพยพรวมถึงยกของขึ้นที่สูง พร้อมเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ขณะเดียวกันพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม มีการสูบน้ำออก เพื่อไม่ให้น้ำเข้ามาเติมในคราวเดียวกัน และขอให้ประชาชนฟังประกาศและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ส่วนฝั่งตะวันออก น้ำจาก จ.ปราจีนบุรี และนครนายก ระดับน้ำทรงตัวและลดลงแล้ว เนื่องจากผ่านจุดสูงสุดของปริมาณน้ำที่ผ่านทั้ง 2 จังหวัดแล้ว โดยน้ำจะมารวมกันที่แม่น้ำบางปะกง และพื้นที่ลุ่มต่ำของ จ.ฉะเชิงเทรา ที่ อ.บางคล้า คลองเขื่อน และบางน้ำเปรี้ยว ซึ่งมีการแจ้งเตือนประชาชนและขอให้เคลื่อนย้าย พร้อมยกของขึ้นที่สูง หากมีผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ หรือกลุ่มเปราะบาง ให้อพยพไปที่ศูนย์อพยพของจังหวัดที่เตรียมไว้

โดยเน้นย้ำว่า ภาคกลาง โดยเฉพาะ จ.พระนครศรีอยุธยา นนทบุรี ปทุมธานี ขอให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด หากประเมินแล้วระดับสูงขึ้น ขอให้อพยพไปอยู่ศูนย์พักพิงจะปลอดภัยกว่า

นายเอกภพยังระบุถึงข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีจากที่ประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ที่ประชุมเมื่อเช้านี้ว่า ให้จัดลำดับความสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนที่มีความเดือดร้อนที่ต้องเข้าถึงก่อน โดยการจัดลำดับความสำคัญให้ดี พร้อมจัดระบบทีมที่จะเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่มีการเข้าถึงได้ยาก น้ำท่วมสูง ลึก รวมถึงการส่งน้ำดื่ม อาหาร ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็นให้ทั่วถึง ขณะเดียวกันยังให้จัดระบบสื่อสารกับประชาชนแบบ 1 พื้นที่ 1 ข้อมูล มีการประสานงานกันให้เป็นหนึ่งเดียว

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังสั่งการให้มีการเตรียมมาตรการรองรับฝนระลอกใหม่ วันที่ 4-5 ตุลาคมนี้ ในพื้นที่ที่มีการแจ้งเตือน

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังได้พูดถึงพื้นที่เสี่ยงของ GISTDA ที่มีการคำนวณการรับน้ำ ปริมาณน้ำฝน และการปล่อยน้ำจากเขื่อนต่าง ๆ ไปให้แต่ละจังหวัดให้ใช้ข้อมูลตรงนั้นในการพิจารณาในการสั่งการและให้การช่วยเหลือ รวมถึงให้จัดทำบัญชีทรัพยากรกำลังคน เครื่องจักรกล ให้สามารถเคลื่อนย้ายข้ามจังหวัดได้ทันที เพื่อให้ทรัพยากรต่าง ๆ สามารถเข้าไปช่วยเหลือในพื้นที่ที่ต้องการได้

สำหรับพื้นที่ 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ท่าจีน แม่กลอง ให้แจ้งเตือนประชาชนผ่านทุกช่องทาง พร้อมกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ดูแลความเป็นอยู่ การดำรงชีพของประชาชนให้ครบถ้วนทุกมิติอย่างใกล้ชิด และให้ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในแต่ละจังหวัดให้อยู่ในพื้นที่ตลอดเวลา ส่วนพื้นที่ที่น้ำลดแล้วให้เร่งสูบน้ำออกโดยเร็ว และดําเนินการให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติอย่างรวดเร็ว

Related Posts

Send this to a friend