Politics

เลขาฯ สมช. ยืนยัน ต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ อีก 1 เดือน ไม่เกี่ยวการเมือง ไม่มีการห้ามชุมนุมใน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ที่จะต่ออายุออกไป

พลเอก สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เปิดเผยว่าที่ประชุม ศบค. มีมติเห็นชอบขยายระยะเวลาการใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ต่ออีก 1 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. – 31 ส.ค. 63 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก ยังมีแนวโน้มผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยวันละ 2 แสนราย และหลังจากที่ประเทศไทยมีการผ่อนคลายมาตรการอนุญาตให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยมากขึ้น อาทิ โปรแกรม Medical & Wellness Tourism การอนุญาตให้จัดประชุม งานแสดงสินค้า และถ่ายทำภาพยนตร์ จึงต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยทางสาธารณสุขควบคู่ไปกับการกระตุ้นเศรษฐกิจ ดังนั้น พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ จึงเป็นมาตรการทางสาธารณสุขที่สามารถให้อำนาจรัฐในการกักตัวสังเกตอาการ 14 วันได้ อย่างไรก็ตาม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า ทีมงานด้านกฎหมายและสาธารณสุขได้หารือในการปรับปรุงกฎหมาย พ.ร.บ. โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ให้มีบทบาทอำนาจหน้าที่มากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะยกเลิกการใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ทั้งนี้ ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ได้ยกเลิกการห้ามออกนอกเคหสถานมาระยะหนึ่งแล้ว จึงจะเพิ่มเติมยกเลิกการห้ามชุมนุม เพื่อให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่า รัฐบาลขยายระยะเวลาการใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เท่านั้น แต่ผู้ที่ชุมนุมทางการเมืองก็จะต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ. การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 โดยจะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพุธที่ 29 ก.ค. 63
 
ในตอนท้าย เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ศบค. ได้มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ. โรคติดต่อ ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีความสำคัญเพื่อแก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ในช่วงต้นของสถานการณ์ฯ จนกระทั่งมีการออกมาตรการผ่อนคลายระยะต่าง ๆ เกิดขึ้น ซึ่งอำนาจหน้าที่ของ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ทำให้สามารถกำหนดมาตรการป้องกันที่มีประสิทธิภาพได้มากขึ้น ฉะนั้นจึงมีความจำเป็นต้องใช้กฎหมายทั้งสองฉบับควบคู่กัน ทั้ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ. โรคติดต่อ ทั้งนี้ ย้ำว่า การต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในเดือนสิงหาคม เพื่อเป็นประโยชน์ในการทำงานของเจ้าหน้าที่ ไม่มีมาตรการอื่นในเชิงบังคับประชาชนอีกต่อไป ขณะเดียวกันยังคงมีความจำเป็นต้องใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ไปอีกระยะหนึ่ง จนกว่าจะมีกลไกอื่น ๆ ที่มีประสิทธิภาพใกล้เคียงขึ้นมาใช้ควบคุมแทน

นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค.

ด้านโฆษก ศบค. นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน สรุปประเด็นสำคัญจากการประชุมดังนี้

1. การขยายระยะเวลาการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ทั่วราชอาณาจักร เนื่องจากยังมีการระบาดอยู่ทั่วโลก รวมถึงมีการผ่อนผันให้คนไทย และชาวต่างชาติเดินทางเข้าในราชอาณาจักรจึงจำเป็นต้องขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินออกไปอีก

2. การจัดทำข้อตกลงพิเศษกระทรวงต่างประเทศ กต. จะจัดทำรายละเอียดข้อตกลงพิเศษ กลุ่มนักธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญพิเศษเข้าไทยระยะสั้นไม่เกิน 14 วัน

3. การบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวประเภททั่วไป (แรงงานไร้ฝีมือ กัมพูชา ลาว เมียนมา) ในกลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน (ก่อสร้าง) และอาหาร ทั้งกลุ่มที่มี Work Permit และ Visa จำนวนรวมกว่า 1 แสน 1 หมื่นคน มีการพูดคุยกันถึง Organizational Quarantine ภายในพื้นที่องค์กรกำหนดไว้ เพื่อป้องกันและควบคุมโรค

4. การผ่อนคลายให้ชาวต่างชาติเข้ามาจัดกิจกรรม/ งานแสดงสินค้าภายในประเทศ สสปน. จัดทำแนวปฏิบัติในรายละเอียดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดนำเสนอ อาทิ การตรวจหาเชื้อก่อนเดินทาง การทำประกันสุขภาพ ฯลฯ

5. กลุ่มคณะถ่ายทำภาพยนตร์จากต่างประเทศ กลุ่ม Medical Wellness และกลุ่ม Thailand Elite Card
ก.ท่องเที่ยวและกีฬา นำเสนอข้อปฏิบัติในการป้องกันการแพร่ระบาดในกลุ่มคณะถ่ายทำภาพยนตร์จากต่างประเทศ อาทิ มีการทำ ASQ การมีผู้ติดตาม การตรวจเชื้อก่อนเดินทาง ฯลฯ

Related Posts