นายกฯ ชี้ เก้าอี้รัฐมนตรี ไม่ใช่ที่ทดลองงาน ตั้ง KPI ประเมินผลงาน หากใครไม่เข้าเป้า พร้อมปรับ
นายกฯ ชี้ เก้าอี้รัฐมนตรี ไม่ใช่ที่ทดลองงาน ตั้ง KPI ประเมินผลงาน หากไม่เข้าเป้า “ขอทรงสิทธิ์พิจารณาปรับปรุง” อุบตั้ง ครม. เพียง 35 ตำแหน่ง บอก บางเรื่องขอถือเคล็ดเก็บไว้กับตัวเอง หลังถูกถามมีนัยการเมืองหรือไม่ ปัดตอบ เหตุ ‘สุชาติ’ ไม่ได้นั่งรองนายกฯ นัด ’ยศชนัน-จุลพันธ์‘ กินข้าวกลางวัน ที่ทำเนียบฯ พรุ่งนี้ ถกการทำงานร่วมกัน
วันนี้ (1 เม.ย. 69) เวลา 09.45 น. ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงเบื้องหลังการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีอนุทิน 2 ที่มี 3 มืออาชีพ ประกอบด้วย (นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว, นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ไม่มีรัฐมนตรีช่วย และนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ได้ควบตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีเพราะเหตุใด นายอนุทิน ยิ้มก่อนจะตอบว่า ทำงานนี้ ก็มีประสิทธิภาพที่ดีที่สุด
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่ไม่ให้รัฐมนตรี 3 แม่ครัว (มืออาชีพ) ทำงานอย่างเต็มที่ และไม่ให้การเมืองมาแทรกแซงหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเมืองไม่เคยแทรกอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นสามแม่ครัวหรือสามพ่อครัว ซึ่งคำดังกล่าวนี้เป็นสิ่งที่สื่อมวลชนบัญญัติขึ้น เราทำงานกันในนามคณะรัฐมนตรี และรัฐมนตรี แต่ละท่านมีอิสระสำหรับการทำงาน ตนได้คัดเลือกคณะรัฐมนตรีต้องมีคุณสมบัติ มีความรู้ความสามารถ มาทำหน้าที่ ในฐานะนายกรัฐมนตรีก็มอบนโยบายและให้การสนับสนุนภารกิจที่รัฐมนตรีต้องการทำ หากเป็นประโยชน์กับส่วนรวม บ้านเมืองกับประชาชน ตนก็พร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ ซึ่งตนทำมาโดยตลอด เป็นเพราะต้องการให้เจ้ากระทรวงทำงานอย่างมีวันสต็อป
เมื่อถามว่า เดิมนั้นพรรคภูมิใจไทยไม่เคยปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรี แต่รัฐบาลครั้งนี้จะมีการวัด KPI รัฐมนตรีรายบุคคลหรือไม่ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้เข้ามาทำหน้าที่ด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เมื่อพรรคใหญ่ขึ้นทุกคนก็ต้องแข่งกัน และต้องประเมินการทำงาน เพราะบ้านเมืองไม่ใช่ที่ทดลองงาน คณะรัฐมนตรีไม่ใช่ที่ตอบแทนของใคร เราตอบแทนบุญคุณของพี่น้องประชาชนเท่านั้น การตัดสินใจวางคนในตำแหน่งต่าง ๆ ทุกคนต้องพิสูจน์การทำงานของตนเอง หากทำงานไม่เข้าเป้า ทำไม่ได้ ทำไม่สำเร็จ ตนก็จะทรงสิทธิ์ไว้พิจารณาปรับปรุง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ส่วนจะมีเงื่อนไขเวลาในการปรับคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี กล่าวเพียงว่า “ต้องถามคนที่รู้จักผมดี”
เมื่อถามว่า เหตุใดนายกรัฐมนตรีจึงตั้งคณะรัฐมนตรีเพียง 35 คนเท่านั้น นายอนุทิน กล่าวว่า “ถือเคล็ด” ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ถือเคล็ดหมายความว่าอย่างไร “ก็อย่าให้ล้น”
ส่วนจะมีนัยทางการเมืองหรือไม่ เช่น รอใครมานั่ง หรือดึงฝ่ายค้านมาร่วมรัฐบาล นายอนุทินกล่าวว่า ของบางอย่าง ขอให้เก็บไว้ที่ตัวเอง
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า รอใครเกษียณเพื่อมารับตำแหน่งหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่มีอะไรที่จะกระทบกับการทำงานของรัฐบาลหนู 2
เมื่อถามถึงการทานอาหารอีสานร่วมกันกับนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ว่ามีการมอบคำแนะนำอะไรหรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า เมื่อวานไปกินลาบ ไม่ได้มีคำแนะนำอะไร
ส่วนการร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย มีข้อตกลงหรือทำ MOU ในการล็อกเก้าอี้รัฐมนตรีไว้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มี เราเชื่อใจ เชื่อถือกัน โดยในวันพรุ่งนี้ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย จะมาร่วมรับประทานอาหารกลางวันที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยสาเหตุที่จะร่วมรับประทานอาหารครั้งนี้เพื่อพูดคุยหารือถึงการทำงานที่นายยศชนัน ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีจะต้องมากำกับดูแลกระทรวงในโควตาของพรรคเพื่อไทย
เมื่อผู้สื่อข่าวถามอีกว่า กระทรวงที่นายยศชนันจะได้กำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วยใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวเพียงว่า “รวมด้วยสิครับ”












