Politics

‘ไครียะห์’ ยื่นหนังสือต่อ กมธ.ให้ตรวจสอบการทำงานของ ศอ.บต.ด้านพรรคก้าวไกลชี้ควรยกเลิกโครงการ พร้อม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

วันนี้ (2 ก.ค. 63) ที่อาคารรัฐสภา น.ส.ไครียะห์ ระหมันยะ ลูกสาวชาวประมงจะนะ พร้อมด้วยชาวบ้าน อ.จะนะ จ.สงขลา เข้ายื่นหนังสือต่อกรรมาธิการ ขอให้มีการตรวจสอบการทำงานของ ศอ.บต. ต่อการปิดกั้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในโครงการจะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมฯ แห่งอนาคต ซึ่งจะทำให้วิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ อ.จะนะ รวมถึงจังหวัดสงขลาและจังหวัดใกล้เคียง เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่

องค์กรประสานกลางของภาคประชาชน อ.จะนะ จึงเข้าเรียกร้องต่อคณะกรรมาธิการฯ ให้ทำการตรวจสอบการดำเนินงานของ ศอ.บต. กล่าวคือให้ตรวจสอบการใช้อำนาจ บทบาทหน้าที่ การตั้งกลไกคณะทำงาน และการใช้งบประมาณของ ศอ.บต.ในโครงการนี้ว่ามีความเหมาะสม เป็นกลาง หรือเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้องอย่างไร หรือไม่ รวมถึงให้ตรวจสอบกระบวนการดำเนินงานทั้งหมดที่ผ่านมา โดยเฉพาะเวทีชุมชน และเวทีต่างๆ ที่ได้จัดไปแล้วว่า มีเจตนาปิดกั้นการมีส่วนร่วมของประชาชนหรือไม่ อย่างไร และประสานงานให้มีการทบทวนการจัดเวทีในวันที่ 11 กรกฎาคม 2563 ออกไป เพื่อให้มีการตรวจสอบตามข้อเสนอที่ 2 เสียก่อนว่า ยังมีเจตนาปิดกั้นการมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมแล้วหรือไม่

อีกทั้งขอให้มีการตรวจสอบมติ ครม.ที่ให้ อ.จะนะ เป็นเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจทั้ง 2 ครั้งว่า การอนุมัติโครงการนี้ดำเนินการภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงหรือไม่ และหากพบว่ามีความผิดปกติ ก็ขอให้มีการยกเลิกมติ ครม. นั้นไปก่อน หลังจากนั้นจึงจัดกระบวนการมีส่วนร่วมที่เป็นจริง เพื่อพิจารณาอนาคตของ อ.จะนะ ไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป มากกว่าที่จะพัฒนาบนฐานอุตสาหกรรมที่จะสร้างความเสียหายต่อทั้งวิถีชีวิต สุขภาพ และสิ่งแวดล้อมอย่างไม่อาจนำกลับคืนมาได้

ทั้งนี้ ส.ส.พรรคก้าวไกล ประกอบด้วย นายปดิพัทธ์ สันติภาดา นายประเสริฐพงศ์ ศรนุวัตร นายสมชาย ฝั่งชลจิต และนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ได้ร่วมแถลงข่าวคัดค้านกรณี ศอ.บต. ออกประกาศเชิญชวนประชาชนให้ตรวจสอบข้อมูลและแสดงความคิดเห็นเพื่อขับเคลื่อนโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ จ.สงขลา ด้วย

นายปดิพัทธ์ กล่าวว่า โครงการนี้เมื่อก่อสร้างแล้ว จะทำให้ อ.จะนะ ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป โครงการนี้จึงเป็นที่น่ากังวลว่า กระทำไปโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมหรือไม่ เพราะรูปแบบดังกล่าวเกิดขึ้นทั่วประเทศ เมื่อมีโครงการที่สร้างความเจริญ ประชาชนในพื้นที่มักได้รับผลดีจากการก่อสร้างโครงการเพียงเล็กน้อย และได้รับผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตไปตลอด ซึ่งนายปดิพัทธ์ มีโอกาสได้โทรศัพท์สอบถามเลขาธิการ ศอ.บต. ได้รับคำตอบว่า ถึงแม้จะอยู่ในช่วงการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ยังคงมีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเช่นเดิม ซึ่งในมุมความมั่นคง การใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อาจเป็นเรื่องปกติที่มีการใช้อำนาจจนเคยชิน แต่สำหรับประชาชนในประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยนั้น นี่ไม่ใช่เรื่องปกติ จึงจำเป็นต้องยกเลิกเวทีดังกล่าว รวมถึงการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ด้วย

Related Posts